EP.ที่ผ่านมา เกริ่นเป็นน้ำจิ้มให้เห็นถึงที่มาที่ไป ของตัวละครหลักในเรื่องเล่าชาวภูเก็ตให้เข้าใจพอสังเขปว่า ใคร คือ ‘กุ้งใหญ่’ ใคร คือ ’กุ้งเล็ก‘ และใครคือตัวละครเชื่อมโยงระหว่างกุ้งใหญ่กับผู้ว่าฯเซมเบ้
วันนี้จะเริ่มแกะปมปริศนา และแงะแฟ้มข้อมูลที่พอจะทำให้เห็นถึง เหตุและผลของข้อขัดแย้งบนเกาะภูเก็ต จนมาสู่ปฏิบัติย้ายล้างเกาะของ มท.หนู อนุทิน ชาญวีรกูล คือ อะไร และทำไมวันนี้ ‘ผู้ว่าฯเซมเบ้’ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร กลายเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หลังคำสั่งย้ายเข้าเมืองหลวงไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย จนอาจเลิกกินกุ้งไปอีกนาน
เรื่องเล่าของความขัดแย้งรอบนี้ ในความเป็นจริงไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะแม้ผู้ว่าเซมเบ้ จะดูเหมือนเป็นคนของพรรคเพื่อไทย เพราะเติบโตในยุคเพื่อไทยเรืองอำนาจ แต่เมื่อถูกย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองที่นั่งได้เพียงไม่กี่เดือน ลงไปเป็นผู้ว่าฯภูเก็ต ‘ผู้ว่าเซมเบ้’ ก็ยอมรับสภาพ และไม่เคยมีปฏิกริยาตอบโต้คำสั่งย้ายในครั้งนั้น
ตรงกันข้าม…กลับมีสัญญาณตรงกลับไปยังเจ้ากระทรวง ที่มี 3 สถานะ ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่า พร้อมทำงานตามนโยบายและคำสั่งที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ทั้งคำสั่งในฐานะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และลึกๆยังพร้อมให้ความร่วมมือในอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย
ช่วงแรกของการลงไปอยู่ที่ภูเก็ต ความเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรง มองปัญหาออก และแก้ปัญหาเป็น ทำให้ ผู้ว่าฯเซมเบ้ ได้รับเสียงตอบรับจากภาคเอกชนและภาคราชการในจังหวัดค่อนข้างสูง
การหยิบยกปัญหาใหญ่ของเกาะภูเก็ต โดยเฉพาะเรื่องขยะมูลฝอยที่กำลังล้นเกาะขึ้นมาเป็นปัญหาในระดับต้นๆที่จะต้องเร่งลงมือแก้ไข ทั้งการเปิดโอกาสให้เอกชนที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆมานำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา
การเห็นด้วยกับแนวทางของอดีตผู้ว่าฯโสภณ สุวรรณรัตน์ ที่จะแยกคลัสเตอร์การกำจัดขยะภูเก็ตไปตามพื้นที่โดยรอบของเกาะ ไม่นำขยะวิ่งผ่านเมือง เพื่อเข้ามากำจัดในศูนย์กำจัดขยะกลางที่สะพานหิน ทำให้ได้ใจองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นโดยรอบ เพราะที่ผ่านมาขยะ เป็นปัญหาสำคัญที่ทุกท้องถิ่นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับการที่รถขยะต้องขนขยะวิ่งเข้าเมือง ไปกำจัดที่สะพานหิน เพียงเพื่อเป้าหมายเดียวในอดีต คือ รวมศูนย์ขยะให้เป็นแหล่งเดียว เพื่อให้มีปริมาณขยะเพียงพอต่อการเป็นเชื้อเพลิง ป้อนโรงไฟฟ้าขยะ
ในทางบริหาร ผู้ว่าฯเซมเบ้ได้รับคะแนนท่วมท้นจากหลายๆฝ่าย แต่ในแง่การจัดการสมการอำนาจ ผู้ว่าเซมเบ้เลือกใช้บริการคนใกล้ชิด คือ ‘ปอ.โต้ง’ ดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายอำเภอที่หอบหิ้วกันมาจากเชียงใหม่ เป็นมือประสานสิบทิศ
