
ฟุตบอลโลก 2022 นับเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกยุคใหม่ที่อาศัย ‘ปัญญาประดิษฐ์’ หรือ Artificial Intelligent (AI) ที่ใช้ Big Data เพื่อให้เกิดการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและปรับแต่งเพื่อใช้ให้เกิดการทำงานที่ถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด
โดยในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาต้าร์นั้นการใช้ เอไอ มีตั้งแต่ในสนามการแข่งขัน ไปจนถึงลูกฟุตบอลที่ใช้กันในสนาม โดยมีการส่งข้อมูลผ่านเซนเซอร์ตรวจจับ และใช้ระบบ อัลกอริทึม (Algorithm) เพื่อจัดลำดับการประมวลผลให้เกิดชุดคำสั่งการใช้งานแบบอัตโนมัติ
ด้วยความที่เจ้าภาพในครั้งนี้คือประเทศที่อยู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้การแข่งขันเกิดขึ้นในส่วนที่เรียกได้ว่าเป็นดินแดนกลางทะเลทราย ถึงแม้จะติดกับทะเลแต่อุณหภูมิในเวลากลางวันที่กรุงโดฮาค่อนข้างสูง ทำให้การแข่งขันต้องมีขึ้นในเวลาเย็น และเพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างเรียบร้อยที่สุด
ทางเจ้าภาพนอกจากจะควบคุมอุณหภูมิในสนามด้วยการติดเครื่องปรับอากาศ และใช้วิธีตรวจจับผ่านเอไอ แล้วฝ่ายจัดการแข่งขันยังใช้ กล้องที่ติดอยู่ทั่วสนามผ่านการสั่งงานของ เอไอ เพื่อคำนวนผู้เข้าชมให้เหมาะสมกับอุณหภูมิในสนาม และ ใช้ในการควบคุมแฟนบอลไม่ให้สร้างความวุ่นวายในสนามอีกด้วย
โดยในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาต้าร์นั้นการใช้ เอไอ มีตั้งแต่ในสนามการแข่งขัน ไปจนถึงลูกฟุตบอลที่ใช้กันในสนาม โดยมีการส่งข้อมูลผ่านเซนเซอร์ตรวจจับ และใช้ระบบ อัลกอริทึม (Algorithm) เพื่อจัดลำดับการประมวลผลให้เกิดชุดคำสั่งการใช้งานแบบอัตโนมัติ
ด้วยความที่เจ้าภาพในครั้งนี้คือประเทศที่อยู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้การแข่งขันเกิดขึ้นในส่วนที่เรียกได้ว่าเป็นดินแดนกลางทะเลทราย ถึงแม้จะติดกับทะเลแต่อุณหภูมิในเวลากลางวันที่กรุงโดฮาค่อนข้างสูง ทำให้การแข่งขันต้องมีขึ้นในเวลาเย็น และเพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างเรียบร้อยที่สุด
ทางเจ้าภาพนอกจากจะควบคุมอุณหภูมิในสนามด้วยการติดเครื่องปรับอากาศ และใช้วิธีตรวจจับผ่านเอไอ แล้วฝ่ายจัดการแข่งขันยังใช้ กล้องที่ติดอยู่ทั่วสนามผ่านการสั่งงานของ เอไอ เพื่อคำนวนผู้เข้าชมให้เหมาะสมกับอุณหภูมิในสนาม และ ใช้ในการควบคุมแฟนบอลไม่ให้สร้างความวุ่นวายในสนามอีกด้วย

ลูกฟุตบอลติดเซนเซอร์
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ใช้ลูกฟุตบอลของอาดิดาส พร้อมกับมีการติด เซนเซอร์ อยู่ภายในลูกฟุตบอล โดยเซนเซอร์ ภายในลูกฟุตบอลนั้นจะคอยติดตามการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอลตลอดเวลาโดยมีความเร็วในการจับการเคลื่อนไหวถึง 500 ครั้งต่อวินาที ซึ่งการพัฒนาลูกฟุตบอลติดเซนเซอร์ ในครั้งนี้ทางอาดิดาส ตั้งเป้าเอาไว้ว่า จะเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้กรรมการตัดสินได้อย่างถูกต้องแม่นยำทั้งนี้ลูกฟุตบอลติดเซนเซอร์ของอาดิดาส ถูกใช้ตลอดทั้ง 64 แมทช์การแข่งขันในฟุตบอลโลก และจะรายงานข้อมูลกลับไปยัง ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งฝ่ายจัดการแข่งขันสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการติดตามสถิติ และ มอร์นิเตอร์ เกมการแข่งขันตลอดทั้ง 64 แมทช์

