EP.ก่อนเปิดเกมสกัด ‘ปอ.โต้ง’ มือประสานคนสำคัญของ ‘ผู้ว่าฯเซมเบ้’ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หลังปอ.โต้งเดินพลาด ตกหลุมที่คนบางกลุ่มขุดบ่อล่อปลาเอาไว้
คำสั่งย้ายที่รวบตั้งแต่ ปลัดจังหวัด ‘รุ่งเรือง ธิมาบุตร’ ไปจนถึงนายอำเภอทุกอำเภอ รวมทั้งป้องกันจังหวัด ดนัย สุขสกุล หรือ ‘ปอ.โต้ง’ เป้าหมายมิได้รวมไปถึงนายอำเภอทั้ง 3 อำเภอ แต่เพื่อให้การโยกย้ายมีน้ำหนัก และเปิดช่องทางการสืบสวนข้อกล่าวหาที่พุ่งตรงไปยังปอ.โต้งให้ครอบคลุม โดยไม่มีใครเข้ายุ่งเกี่ยว และยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานทั้งหมด
หลังการย้าย ปอ.โต้งสำเร็จ เกมต่อไปก็ถูกเปิดขึ้น เมื่อมีเหตุบังเอิญปรากฏโพสต์สำคัญขึ้นบนโลกออนไลน์ ทวงถามถึงประโยคเด็ดกลางร้านอาหารในหาดบางเทา ที่ใครบางคนประกาศว่า “จะย้ายผู้ว่าฯเซมเบ้ ออกจากเกาะภูเก็ต”
โพสต์ทวงถามรองผู้ว่าฯซีฟู้ด พร้อมถากถางว่า ทำได้แค่โม้ แต่ยังย้ายผู้ว่าฯไม่ได้ น่าแปลกที่โพสต์เช่นนี้ไม่ได้ปรากฏในวงกว้าง แต่กลับถูกระบบ Algorithm จัดการ Seeding ไปยังกลุ่มเป้าหมายเพียงแค่คนในกระทรวงมหาดไทยเป็นหลัก
โพสต์เล็กๆที่จำกัดการ Seeding กลับทรงพลังจนสร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน เมื่อ สร.1 อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ควบตำแหน่ง มท.1 ด้วย หยิบยกขึ้นมาเอ่ยกลางที่ประชุมหน่วยขึ้นตรงกระทรวงมหาดไทย และถามถึงรองซีฟู้ดที่ปรากฏในโพสต์สำคัญถึง 3 ครั้ง พร้อมย้ำว่า “ไม่มีใครใหญ่กว่ามท.1 ที่จะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตามใจชอบ”
แรงกระเพื่อมกลางวงประชุม ที่ทำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ‘อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์’ ต้องออกโรงดำเนินการเอง ทั้งการเรียกหารองซีฟู้ด กลางที่ประชุมจนทำให้สังคมรับรู้พร้อมกันทั้งประเทศว่า จังหวัดภูเก็ต มีรองผู้ว่าฯชื่อเดียวกันถึง 2 คน คือ ‘รองกุ้งใหญ่’ อดุลย์ ชูทอง และ ‘รองกุ้งเล็ก’ ธีระพงษ์ ช่วยชู
กระทั่งวันถัดมา จึงเป็นที่มาของคำสั่งย้ายทั้ง 2 รองออกจากภูเก็ต รองกุ้งใหญ่ถูกย้ายไปจังหวัดสงขลา ที่เมื่อเทียบสถานะแล้ว เป็นจังหวัดใหญ่กว่าภูเก็ต ส่วนรองกุ้งเล็ก ย้ายไปจังหวัดนครศรีธรรมราชบ้านเกิด จังหวัดที่ใหญ่กว่าภูเก็ตเช่นเดียวกัน
คำสั่งย้ายในวันนั้น ดูผิวเผิน เหมือนเป็นการแก้ปัญหาทางการปกครอง ที่เมื่อผู้ว่าฯและผู้ใต้บังคับบัญชาขัดแย้งกัน ทางหนึ่งก็ต้องย้ายคู้ขัดแย้งออกนอกพื้นที่ ออกนอกความรับผิดชอบในสายงานของคู่กรณี
แต่อีกทางหนึ่งกลับซ่อนความชอบธรรมไว้อย่างแยบยล เมื่อหลังจากนั้นแค่วันเดียว ก็มีคำสั่งย้ายผู้ว่าเซมเบ้ เข้ากระทรวงมหาดไทยในตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ท่ามกลางอ้อมกอดของมท.1 ที่เอ่ยว่า “มาอยู่กับพี่”