จริงอยู่ ปอ.โต้ง อาจจะทำได้ดีในระดับหนึ่ง เมื่อเลือกที่จะเข้าหา 'กุ้งใหญ่' นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าฯอันดับหนึ่ง เพราะรองอดุลย์ เป็นคนที่รับราชการในพื้นที่เกาะภูเก็ตมายาวนาน ตั้งแต่ตำแหน่งนายอำภอถลาง ปลัดจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด
ประการสำคัญ รองอดุลย์ หรือ รองกุ้งใหญ่ เคยบัญชาการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ตมาก่อน ซึ่งเมื่อ ปอ.โต้ง ต้องรับช่วงเข้ามาบัญชาการกองอาสาฯ จึงต้องอาศัยสายสัมพันธ์ของรองอดุลย์ ช่วยเบิกทางให้การกำกับดูแล สั่งการ และบัญชาการกองกำลังอาสารักษาดินแดนที่ล้วนแต่เป็นคนใต้ได้อย่างราบรื่น
แต่จุดเริ่มต้นที่ลงตัวระหว่างนายกองอดุลย์และนายกองเอกดนัย บนสายสัมพันธ์ที่แนบแน่น กลับทำให้ปอ.โต้ง ลงไปเดินในเส้นทางที่นายกองเอกอดุลย์เคยเดิน และเหินห่างจากการเข้าไปสานสัมพันธ์กับ ‘รองกุ้งเล็ก' ธีระพงศ์ ช่วยชู ที่รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และสิ่งแวดล้อม
'รองกุ้งใหญ่' อดุลย์ ชูทอง มีจุดแข็งของงานด้านความมั่นคง การดูแลแรงงานต่างด้าวจำนวนมากบนเกาะภูเก็ตให้อยู่ในระเบียบ ทั้งแรงงานที่ขึ้นทะเบียน แรงงานนอกทะเบียน รวมถึงชุมชนแรงงนต่างด้าว ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นั่น จนมีโรงเรียนที่แทบทั้งโรงเรียนเป็นเด็กของครอบครัวแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการใช้กำลังอาสารักษาดินแดน เข้าควบคุมดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาใช้บริการสถานบันเทิงในพื้นที่สำคัญของอำเภอกระทู้ ทั้งหาดป่าตอง และหาดสำคัญๆอื่นๆ
บารมีของรองอดุลย์ ในพื้นที่ป่าตอง นับว่าไม่ธรรมดา เมื่อปอ.โต้งก้าวเข้ามาดูแลกองอาสารักษาดินแดน แทนรองอดุลย์ แน่นอนว่า การสร้างบารมี เพื่อให้ได้รับการยอมรับจึงเกิดขึ้น
ด้านหนึ่ง แม้ปอ.โต้งที่ชอบเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ จะใช้สนามฟุตบอลเป็นสนามสานไมตรี ยกทีมอาสา และทีมอาวุโสภูเก็ตตระเวณแข่งสานสายสัมพันธ์ในหลายพื้นที่
อีกด้านหนึ่ง การเข้าถึงผู้บริหารและเจ้าของสถานบันเทิงหลายแห่งเพื่อแสดงตัว ก็มีความจำเป็นไม่ต่างกัน เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ
การเดินตามรอยเท้าของรองอดุลย์ เพื่อเข้าสู่พื้นที่สำคัญ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวกลางคืน ในเมืองและบริเวณริมหาด การเข้มงวด กวดขันเรื่องยาเสพติดในพื้นที่ ที่มีมาตรการออกมาในช่วงต้น ทำให้ปอ.โต้ง จำต้องใช้เวลายามค่ำคืน ตระเวณตรวจตราในพื้นที่หลายแห่ง
แน่ล่ะ…ช่วงต้นการแสดงตนในฐานะผู้ใกล้ชิดผู้ว่าฯ คนสนิทที่สังคมรับรู้ว่า เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารเย็นของผู้ว่าฯบ่อยครั้ง เป็นใบเบิกทางที่ทำให้ปอ.โต้งเข้าถึงกลุ่มผู้บริหารพื้นที่ป่าตองได้โดยไม่ยาก แต่นานไป ความเป็นคนใกล้ชิดผู้ว่าฯ กลับเริ่มเป็นดาบสองคมที่หันมาบาดมือปอ.โต้ง อันส่งกระทบต่อเนื่องไปถึงตัวผู้ว่าฯเซมเบ้
