สูตรต้องห้าม รัฐบาลข้ามขั้ว "เขียว-แดง-ส้ม"

6 ส.ค. 2569 - 10:57

  • “รัฐบาลข้ามขั้ว เขียว-แดง-ส้ม” ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางการเมืองไทยปัจจุบันนี้ เพราะการเมืองแบบไทยๆ ที่ไม่สามารถเอาหนึ่งบวกหนึ่งให้เป็นสองได้

  • ดังนั้น รัฐบาลขั้วใหม่ตามที่มีคิดกันขึ้นมา จึงเป็น “สูตรต้องห้าม” ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ใน พ.ศ.นี้

สูตรต้องห้าม รัฐบาลข้ามขั้ว "เขียว-แดง-ส้ม"

สูตรต้องห้าม

รัฐบาลข้ามขั้ว “เขียว-แดง-ส้ม”

แม้ไม่มีภาพ “หนู-หนิม” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กอดกันโชว์ในทำเนียบรัฐบาล สยบกระแสข่าวการตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว “เขียว แดง ส้ม” คนส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่าจะมีรัฐบาลสูตรนี้เกิดขึ้น

แต่เพื่อให้พื้นที่กับข่าวดังกล่าว ได้เบียดแทรกข่าวอื่นๆ ที่ไม่เป็นมงคลกับรัฐบาลให้มีพื้นที่น้อยลง หลังประชุม ครม.จึงได้เห็น รัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล ออกมาแจกแจงซ้ำว่า ในที่ประชุม ครม.นายกฯ ได้ให้ความมั่นใจกับรัฐมนตรีทุกคน

“ขอให้รัฐมนตรีทุกท่านทำงานด้วยความสบายใจ อย่าไปหวั่นไหวกับคำถามที่มีความพยายามยุยง”

คงเป็นลูกตามน้ำอย่างที่ว่า เพราะก่อนหน้านั้น สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หนึ่งในแกนนำรัฐบาลที่อยู่กับการเมืองมานาน สรุปเอาไว้ชัดแล้วว่า เป็นแค่สีสันการเมือง

“เราไม่รู้ว่าแหล่งข่าวที่พูดมีความหวังดีต่อรัฐบาลหรือไม่ เราไม่สามารถทราบได้ แต่เป็นสีสันทางการเมือง ซึ่งสื่อมวลชนทราบดีว่า ในแต่ละปีมีข่าวอย่างนี้แทบทุกวัน แต่สุดท้ายเป็นเรื่องสีสันทางการเมือง” นักการเมืองผู้รู้ราตรีนานว่าไว้

อันที่จริงแหล่งข่าวที่ว่านั้น ถ้าดูดีๆ ก็จะเห็นเป็นตัวละครโลดแล่นอยู่ในข่าวเดียวกันนั่นแหล่ะ แต่เพื่อให้เกิดการสังเคราะห์อย่างมีเหตุผล จึงมีการสันนิษฐานกันกว้างๆ ไว้ 3 ทาง คือ

ทางแรก ถูกปล่อยออกมาจากพรรคแกนนำรัฐบาล ซึ่งไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ต้องการปรามพรรคที่ร่วมรัฐบาลอยู่ด้วยกันว่า อย่าทำตัวเรื่องเยอะหรือ “เหลี่ยมจัด” รู้นะว่าคิดอะไรอยู่

ทางที่สอง เป้าอยู่ที่พรรคเพื่อไทย ต้องการเล่นองค์ ต่อรองกับพรรคแกนนำที่กำลังเผชิญมรสุมโลหิตและอยู่ในขาลง อย่ามาเรื่องมาก เพราะฉันมีทางไป เล่นได้หลายหน้า ไม่ใช่สิ้นไร้ไม้ตอก ทำนองนั้น

ทางสุดท้าย “พรรคสีเขียว” ออกแรงปั่นกระแส สร้างราคาให้ตัวเอง เพื่อให้พรรคน้ำเงินที่สัญญิงสัญญาอะไรไว้ อย่าให้ต้องรอนานเกิน เพราะขืนชักช้าอีกฝั่งรวมขั้วสำเร็จเมื่อไหร่ ก็พร้อมไปกับเขาด้วยนะ ยิ่งสองวันก่อนมีคนในพรรคส้ม ยินดีเปิดประตูรับด้วย ทำให้พรรคสีเขียวยิ่งดูขลังเข้าไปใหญ่

ใครปล่อยข่าวรัฐบาลขั้วใหม่ออกมา ย่อมไม่หนีไปจากสามกลุ่มนี่แหล่ะ!?

แต่ในชีวิตจริงทางการเมืองของประเทศไทย แม้จะมีการผสมพันธุ์ข้ามขั้ว จนเกิดคำว่า “ตระบัดสัตย์” กันมาหนหนึ่งแล้ว ในการจัดตั้งรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน ที่พรรคเพื่อไทย สลัดทิ้งพรรคก้าวไกล ไปจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคสองลุง “พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ” หลังการเลือกตั้งปี 2566

ตอนนั้นต่างลืมกันไปสนิทเลยว่าเคยพูดอะไรเอาไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

หากครั้งนี้ จะหวนไปใช้วิธีการแบเดิมบ้าง เมื่ออีกฝั่งยอมให้ “มีลุง มีเรา” ได้ เที่ยวนี้ก็ยอมเปิดทาง พักเรื่อง “มีเรา ไม่มีเทา” เอาไว้ก่อน เปิดทางให้เทามาคุยกับเราได้ เพื่อนำไปสู่การสถาปนารัฐบาลขั้วใหม่ “ส้ม-แดง-เขียว” ขึ้น

บางเรื่องคิดได้ แต่ทำไม่ได้ โดยเฉพาะการเมืองแบบไทยๆ ที่ไม่สามารถเอาหนึ่งบวกหนึ่งให้เป็นสองได้ ดังนั้น รัฐบาลขั้วใหม่ที่คิดกันขึ้นมา จึงเป็น “สูตรต้องห้าม” ที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับการเมืองไทยใน พ.ศ.นี้

สำหรับพรรคส้ม โอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ มีเพียงหนทางเดียว คือ ต้องชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เพื่อเป็นรัฐบาลพรรคเดียวเท่านั้น การจะไปจับกับสีนั้น สีนี้ หรือยึดหลัก Grand compromise อย่างที่พูดไว้ โอกาสคงริบหรี่ยิ่งกว่าแสงหิ่งห้อยในคืนข้างแรมเสียอีก!

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์