3 คำสั่งย้ายบนเกาะภูเก็ต
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ย้ายปลัดจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ และป้องกันจังหวัดมาช่วยราชการที่กรมการปกครอง
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ย้าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตทั้ง 2 คน
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ครม.มีมติย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง
ทั้ง 3 คำสั่ง เมื่อถอดรหัสที่ซ่อนอยู่ในนั้น จะเริ่มเห็นนัยยะสำคัญที่ซ่อนอยู่…
คำสั่งแรก แม้จะย้ายถึง 6 ราย แต่เป็นการย้ายไปช่วยราชการที่พร้อมจะได้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม หากผลการสอบสวนไม่ปรากฏการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา
ซึ่งในที่สุด วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นางสาววิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอถลาง ก็เป็นคนแรกที่ได้ย้ายกลับเกาะภูเก็ต
ถัดมา วันที่ 16 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางคำสั่งย้าย 2 รองผู้ว่าฯ และมติครม.ให้ย้ายผู้ว่าภูเก็ตมาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ‘ศิวัชฐ์ ระวังกุล’ นายอำเภอเมืองภูเก็ต ก็เป็นคนต่อมาที่ได้กลับมาตำแหน่งเดิม
ส่วนอีก 3 ราย ทั้ง ‘รุ่งเรือง ธิมาบุตร’ ปลัดจังหวัดภูเก็ต ‘อัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ’ นายอำเภอกะทู้ และ ‘ดนัย สุขสกุล’ ป้องกันจังหวัดภูเก็ต ยังคงต้องรอ เพราะไม่มีคำสั่งให้กลับจนกว่าจะครบกำหนดตามคำสั่ง ที่ให้ไปช่วยราชการกรมการปกครองตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2569 จนถึงวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2569
คำสั่งนี้ เมื่อสแกนลึกลงไปจะเห็นร่องรอย ความสัมพันธ์กันทั้ง 3 คน 2 คนแรก ทั้งปลัดรุ่งเรือง และปอ.โต้ง ค่อนข้างชัดถึงการทำงานที่ใกล้ชิด “เห็นปลัดรุ่งเรืองที่ไหน ก็มักจะเห็นปอ.โต้งที่นั่น”
ส่วน ‘อัครพล’ นายอำเภอกระทู้ แม้ไม่เด่นชัดมาก แต่ก็เป็นนายอำเภอเจ้าของพื้นที่ และเป็นพื้นที่สำคัญที่ชี้เป็น ชี้ตายสำหรับธุรกิจทุกประเภทบนหาดป่าตองและหาดใกล้เคียง
ที่ผ่านมา นายอำเภอกระทู้ถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิดผู้ว่าฯ ก็ต้องเป็นคนที่อธิบดีกรมการปกครอง หรือเจ้ากระทรวงเป็นคนกำหนด เพราะอำเภอกระทู้เป็นพื้นที่สำคัญอันดับหนึ่งของเกาะภูเก็ต
อำเภอกระทู้ อำเภอเล็กๆ แต่สำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หรือแม้แต่ธุรกิจนอกระบบ