ความเคลื่อนไหวของสองคู่หู โต้งและกุ้งใหญ่ ถูกสายตาบางคู่จับจ้องอยู่อย่างเงียบๆ เจ้าของสายตาที่มีภรรยาเปิดร้านอาหารและสถานบันเทิงในหาดสำคัญของเกาะ เริ่มได้รับรู้ข้อมูลบางอย่างที่เป็นประโยชน์
ข่าวลือเรื่องการเรียกรับค่าดูแล การปรับขึ้นค่าดูแลพื้นที่ขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งเท็จจริงเป็นอย่างไรยังไม่แจ้งชัด ถูกส่งเข้าไปยังเจ้าของสายตาที่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกและห่างเหินจากชั้นในของวงบริหาร วงนโยบายของจังหวัด
กระนั้น เมื่อยังไม่ถูกรุกล้ำเข้าในพื้นที่ส่วนตัว หรือ ถูกรุกล้ำเข้ามาในตำแหน่งที่ดูแลอยู่ คำว่า “ทางใคร ทางมัน” ก็ดูเหมือนจะยังศักดิ์สิทธิ์
จนวันหนึ่ง เมื่อมีความเปลี่ยนแปลงในคณะกรรมการสำคัญ 2 ชุดของจังหวัดภูเก็ต คือ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกกันว่า คณะกรรมการ EIA จังหวัด และคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดภูเก็ต จากเดิมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ ‘กุ้งเล็ก’ รองธีระพงศ์ ช่วยชู แต่มีคำสั่งมอบหมายให้ ‘กุ้งใหญ่’ รองอดุลย์ ชูทอง เข้าไปกำกับดูแลแทน
คลื่นที่กำลังก่อตัวเงียบๆ อยู่ใต้น้ำ ก็เริ่มกระเพื่อมและก่อตัวขึ้นมาเป็นสึนามิลูกย่อมๆ
ข้อมูล เสียงร้องเรียนบนชายหาด สถานบันเทิง ที่เก็บรวบรวมไว้ เริ่มถูกตระเตรียมส่งต่อ
ท่าทีและเสียงที่แสดงออกถึงความไม่พอใจและไม่สบายใจจากกลุ่มผู้กว้างขวางในพื้นที่ป่าตอง ต่อกลุ่มปอ.โต้ง ที่หนาหูมากขึ้น…เป็นชนวนชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ถึงความสุกงอมของสถานการณ์
แต่ข้อมูลเรื่องเล่าขานของค่าใช้จ่ายการทำ EIA และการได้มาซึ่งใบอนุญาตจัดสรรที่ดินบนเกาะภูเก็ตที่ถูกขยับสูงขึ้นเท่าตัว และต้องจ่ายตรงเข้าตัวบุคคลบางบุคคล ที่อ้างความสนิทชิดเชื้อกับผู้ว่าฯเซมเบ้ กลับเป็นสถานการณ์ที่สุกงอมมากกว่า
สุกงอม จนเพียงพอต่อการขยับหมากสำคัญออกมาเล่น…
เจ้าของสายตาคู่ที่จับจ้องเรื่องนี้อยู่ รู้ดีว่า หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป นานไป เกมกินรวบทั้งเกาะต้องเกิดขึ้น อันหมายถึงนานไป จุดแห่งความห่างเหิน และการอยู่นอกแกนอำนาจ ยังจะยิ่งถ่างมากขึ้น พืชผล ที่ลงทุนปลูกไว้ และกำลังจะออกดอก ออกผลก็จะสูญเปล่า
เกมเขย่าเก้าอี้ผู้ว่าฯเซมเบ้ จึงถูกจุดพลุสัญญาณขึ้นฟ้า…
แต่กระนั้น หากจะขยับหมากตรงเข้าใส่ตัวผู้ว่าฯ แน่ล่ะย่อมไม่ระคายผิว เพราะที่ผ่านมาไม่มีข้อมูล ไม่มีหลักฐานใด เชื่อมตรงถึงตัวผู้ว่าฯเซมเบ้
เพราะเป็นที่รู้กันบนเกาะภูเก็ตว่า ผู้ว่าฯเซมเบ้ ระมัด ระวังตัวเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แทบจะไม่เปิดโอกาสให้กลุ่มผลประโยชน์ หรือภาคเอกชนซึ่งไม่มีที่มา ที่ไปเข้าถึงตัว ฉะนั้นสมการที่ลงตัว ถ้าจะตัดอำนาจผู้ว่าฯเซมเบ้ ก็ต้องเขี่ย ปอ.โต้งให้พ้นทาง
ปฏิบัติการแรกของการกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นแรกจึงเริ่มขึ้น