กล้องอัจฉริยะ และ ระบบเอไอเพื่อการตัดสินที่ถูกต้องและแม่นยำ
หลายครั้งที่การแข่งขันฟุตบอลมีการตัดสินจากกรรมการในสนาม ที่แย้งกับสายตาคนดู ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันตั้งใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะลดกรณีถกเถียงหลังเกมลงให้ได้มากที่สุดโดยใช้ ภาพวิดีโอ เข้ามาช่วยกรรมการในสนาม ซึ่งวิดีโอดังกล่าวนั้นถูกสร้างขึ้นโดยใช้ระบบอัลกอริทึม รวมกับ Big Data เพื่อช่วยกรรมการในสนาม
โดยระบบวิดีโอ ดังกล่าวนั้นจะมีข้อมูลที่ถูกส่งมาจากกล้องที่คอยติดตามเกมการแข่งขันที่อยู่ด้านบนของสนาม บวกกับข้อมูลที่มาจากเซนเซอร์ในลูกฟุตบอล ขณะเดียวกัน กล้องจับสัญญาน 29 จุด จำนวน 12 ตัวที่อยู่บนหลังคาสนามการแข่งขันนั้นจะคอยจับสัญญานจากตัวนักฟุตบอลทุกคน แล้วส่งข้อมูลในการประมวลผลว่า มีการทำผิดกติกาจริงอย่างที่กรรมการผู้ตัดสินเห็นหรือไม่
ทั้งนี้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการติดตามประสิทธิภาพของนักฟุตบอล และ ข้อมูลจากลูกฟุตบอลจะถูกส่งไปยังระบบเอไอซึ่งมีห้องควบคุม และ เจ้าหน้าที่อยู่ภายในสนามพร้อมคำนวนความเป็นไปได้ ก่อนจะส่งข้อมูลเพื่อช่วยให้กรรมการตัดสินได้อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการติดตามประสิทธิภาพของนักฟุตบอล และ ข้อมูลจากลูกฟุตบอลจะถูกส่งไปยังระบบเอไอซึ่งมีห้องควบคุม และ เจ้าหน้าที่อยู่ภายในสนามพร้อมคำนวนความเป็นไปได้ ก่อนจะส่งข้อมูลเพื่อช่วยให้กรรมการตัดสินได้อย่างถูกต้อง

ทำนายผลการแข่งขันด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า ‘คาเชฟ’
ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2010 ทั่วทั้งโลกต่างรอคอยการทำนายของปลาหมึกพอลที่มีสถิติทำนายถูกเกือบทุกนัดของการแข่งขัน เวลาผ่านไป 12 ปีปลาหมึกพอลถูกแทนที่ด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intellitgent) ด้วยโปรแกรมการสั่งงานแบบโรบอต มีชื่อว่า ‘คาเชฟ’ (Kashef)ทั้งนี้ ‘บอต คาเชฟ’ นั้นผ่านการทำนายผลการแข่งขันมาแล้ว 24 นัดนับตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลกเริ่มขึ้น และ การคำนวนข้อมูลของ ‘บอต คาเชฟ’ ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์นั้นดูจะเป็นที่น่าเชื่อถือ หากไม่พลาดให้กับการทำนายในคู่ระหว่างอาร์เจนติน่า และ ซาอุดิอาระเบีย ที่ผลออกมาแบบพลิกล็อก อาร์เจนติน่า พ่ายไป 0-1 ในขณะที่คาเชฟ นั้นให้เปอร์เซนต์ อาร์เจนติน่าชนะถึง 72 เปอร์เซนต์ เช่นเดียวกับคู่ ระหว่าง เม็กซิโก - โปแลนด์ ‘บอต คาเชฟ’ ให้เม็กซิโก ชนะถึง 48 เปอร์เซนต์ แต่ผลของคู่นี้ออกมาเสมอกัน

แต่ถ้ามองข้ามการทำนายที่พลาดไปของทั้งสองคู่นั้น จะพบกว่า คาเชฟ นั้นสามารถทำนายผลการแข่งขันได้ถูกต้องถึง 14 แมทช์ และ 7 แมทช์มีผลออกมาใกล้เคียง และมีความผิดพลาดเพียง 3 แมทช์
การทำนายของ ‘บอต คาเชฟ’ นั้นใช้วิธีการคำนวนจากข้อมูล สไตล์การเล่นของทั้ง 32 ทีมที่เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก บวกกับทักษะและประสบการณ์ของนักฟุตบอลรายบุคคลที่ร่วมทีมฟุตบอลโลกในครั้งนี้ รวมไปถึงประวัติศาสตร์การแข่งขันที่ผ่านมาตลอดทั้ง 21 ครั้งของฟุตบอโลก ด้วยข้อมูลทั้งหมด อัล-จาซีร่า ได้รังสรรค์ข้อมูลพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการคำนวนผล และแปลงออกมาเป็นวิธีวิเคราะห์ถึง 200 รูปแบบ จากข้อมูล 100,000 ชิ้น โดยทั้งหมดนี้เป็นการทำงานผ่าน Google Cloud อันทำให้ บอตคาเชฟ สามารถทำนายผลได้ถูกถึง 71 เปอร์เซนต์