ในอดีตผู้กว้างขวางภาคตะวันออกถึงกับส่งคนใกล้ชิดที่เป็นมือขวาไปตั้งรกรากและบุกเบิกธุรกิจริมหาดที่นี่ ผ่านผู้กว้างขวางเจ้าถิ่น ที่ยุคนั้นการปกครองยังอยู่ภายใต้ระบบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จนสามารถขยายธุรกิจจากริมหาด ครอบคลุมสถานบันเทิงใหญ่ โรงแรม และธุรกิจจัดสรรที่ดิน
กระทั่งมือขวาของผู้ยิ่งใหญ่ภาคตะวันออก ขัดแย้งกับผู้กว้างขวางเจ้าถิ่น ทั้งธุรกิจและการเมืองท้องถิ่น ก่อนอำนาจทั้งหมดจะเปลี่ยนมือมาอยู่ในความครอบครองของเจ้าถิ่นเพียงรายเดียว และส่งต่อทั้งธุรกิจและอำนาจไปยังทายาทในปัจจุบัน
ดังนั้นผู้ที่จะเป็นนายอำเภอกระทู้ได้ ย่อมมิใช่นักปกครองธรรมดา เพราะร่ำลือกันว่า ต้องผ่านความเห็นชอบทั้งในระดับท้องถิ่น และการเมืองระดับประเทศ มาเฟียต่างชาติ ทั้งทุนจีน ทุนรัสเซีย และทุนอิสราเอลในปัจจุบัน ต่างเริ่มต้นก่อตัวและก่อหวอดกันที่นี่
เมื่อรองกุ้งใหญ่ ปลัดจังหวัด ปอ.โต้ง และนายอำเภอกระทู้ผนึกกำลังกัน เข้าตรวจสอบพื้นที่สถานบันเทิงในกระทู้ ป่าตอง และหาดใกล้เคียง รวมทั้งรุกลามไปตรวจสอบการถือครองที่ดิน การถือครองเอกสารสิทธิ์ อันกระทบเป็นกว้าง จะด้วยเจตนาสุจริต เจตนาแอบแฝง หรือเจตนาใดๆอันจะกระทบ กระเทือนต่อการดำรงอยู่ของธุรกิจภายใต้การดูแลของผู้กว้างขวางในพื้นที่ โดยไม่แยแสต่อความรู้สึกของผู้สืบทอดอำนาจในพื้นที่ ย่อมเสมือนหนึ่ง ท้าทายการมีอยู่ของอำนาจ และบารมีของใครบางคนที่อยู่ที่นั่น
แวดวงการต่อรองในพื้นที่ยามนี้ ถึงกับถือหางข้างที่เดิมพันว่า ทั้งปลัดรุ่งเรือง นายอัครพล และปอ.โต้ง คงยากที่จะได้กลับเกาะภูเก็ต เพราะ VISA ขาดไปแล้ว แต่จะมีลุ้นบ้างก็นายอัครพลเพียงคนเดียว ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวจะสามารถต่อ VISA ได้หรือไม่ ส่วนปลัดรุ่งเรือง และปอ.โต้ง ถูกจำหน่าย VISA ขาดถาวรไปแล้ว
นอกจากนั้นยามนี้ ยังเป็นเวลาที่ ปอ.โต้งเพิ่งประจักษ์ชัดว่า “ภูเก็ต ไม่ใช่เชียงใหม่ และป่าตองก็ไม่ใช่ย่านนิมมานที่แม้ธุรกิจบันเทิงจะเติบโตมาก”
“แต่อิทธิพลและความแรง ‘ป่าตอง’ แรง ลึก และอำมหิตมากกว่า”
24 มิถุนายน 2569…ต้องรอดูว่า คำสั่งกรมการปกครองจะส่งใครมานั่งทั้ง 3 เก้าอี้นี้
เพราะตราบใดที่ผลประโยชน์ยิ่งใหญ่บนหาดป่าตองและอำนาจนอกระบบ ยังชี้นำการเติบโตในพื้นที่ ความเปลี่ยนแปลงในอำเภอกระทู้ ก็ยังยากที่จะเกิดขึ้น
ส่วนอีก 2 คำสั่ง ทั้งคำสั่งย้ายรองผู้ว่าฯ และมติครม.ย้ายผู้ว่าภูเก็ต ขอต่อ EP.ถัดไป เพราะเรื่องใหญ่เกินจะรวบจบใน EP.เดียว
“ใคร เป็น ใคร” “ใครยิ่งใหญ่บนหาดบางเทา” “ใครมีสี“ ”สีไหน” ที่สส.พรรคประชาชนออกมาเอ่ยถึงความสัมพันธ์ของคนมีสี และระหว่าง 3 สี จะมีอะไรเชื่อมต่ออยู่…อดใจรออีกนิด



