โชว์นาฬิกาของหมั้น
ทวงสัญญาใจร่วมรัฐบาลสีน้ำเงิน
ในท่ามกลางบรรยากาศการเมืองปัจจุบัน หลายคนเชื่อว่าการปรับ ครม.ไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เพราะคงปล่อยให้ผ่านปีนี้ไปก่อน จากนั้น ค่อยไปปรับเอาในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งครบหนึ่งปีพอดี ไม่ขาดไม่เกินในราวเดือน มี.ค.-เม.ย.2570
แต่จากอาการเร้าหรือของพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่เพิ่งถูกขับออกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน จึงทำให้ถูกสถานการณ์บีบรัด เพื่อหาสถานะที่ชัดเจนให้กับกล้าธรรม ในวันที่อยู่ในสภาพครึ่งบก ครึ่งน้ำ ฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่เชิง
เรื่องนี้เห็นได้จากการออกมาโพสต์ของ ไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ประเด็น นาฬิกา CASIO บนข้อมือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ได้รับมอบจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อ 13 ส.ค.2569 พร้อมข้อความกำกับ “ไม่ใช่นาฬิกามือหนึ่ง พูดสั้นๆ ถอดจากมือ จบนะครับ”
การหยิบเรื่องนาฬิกา CASIO ซึ่งรู้กันระหว่างคนรับกับคนให้มาพูดถึงในห้วงเวลานี้ คงไม่ใช่แค่แสดงถึงความเป็นเพื่อนสนิทหรือเป็นคนใกล้ชิดเฉกเช่นรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกหลายคนที่ได้รับแจก
แต่สำหรับ “ผู้กองธรรมนัส” คงต้องมีอะไรมากกว่านั้น อย่างน้อยก็เป็นการ “ทวนความจำ” ที่ตกปากรับคำกันไว้
ในทางการเมือง “กล้าธรรม” รวมไปถึงคนในพรรค ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ดังนั้น ไม่ว่าช้าหรือเร็วต้องเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลอย่างแน่นอน เพียงแต่จะได้เข้าไปในช่วงจังหวะเวลาไหนเท่านั้นเอง
ว่ากันว่าหากไม่เจอแรงบีบจากฝ่ายค้าน กล้าธรรมก็คงดำรงตนเป็น “รัฐบาลนอกทำเนียบฯ” อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันเวลาที่เหมาะสม แต่เมื่อเหตุการณ์พลิกผัน จึงต้องงัด “ของหมั้น” ออกมาโชว์ ในจังหวะที่ฝ่ายค้านกำลังจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
เท่ากับเป็นการทวงสัญญาการเข้าร่วมรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร?
เพราะหากได้เข้าร่วมรัฐบาลก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล้าธรรมก็ไม่ต้องทนอึดอัดกับสภาพครึ่งบก ครึ่งน้ำ อีกต่อไป แถมยังเข้าไปเสริมแกร่งเป็นรัฐบาล 350 เสียง ยืนซดหมัดกับฝ่ายค้านได้สบายๆ อีกด้วย
ในทางกลับกัน หากยังต้องให้รอเป็นแม่สายบัวต่อ ก็คงต้องมีอะไรติดปลายนวมเพิ่ม ที่สำคัญต้องให้คนที่มีอำนาจตัวจริง มาการันตีความชัดเจนว่าจะต้องให้รอไปถึง พ.ศ.ไหน ไม่ใช่ปล่อยให้รอแล้วรอเล่า แบบไม่มีที่สิ้นสุด
แต่อย่างหลังนี้ ฝ่ายที่สัญญาเอง ก็คงต้องคิดให้รอบด้านด้วยเหมือนกัน เพราะหากมีการพลิกเกมในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกิด “แดง-เขียว” จับมือกันพยศ พากันดัดหลังพรรคสีน้ำเงินขึ้นมา ก็อาจทำให้รัฐนาวาอัปปางลงได้ง่ายๆ
ตรงนี้แหล่ะ ที่ผู้มีบารมีในพรรคสีน้ำเงิน ต้องไปดีดลูกคิดรางแก้ว ออกแบกการเมืองให้ดีว่า การปรับครม.อนุทิน 2/1 จะให้มีก่อนหรือหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ถ้ามั่นใจว่าเอาอยู่ ก็ลากยาวรอไปต้นปีหน้า แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ต้องชิงลงมือปรับเสียก่อนซักฟอก
ยอมเฉือนเนื้อ คายเก้าอี้ซื้อใจกันตอนนี้ เพื่อเสริมใยเหล็กให้รัฐบาล ดีกว่าต้องมาเสี่ยงกับความไม่แน่นอนภายหลัง เพราะอารมณ์แบบถอดนาฬิกาจากข้อมือให้ “ผู้กอง” ผู้ใหญ่คนหนึ่งเคยทำมาก่อน ตอนหลังก็กระอักโลหิตมาแล้ว
รอดูว่า ครูใหญ่จะกดปุ่มปรับ ครม.อนุทิน 2/1 ตอนไหน ก่อนหรือหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ?!




