รวมสถิติน่าสนใจหลังเกมฟุตบอลโลก 22 พ.ย. 2022

23 พ.ย. 2565 - 09:53

  • วันที่สามพลิกล็อกโลกถล่ม อาร์เจนตินาพลาดท่าพ่ายซาอุ เลวานฯ พลาดโทษ ทำให้โปแลนด์เจ๊าเม็กซิโกแบบโนสกอร์ และ ฝรั่งเศสประเดิมสวยพลิกแซงถล่มออสเตรเลีย

After_22_Nov_World_Cup_stats_SPACEBAR_Hero_8e50cae803.jpeg
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 วันที่สาม ซึ่งมีการแข่งขันทั้งหมดสี่คู่ แถมช็อกกันตาตั้งตั้งแต่หัววัน จากทีมเต็งแชมป์จ๋าๆ อย่าง อาร์เจนตินา ที่ถึงเมสซี่จะยิงจุดโทษนำก่อนตั้งแต่ 10 นาทีแรกก็ไม่ช่วยอะไร เพราะโดน ซาอุฯ พลิกแซงแบบงงกันทั้งโลก 1-2 ส่วนสองคู่ต่อมาระหว่าง เดนมาร์ก พบ ตูนิเซีย กับ เม็กซิโก พบ โปแลนด์ ทำอะไรกันไม่ได้ประเดิมเจ๊า 0-0 กันไปเป็นสองคู่แรกของทัวร์นาเมนต์ และปิดท้ายด้วย ฝรั่งเศส ที่เกือบโดนอาถรรพ์แชมป์เก่าเล่นงาน เพราะโดน ออสเตรเลีย นำไปก่อน แต่พลิกแซงกลับมาถล่มชนะได้ 4-1 สำหรับสถิติน่าสนใจของเกมเมื่อคืนจะมีอะไรบ้าง ติดตามกับ SPACEBAR ได้เลย
 

สถิติน่าสนใจหลังเกมฟุตบอลโลก 22 พ.ย. 2022 

After_22_Nov_World_Cup_stats_SPACEBAR_Photo01_9055b24ec1.jpeg

อาร์เจนตินา 1-2 ซาอุดิอาระเบีย 

  • อาร์เจนตินา เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่มีผู้เล่น 4 คนที่อายุมากกว่า 34 ปี อยู่ใน 11 ตัวจริง (ลิโอเนล เมสซี่, นิโคลาส โอตาเมนดี้, อังเคล ดิ มาเรีย และ ปาปู โกเมซ) 
  • ลิโอเนล เมสซี่ เป็นผู้เล่นคนที่ 5 ที่ทำประตูในการแข่งขันฟุตบอลโลก 4 ครั้ง (2006, 2014, 2018, 2022) ต่อจาก เปเล่, อูเว่ ซีเลอร์, มิโรสลาฟ โคลเซ่ และ คริสเตียโน โรนัลโด้ 
  • ประตูของ ลิโอเนล เมสซี่ กับซาอุดิอาระเบีย ทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูในฟุตบอลโลก 4 สมัยกับอาร์เจนตินา (2006, 2014, 2018, 2022) แซงหน้า กาเบรียล บาติสตูต้า (1994, 1998 และ 2002) และ ดิเอโก้ มาราโดน่า (1982, 1986 และ 1994) 
  • อาร์เจนตินา แพ้เป็นนัดแรกหลังจากไม่แพ้ใครมา 36 เกมติดต่อกัน (แพ้ครั้งล่าสุดต่อบราซิล เมื่อเดือนกรกฎาคม 2019) และแพ้เกมฟุตบอลโลกหลังจากจบครึ่งแรกด้วยการขึ้นนำเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1930 ในรอบชิงชนะเลิศกับ อุรกวัย 
  • อาร์เจนตินา เสีย 2 ประตูในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1974 (แพ้โปแลนด์ 2-3) 
  • ประตูของเมสซี่ วันนี้ห่างจากประตูแรกที่เขาทำได้ถึง 16 ปี (พบเซอร์เบียในฟุตบอลโลกปี 2006) เป็นช่วงเวลาระหว่างสองประตูที่ยาวนานที่สุดโดยผู้เล่นคนเดียวกันในการแข่งขัน 
  • ในครึ่งแรกของเกมนี้ อาร์เจนตินา โดนจับล้ำหน้าไป 7 ครั้ง มากกว่าฟุตบอลโลกปี 2018 ที่ล้ำหน้าแค่ 6 ครั้งทั้งทัวร์นาเมนต์ 
  • ซาอุดิอาระเบีย เป็นทีมจากเอเชียทีมแรกที่ยิงใส่ อาร์เจนตินา ได้มากกว่า 1 ประตู ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก 
After_22_Nov_World_Cup_stats_SPACEBAR_Photo02_07e4e8eef7.jpeg

เดนมาร์ก 0-0 ตูนิเซีย 

  • โอกาสทำประตู 15 จาก 24 ครั้ง ในเกมนี้มาจากลูกเตะมุม เป็นสถิติที่มากที่สุดในฟุตบอลโลกนัดเดียวนับตั้งแต่ปี 1966 
  • เดนมาร์ก พบกับ ตูนิเซีย จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 เป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเป็นนัดที่ 6 ของทัวร์นาเมนต์ โดยในปี 2018 เกมที่จบแบบไม่มีสกอร์ครั้งแรกและครั้งเดียว เกิดขึ้นในนัดที่ 37 คู่ระหว่าง… เดนมาร์ก กับ ฝรั่งเศส 
  • เดนมาร์ก ‘ไม่เคยแพ้’ ทีมจากทวีปแอฟริกาในฟุตบอลโลก เหมือนกับตูนิเซีย ที่ ‘ไม่เคยเอาชนะ’ ทีมจากทวีปยุโรปได้เลย 
After_22_Nov_World_Cup_stats_SPACEBAR_Photo03_b75c3bfca3.jpeg