ทั้งนี้ ‘บอตคาเชฟ’ มีการทำนายมาแล้วว่าทีมไหนจะเข้าสู่รอบน็อคเอาท์จาก ‘บอต คาเชฟ’ อันมีดังนี้ กลุ่มเอ ทีมที่เข้ารอบได้แก่ เนเธอแลนด์ และ เอกวาดอร์, กลุ่มบี อังกฤษ และ อเมริกา, กลุ่มซี ซาอุดิอาระเบีย และ อาเจนติน่า, กลุ่มดี ฝรั่งเศส และ เดนมาร์ค, กลุ่มอี สเปน และ ญี่ปุ่น, กลุ่มเอฟ เบลเยี่ยม และ โครเอเชีย, กลุ่มจี บราซิล และ สวิตเซอร์แลนด์ และ กลุ่มเอช โปรตุเกส และ อุรุกวัย ซึ่งต้องมาดูกันว่าคำทำนายอันเกิดจาก Big Data ของ ‘บอต คาเชฟ’ นั้นจะฟันธงถูกมากน้อยแค่ไหนและจะยังคงประสิทธิภาพทำนายถูกถึง เจ็ดสิปเปอร์เซนต์ ได้อยู่หรือไม่
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งในการใช้เทคโนโลยี และ เอไอ ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมหน้าของการแข่งขันฟุตบอลโลก ในอดีตที่ผ่านมาไปอย่างสิ้นเชิง คงต้องมาดูกันว่า เมื่อถึงการแข่งขันฟุตบอลโลกในอีกสี่ปี(ปี 2026) ข้างหน้าที่มีเจ้าภาพร่วม 3 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก) และมีทีมที่ได้สิทธิเข้ารอบสุดท้ายถึง 48 ทีม จะมีความสนุกแค่ไหนและจะมีเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้งานมากกว่าในฟุตบอลโลกครั้งนี้มากน้อยเพียงใด
การทำนายของ ‘บอต คาเชฟ’ นั้นใช้วิธีการคำนวนจากข้อมูล สไตล์การเล่นของทั้ง 32 ทีมที่เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก บวกกับทักษะและประสบการณ์ของนักฟุตบอลรายบุคคลที่ร่วมทีมฟุตบอลโลกในครั้งนี้ รวมไปถึงประวัติศาสตร์การแข่งขันที่ผ่านมาตลอดทั้ง 21 ครั้งของฟุตบอโลก ด้วยข้อมูลทั้งหมด อัล-จาซีร่า ได้รังสรรค์ข้อมูลพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการคำนวนผล และแปลงออกมาเป็นวิธีวิเคราะห์ถึง 200 รูปแบบ จากข้อมูล 100,000 ชิ้น โดยทั้งหมดนี้เป็นการทำงานผ่าน Google Cloud อันทำให้ บอตคาเชฟ สามารถทำนายผลได้ถูกถึง 71 เปอร์เซนต์
ทั้งนี้ ‘บอตคาเชฟ’ มีการทำนายมาแล้วว่าทีมไหนจะเข้าสู่รอบน็อคเอาท์จาก ‘บอต คาเชฟ’ อันมีดังนี้ กลุ่มเอ ทีมที่เข้ารอบได้แก่ เนเธอแลนด์ และ เอกวาดอร์, กลุ่มบี อังกฤษ และ อเมริกา, กลุ่มซี ซาอุดิอาระเบีย และ อาเจนติน่า, กลุ่มดี ฝรั่งเศส และ เดนมาร์ค, กลุ่มอี สเปน และ ญี่ปุ่น, กลุ่มเอฟ เบลเยี่ยม และ โครเอเชีย, กลุ่มจี บราซิล และ สวิตเซอร์แลนด์ และ กลุ่มเอช โปรตุเกส และ อุรุกวัย ซึ่งต้องมาดูกันว่าคำทำนายอันเกิดจาก Big Data ของ ‘บอต คาเชฟ’ นั้นจะฟันธงถูกมากน้อยแค่ไหนและจะยังคงประสิทธิภาพทำนายถูกถึง เจ็ดสิปเปอร์เซนต์ ได้อยู่หรือไม่
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งในการใช้เทคโนโลยี และ เอไอ ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมหน้าของการแข่งขันฟุตบอลโลก ในอดีตที่ผ่านมาไปอย่างสิ้นเชิง คงต้องมาดูกันว่า เมื่อถึงการแข่งขันฟุตบอลโลกในอีกสี่ปี(ปี 2026) ข้างหน้าที่มีเจ้าภาพร่วม 3 ประเทศ (สหรัฐอเมริกา แคนาดา และ เม็กซิโก) และมีทีมที่ได้สิทธิเข้ารอบสุดท้ายถึง 48 ทีม จะมีความสนุกแค่ไหนและจะมีเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้งานมากกว่าในฟุตบอลโลกครั้งนี้มากน้อยเพียงใด



