ซักฟอกรัฐบาล
ผู้ชนะคือผู้กำหนดเกม
ในที่สุดรัฐบาลและฝ่ายค้าน ก็ตกลงกันได้เรื่องกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังยอมถอยกันคนละก้าว โดยให้การอภิปรายมีขึ้นในวันที่ 7-11 ธันวาคม 2569 ตามสูตร 4+1 คือ อภิปราย 4 วัน ลงมติ 1 วัน รวมเวลาอภิปราย 72 ชั่วโมง
มองเผินๆ เหมือนฝ่ายค้าน ได้เวลามาเพิ่มจากเดิมที่ขอไว้ 60 ชั่วโมง แต่ดูแล้วเป็นเวลาที่งอกเข้ามาในช่วงดึกสงัด โดยใน 3 วันแรก ให้เริ่มอภิปรายตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไปสิ้นสุดในเวลาตี 3 ของอีกวัน ส่วนวันที่ 4 จบที่ 5 ทุ่ม
การอภิปรายชนิดหามรุ่งหามค่ำแบบนี้ นอกจากเหนื่อยทั้งคนพูด คนฟัง และผู้ทำหน้าที่ประธานบนบัลลังก์ ซึ่งไม่รู้ใครจะพับไปก่อนใครแล้ว ประโยชน์โพดผลที่ได้ไม่รู้มีกี่มากน้อย
แต่เอาเถอะ ถือเป็นมาตรฐานสภาไทย ที่คงเส้นคงวายึดเวลาให้มากไว้ก่อน ส่วนเนื้อหาค่อยไปว่ากันทีหลัง
แต่งานนี้ดูแล้วรัฐบาลมีแต่ได้กับได้อย่างแรก ได้ลากยาวการอภิปรายออกไป จนพ้นโซนอันตรายในช่วงนี้ ที่ไม่ต้องการให้ฝ่ายค้านตีเหล็กร้อน และอย่างที่สอง ลงล็อคตามช่วงเวลาที่กำหนด คือ ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม เป็นต้นไป
การอภิปรายในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ว่าจะมาจากเรื่อง “สายมู” หรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลเลือก ส่วนจะใช้เป็นทุ่งสังหารของใครเป็นอีกเรื่อง แต่ที่แน่ๆ คือ ฝ่ายค้าน ไม่ได้อภิปรายในเดือนพฤศจิกายน ตามที่หวังไว้
ครั้นฝ่ายค้าน จะพลิกเกมใช้ช่องทางยื่นอภิปรายทั่วไป มาตรา 152 นำร่องไปอีกดอกในเดือนพฤศจิกายนนี้ ตามกระแสข่าวที่สะพัดออกมา คนคิดต้องไตร่ตรองให้มาก ลำพังที่ยื้อกันไปมาเวลานี้ ก็ถูกมองเป็นเกมการเมืองมากพอแล้ว
ขืนใช้สิทธิขอเบิ้ล ยื่นอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติแทรกเข้ามา ยิ่งจะเป็น “บันเทิงธิปไตย” กันไปใหญ่!!
ทีนี้วกกลับมาที่รัฐบาล หลังลากซักฟอกไปเดือนธันวาคมได้สำเร็จ ก็เริ่มเปิดเกมรุกกลับฝ่ายค้านในหลายเรื่อง มีทั้งลูกตามน้ำและที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งพร้อมใจกันโต้กลับตั้งแต่นายแบก นางแบก ไปถึงระดับหัวขบวนในรัฐบาล
เริ่มจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์ทุกเรื่องแบบไม่เหน็ดเหนื่อย ยึดพื้นที่สื่อทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ที่สำคัญได้ใช้เรื่องค่าน้ำชา 7 ล้านบาท เล่นงานกลับ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จนต้องแบ่งเวลาเตรียมการซักฟอก มายุ่งขิงอยู่กับเรื่องแชร์ข้อมูลที่กำลังจะถูกฟ้อง
ขณะที่คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งคนของพรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน ก็เปิดอีกแนวรบ นำประเด็นฝ่ายค้านตรวจสอบ สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ มาย้อนศรให้ตำรวจไซเบอร์ ตรวจสอบเส้นทางเงินและแหล่งที่มาเงินบริจาคของทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับระบบชำระเงิน หรือ Payment Gateway
ดูว่าการรับโอนเงินบริจาคของพรรคการเมือง ถูกต้องตามขั้นตอนและมาตรฐานทางกฎหมายหรือไม่?
เมื่อรัฐบาลเติมเกมทั้งรุกและรับได้อย่างแน่นหนา มีพลังแบบนี้ ภาระหนักจึงไปตกอยู่กับฝ่ายค้าน จะพลิกสถานการณ์อย่างไรโดยเฉพาะการซักฟอกรัฐบาลในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ต้องจัดลำดับประเด็นก่อนหลังให้ดี ที่สำคัญต้องมีข้อมูลที่เป็นหมัดเด็ด ที่เปิดออกมาคนฟังต้องอึ้ง ไม่ใช่ข้อมูลตัดแปะจากสื่อ หรือเอาข่าวเก่ามาเล่าใหม่เท่านั้น
วันนี้ศึกซักฟอกยังไม่เริ่มขึ้น คงไปดูเบาข้อมูลฝ่ายค้านเสียทีเดียวไม่ได้ แต่ดูจากสถานการณ์ ณ เวลานี้ เกมได้ไหลไปอยู่ในมือรัฐบาล อย่างที่มีการพูดถึงกันว่า “ผู้ชนะคือ ผู้กำหนดเกม” นั่นแหล่ะ!!
สุดท้ายต้องรอพิสูจน์ฝีปากฝ่ายค้าน จะเขย่าหรือสืบชะตาการเมืองให้รัฐบาลที่มีภูมิคุ้มกันพิเศษได้อยู่ยาวต่อไป!?




