เมินเสียงค้าน ‘หนู-นก’ ลุยไฟแจก AI

16 มิ.ย. 2569 - 10:33

  • ศึก TH-AI Passport ยังไม่จบง่าย ๆ

  • ดีอี เตรียมเจรจาปรับเงื่อนไขจ่ายตามการใช้งานจริง

  • ฝ่ายค้านเดินหน้าขุดข้อมูลเอกสารโครงการ

เมินเสียงค้าน ‘หนู-นก’ ลุยไฟแจก AI

หลังสร้างปรากฎการณ์ "สูงวัย" หัวใจ AI ขึ้นที่กระทรวงดีอีวันก่อน ในการเปิดเวทีรับฟังความเห็นโครงการ TH-AI Passport ล่าสุด ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยังยืนกรานเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป

โดยให้เหตุผลว่า ถ้าจะพักต้องอยู่ในเกณฑ์ 3 อย่าง คือ

1.การกระทำที่ผิดกฎหมาย

2.ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า

3.ไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

"ถ้าเป็นแบบนี้ ยกเลิกแน่นอน" แต่ฝ่ายประจำยืนยันว่าถูกต้องตามกระบวนการ และตนได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงดีอี ติดตามทุกข้อมูลตลอดเวลา หากมีอะไรที่กระทำการผิดขึ้นมา แน่นอนว่าต้องยกเลิก

นั่นเท่ากับว่า "นก-ไชยชนก" เจ้ากระทรวงดีอี ประกาศใส่เกียร์เดินหน้า ไม่มีถอยเรื่องแจก AI มูลค่า 1,621 ล้านบาท โดยไม่มีการปรับทีโออาร์ แต่อาจเพิ่มเติมแนบท้ายสัญญาได้ "ทีโออาร์ปรับไม่ได้ แต่ในตัวสัญญา เราสามารถแนบท้ายได้ ถ้าเจรจาแล้วคู่สัญญายินยอม จึงต้องรอดูการประชุมพรุ่งนี้”

ดังนั้น ต้องรอดูผลการเจรจากับคู่สัญญาในวันนี้(16 มิ.ย.) ซึ่งเป็นการคุยกันครั้งแรก หลังการเปิดเวทีรับฟังความเห็นไปในวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในวันดังกล่าวโจทย์ใหญ่ที่เอกชนรับไปพิจารณา คือ จ่ายตามราคาที่ใช้งานจริง ซึ่งเจ้ากระทรวงดีอี ก็กอดหลักการนี้เอาไว้แน่น

"ต้องแก้อยู่แล้วหากจะเดินต่อไป เช่น จ่ายตามการใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้มีการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และหากไม่มีการใช้จริงก็ไม่ต้องจ่าย รัฐก็ไม่ต้องเสียเงิน ทุกข้อตกลงหรือการเจรจาที่เราจะนำเสนอ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้รัฐและประชาชนได้ประโยชน์"

ไม่รู้ใครเป็นคนโยนประเด็นนี้ออกมา แต่ดูท่าทีกระทรวงดีอี รับเป็นบันไดลงไปแล้ว

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อเรื่องข้อท้วงติงโครงการ TH-AI Passport ของฝ่ายค้าน ชนิดที่ไม่ค่อยตรงคำถามนักว่า เราต้องเติบโตไปกับโลกเทคโนโลยี วันนี้ใครเข้าไม่ถึง AI จะเป็นคนที่ล้าหลังไม่ทันโลก การดำรงชีวิตของผู้คนในปัจจุบันเราต้องมีทุกสิ่งที่ประกอบเพื่อให้เราอยู่ในเวทีหรือมีความพร้อมมากกว่าคนอื่น

นายกฯ อนุทิน ยังร่ายยาวบลาๆๆๆ ต่อว่า ประเทศไทยเรามีความมั่นคงเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นลำดับต้นของโลกอยู่แล้ว เรามีทั้งผู้ที่สามารถเขียนโปรแกรมขึ้นมาและผู้ที่พัฒนาระบบต่างๆขึ้นมาเอง เราไม่ได้ใช้เทคโนโลยีของต่างประเทศเลย เพียงแต่เอาแพลตฟอร์มและองค์ความรู้ต่างๆ เข้ามาพัฒนาแล้วกระจายเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ไปให้ประชาชน

หลังปล่อยให้นายกฯ อนุทิน พูดจบ สื่อจึงถามแบบเข้าเป้าว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ติดใจเรื่องแนวคิด แต่ข้องใจที่ทีโออาร์เกี่ยวพันกับคนใกล้ชิดตระกูลชิดชอบ แต่คำตอบที่ได้ยังกว้า งๆ ออกทะเลเหมือนเดิมว่า

"ปลัดดีอี เป็นผู้ดำเนินการ รมว.ดีอี เป็นผู้รับผิดชอบและอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องกังวลก็คือดำเนินการด้วยความสุจริตและเป็นไปตามขั้นตอนที่ระเบียบกำหนดหรือไม่ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามนั้นก็ถือว่าผู้ที่ดำเนินการได้ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนดให้ทำ เพราะถ้าเขาไม่ทำเขาก็จะมีปัญหาเรื่องผลงานและการประเมินของเขา"

สรุปชัด ๆ คือ ทั้ง "หนู-นก" ต่าง ยืนกรานเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อไป

ในขณะที่ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ยังเดินหน้าจับพิรุธต่อ โดยนำอกสาร Meta Data ของไฟล์เอกสารเริ่มต้นโครงการคิ๊กออฟ TH-AI Passport มาเปิดเผย ซึ่งระบุว่าเป็นเอกสารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งอักษร B ซึ่งมีการสร้างไฟล์ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.2568 แต่จากข้อมูลของกระทรวงดีอี กลับมีการประชาพิจารณ์วันที่ 15 ธ.ค.2568 และมีการประมูลช่วงปลายเดือนธ.ค.ดังนั้น ตนจึงคิดว่าโครงการนี้มากกว่าคำว่า “ส่อ” แต่เป็นการทุจริตจริง ๆ จึงขอให้มีการทบทวนทีโออาร์

"ไอซ์-รักชนก" ประกาศจะนำหลักฐานที่รวบรวมได้ไปยื่น ป.ป.ช.ต่อไป "เดิมตั้งใจว่าลงทะเบียนเมื่อไหร่ก็จะไปยื่น แต่ตอนนี้หากเอกสารพร้อม ปรึกษาทีมนโยบาย ทีมสื่อสาร เมื่อพร้อมแล้วก็ยื่น คาดว่าน่าจะช่วงที่กระทรวงดีอีฯ ตั้งเป้าลงทะเบียนไม่เกินวันที่ 1 ก.ค.นี้" 

นัยว่าเรื่องนี้ ฝ่ายค้านจะใช้หลาย ๆ ช่องทางดำเนินการตรวจสอบ ทั้งคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง และองค์กรอิสระ โดยจะนวดไปเรื่อย ๆ เพื่อไปยื่น "ซักฟอก" อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมหน้า ที่จะเปิดสมัยประชุมในวันที่ 25  สิงหาคม - 22 ธันวาคม 2569

เอาเป็นว่า ถ้ารัฐบาลสีน้ำเงินคิดจะลุยไฟ ก็ต้องยืนระยะให้ได้และเตรียมรับมือศึกซักฟอกเอาไว้ด้วย เพราะงานนี้เดี่ยวมือหนึ่ง มือสอง ในพรรคสีส้ม-สีฟ้า ประสานพลังพร้อมขยี้กล่องดวงใจครูใหญ่กันชนิดเต็มพิกัดแล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์