บัตรสนเท่ห์ พร้อมข้อมูลการเรียกผลประโยชน์สถานบันเทิงบนเกาะภูเก็ตของหน่วยเฉพาะกิจบางหน่วย และท่าทีของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ จึงถูกส่งขึ้นไปยังหน่วยเหนือ โดยเฉพาะอธิบดีกรมการปกครอง ‘นฤชา โฆษาศิวิไลซ์’ ทันที
ข้อมูลที่ถูกรวบรวมอย่างละเอียด พร้อมท่าทีของกลุ่มผู้ประกอบการซึ่งการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา ชัดเจนยิ่งว่า กรีดเลือดออกมาเป็นสีน้ำเงิน ที่แม้จะคว้าชัยชนะมาไม่ได้เพราะประมาทแชมป์เก่าจากพรรคประชาชน แต่ก็นับว่า ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มนี้ สวาภักดิ์ชัดเจนต่อพลพรรคสีน้ำเงินแล้ว
องค์ประกอบทั้ง 2 เรื่อง ทำให้ข้อมูลในบัตรสนเท่ห์ มีน้ำหนักมากพอ และมากพอที่จะทำให้ตัดสินใจได้ไม่ยาก
คำสั่งโยกย้ายแรกบนเกาะภูเก็ตจึงเกิดขึ้น เมื่ออธิบดีกรมการปกครองลงนามในคำสั่งย้าย 5 ผู้บริหารระดับสูงในจังหวัดภูเก็ตที่ประกอบด้วย
นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ไปช่วยราชการวิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง
นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต ให้ช่วยราชการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง
น.ส.วิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอถลาง ให้ช่วยราชการกองวิชาการและแผนงาน กรมการปกครอง
นายอัครพล สุทธิรักษ์ จิตต์สุภาพ นายอำเภอกะทู้ ให้ช่วยราชการกองการสื่อสาร กรมการปกครอง
นายดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต ให้ช่วยราชการสำนักงานเลขานุการกรม กรมการปกครอง
แม้จะเป็นคำสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการถึง 5 คน จนเกือบหมดเกาะภูเก็ต แต่เป็นที่รู้กันว่า คำสั่งนี้มีเป้าหมายอยู่ที่ ‘ปอ.โต้ง’ ดนัย สุขสกุล
นั่นหมายถึง หากวันใดคำสั่งนี้ถูกยกเลิก 4 คนทั้งปลัดจังหวัด นายอำเภอเมือง นายอำเภอกระทู้ หรือนายอำเภอถลาง ต่างก็มีโอกาสได้กลับเกาะภูเก็ตทุกคน
ต่างกับ ปอ.โต้ง ที่คำสั่งช่วยราชการรอบนี้เสมือนเป็นตั๋วขาเดียว คือ ไม่มีตั๋วกลับเกาะภูเก็ตแน่นอน
หลังคำสั่งย้ายข้าราชการเกาะภูเก็ตไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง ซึ่งมีนัยยะของการกำจัดเสี้ยนหนามได้สำเร็จ จึงเป็นที่มาของปกาศิตที่ประกาศก้องเหนือหาดบางเทาว่า เป้าหมายการย้ายครั้งต่อไป ต้องเป็นผู้ว่าฯ จนเป็นที่มาของโพสต์ในโซเชียล ที่เรียกร้องให้รองซีฟู้ด ออกมาทำตามสัญญาที่ประกาศว่า จะย้ายผู้ว่าฯเซมเบ้ ออกจากภูเก็ต และเป็นที่มาของคลิปประชุมหน่วยขึ้นตรงกระทรวงมหาดไทยที่ลือลั่นไปทั่ว เมื่อ มท.1 ถามหารองซีฟู้ดถึง 3 ครั้ง 3 คราในเวลาเพียงไม่กี่นาที
เกมกำจัด ‘ปอ.โต้ง’ สำเร็จ เพราะก้าวที่ไม่ระวังของเจ้าตัว ก้าวที่มีภาพคนใกล้ชิดผู้ว่าฯ ที่ทั้งเป็นบวก และเป็นลบ เมื่อหลงก้าวเข้าเกม ผลจึงออกมาอย่างที่ ’ปอ.โต้ง‘ อาจจะยังไม่เข้าใจจนถึงวันนี้
ประการสำคัญ ยังส่งผลต่อคำสั่งย้ายอีก 2 ระลอก ที่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงบนเกาะภูเก็ตโดยตรง
EP.หน้ามาเจาะลึกกันต่อในเรื่องนี้