เม็กซิโก 0-0 โปแลนด์ 

  • โปแลนด์ เป็นทีมแรก ที่ไม่สามารถทำประตูจากลูกจุดโทษได้ถึง 3 ครั้งติดต่อกันในฟุตบอลโลก (ไม่รวมช่วงยิงจุดโทษหลังต่อเวลา) เลวานดอฟสกี้ ในปี 2022, เดย์น่า นัดพบกับอาร์เจนตินา ในปี 1978 และ ซูรอว์สกี้ นัดพบกับสหรัฐฯ ในปี 2002 
  • โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำประตูไม่ได้เลย ใน 4 เกมที่เขาเล่นให้ทีมชาติโปแลนด์ ในศึกฟุตบอลโลก จากโอกาสยิงทั้งหมด 11 ครั้ง (เข้ากรอบ 4 ครั้ง) 
  • เม็กซิโก ไม่แพ้ในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก 6 นัดหลังสุด และทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมานั้น พวกเขาผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้ทั้งหมด 
  • เม็กซิโก เสมอ 0-0 ในช่วงพักครึ่งทั้งหมด 6 จาก 8 เกมหลังสุดในฟุตบอลโลก จาก 6 ทีมนั้นที่เจอ พวกเขาชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 3 
  • กิเยร์โม โอชัว เป็นผู้รักษาประตูเม็กซิโก ‘คนแรก’ ที่เซฟจุดโทษในเกมฟุตบอลโลกได้ นับตั้งแต่อย่างน้อยปี 1966 (ไม่รวมช่วงยิงจุดโทษ) หลังจากที่ผู้รักษาประตูเม็กซิกันเสียประตูจากลูกจุดโทษ 3 ลูกแรกในทัวร์นาเมนต์ นับตั้งแต่นั้นมา (โอชัวเซฟไป 2 ครั้ง และ ออสวัลโด ซานเชซ เซฟไป 1 ครั้ง) 
  • ทีมจากโซนคอนคาเคฟชนะเพียง 1 นัดจาก 15 นัดหลังสุดที่พบกับทีมจากยุโรป (เสมอ 6 แพ้ 8) 
After_22_Nov_World_Cup_stats_SPACEBAR_Photo04_1431ef5465.jpeg

ฝรั่งเศส 4-1 ออสเตรเลีย 

  • เครก กู๊ดวิน ยิงประตูใส่ฝรั่งเศส ได้เร็วที่สุดในฟุตบอลโลก (08:23) นับตั้งแต่ ไบรอัน ร็อบสัน เคยทำได้ในปี 1982 (00:27) 
  • อาเดรียน ราบิโอต์ เป็นผู้เล่นฝรั่งเศส ‘คนแรก’ ที่ทำได้ทั้งประตูและแอสซิสต์ในนัดเดบิวต์ฟุตบอลโลก นับตั้งแต่ คริสตอฟ ดูการ์รี่ ทำได้ในเกมเจอกับแอฟริกาใต้ เมื่อปี 1998 
  • ฝรั่งเศส ทำค่าเฉลี่ยการทำประตู (xG) ในนัดนี้ได้ถึง 4.2 ซึ่งมากที่สุดในฟุตบอลโลกปีนี้ 
  • ฝรั่งเศส เป็นแชมป์เก่า ‘ทีมแรก’ ที่ชนะนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกได้ นับตั้งแต่บราซิล ในปี 2006 
  • ฝรั่งเศส ทำประตูจากลูกโหม่งได้เกิน 2 ลูก ในฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่นัดชิงชนะเลิศกับบราซิลในปี 1998 
  • คีเลียน เอมบัปเป้ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูให้ฝรั่งเศสได้ 5 ประตูในฟุตบอลโลก (23 ปี 337 วัน) ซึ่งตอนนี้เขาทำไปแล้ว 12 ประตู จาก 11 เกมหลังสุดที่ลงเล่นให้ทีมตราไก่ รวมทุกรายการ 
  • คีเลียน เอ็มบัปเป้สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของคู่แข่ง 19 ครั้งในเกมนี้ สูงที่สุดโดยผู้เล่นหนึ่งคนในฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1970 (ริว่า, ซีเลอร์ และ มุลเลอร์ ทั้งหมดทำได้เกิน 19 ครั้ง) 
  • ในวัย 36 ปี 53 วัน โอลิวิเย่ ชิรูด์ กลายเป็น ‘ผู้เล่นที่อายุมากสุดของฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก’, ‘ผู้ทำประตูที่อายุมากสุดของฝรั่งเศสในฟุตบอลโลก’ (แซงหน้า ซีเนอดีน ซีดาน ในวัย 34 ปี 16 วัน) และ ‘ผู้เล่นที่อายุมากสุดเป็นอันดับสองที่ทำสองประตูในฟุตบอลโลก’ รองจาก โรเจอร์ มิลลา ในปี 1990 (38 ปี 34 วัน) 
  • โอลิวิเย่ ชิรูด์ ทำประตูที่ 51 ให้ฝรั่งเศส เทียบเท่ากับ เธียร์รี อองรี แล้วในฐานะดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์