เอ่ยถึงเจ้าของนามปากกา ‘บอ.บู๋’ หรือในชื่อจริง บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร แฟนฟุตบอลในเมืองไทยย่อมนึกภาพถึงบุคคลอันเป็นสัญลักษณ์ของกองเชียร์ ‘ปิศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่หากเป็นมหกรรมฟุตบอลโลกแล้ว รู้หรือไม่ว่าเขาคือแฟนบอล ‘ทีมชาติอังกฤษ’ ตัวยง ซึ่งในช่วงที่ศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ กำลังเริ่มต้นขึ้น กองบรรณาธิการ SPACEBAR มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษคอลัมน์นิสต์ฝีปากกล้า กับมุมมองและความทรงจำที่มีต่อฟุตบอลโลก อันเป็นการแข่งขันที่เขาได้มีโอกาสติดตามและผูกพันมาตลอด 40 ปี

นิยาม ‘ฟุตบอลโลก’ ของบอ.บู๋
ฟุตบอลโลกสำหรับผมคือมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก เหตุผลคือเพราะว่าผมเป็นคนบ้าบอล จริงถ้าพูดถึงกีฬาทั้งหมดมันอาจเป็นกีฬาโอลิมปิก แต่มุมมองของคนบ้าบอลอย่างเรา ฟุตบอลโลกมันอินกว่า มันเข้าถึงตัวเองได้มากกว่า ทำให้ผมเป็นคนที่ชอบและผูกพันกับฟุตบอลโลกมากตั้งแต่เด็กเลย จริงอยู่ที่เราโตมาในสายดูฟุตบอลอังกฤษ แต่ตลอดชีวิตนักข่าวและคอลัมนิสต์เราได้ทำหนังสือเกี่ยวกับฟุตบอล นำเสนอข่าวฟุตบอลโลกมาตลอดทั้งชีวิต1982 ครั้งแรกที่ดูบอลโลก
ฟุตบอลโลกครั้งแรกที่ผ่านตาและจำได้คือปี 1978 แต่ตอนนั้นยังเด็กมาก ยังไม่ได้บ้าบอล เพียงแค่เห็นว่ามีคนมาเตะบอลกันแล้วมีคนดูเต็มสนาม แต่ครั้งแรกที่ดูบอลโลกและดูแบบจริงจังคือสมัยที่ผมเรียนอยู่มัธยมต้นในปี 1982 ตอนอายุ 12-13 ขวบ ตอนนั้นบ้าบอลใหม่ๆเลย คือผมเชียร์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตั้งแต่ปี 1981 แล้วก็ติดตามฟุตบอลอังกฤษจากนิตยสารสตาร์ซ็อคเกอร์ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วพอติดตามฟุตบอลอังกฤษได้ 1 ปี มันก็มีฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปน ตอนนั้นจำได้ว่าผมได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลโลกเยอะมาก ทั้งที่บ้านเราแทบจะไม่มีการถ่ายทอดสดเลย มีแต่นัดเปิดสนาม และนัดชิงชนะเลิศ แต่ก็ได้ติดตามอ่านจากหนังสือพิมพ์เฉพาะกิจของสนามกีฬา เป็นยุคที่ก่อนจะมีสยามกีฬารายวัน ยุคนั้นจะมีหนังสือพิมพ์ฟุตบอลโลกรายวัน ตอนนั้นผมซื้อทุกวันและเก็บเอาไว้ทุกเล่ม แต่เสียดายมากๆที่ตอนนี้ปลวกกินเรียบไปหมดแล้ว

แฟนผีสู่กองเชียร์สิงโตคำราม
ผมเชียร์ทีมชาติอังกฤษ เหตุผลที่เชียร์ทีมชาติอังกฤษในปี 1982 เพราะว่าทีมในทีมชาติอังกฤษชุดนั้นมีนักเตะแมนฯยูหลายคน ทั้ง ไบรอัน ร็อบสัน สตีฟ คอปเปลล์ มี เรย์ วิลกินส์ ก็เลยเชียร์ทีมชาติอังกฤษตั้งแต่ตอนนั้น ที่สำคัญคือด้วยความที่เราตามดูฟุตบอลอังกฤษด้วย พอถึงฟุตบอลโลก นอกจากนักเตะแมนฯยู ในทีม ก็จะมีนักเตะจาก ลิเวอร์พูล จากสเปอร์ส จากอาร์เซน่อล ผมเชียร์หมดตั้งแต่ตอนนั้นเชียร์ ‘อังกฤษ’ แบบเชียร์ไม่ลืมหูลืมตา
คือทีมชาติอังกฤษเนี่ย เชียร์ด้วยความรักเลย หรือพูดง่ายๆคือเชียร์ไม่ลืมหูลืมตา และเราก็มักจะตั้งความหวังในทุกๆครั้ง ตั้งแต่ 1982 เป็นต้นมาเลย คือ เชียร์แบบมุ่งหวังในทุกครั้งว่าอังกฤษพอที่จะมีศักยภาพที่จะไปถึงแชมป์โลกได้ ก็เชื่อแบบนั้นมาทุกครั้ง แต่ความเป็นจริงเมื่อผ่านฟุตบอลโลกแต่ละครั้งมาเรื่อยๆตั้งแต่ปี 1998 มา 2002 จนมาถึง 2006 ก็เริ่มคิดย้อนกับไปว่า ทำไมกูช่างหน้ามืดตามัวขนาดนี้ (หัวเราะ) คือ เรามโนไปเองว่าอังกฤษมีโอกาสเป็นแชมป์โลก แต่พอเจอความผิดหวังบ่อยๆเข้า ก็เลยเลิกหวังแล้วว่าทีมชาติอังกฤษจะเป็นแชมป์โลก และพอโตขึ้นอายุมากขึ้น เราก็เลยได้เห็นความจริงว่าผู้เล่นอังกฤษหลายคนมักจะถูกประเมินค่าสูงเกินไป หรือที่เรียกว่าโอเวอร์เรต คือ ความโด่งดังมาก่อนฝีเท้า สังเกตได้เลยว่าไปเจอบอลแบบเบสิกแน่นๆ อย่าง สเปน หรือ ฝรั่งเศส ก็มักจะสู้เขาไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ‘แฮนด์ ออฟ ก็อด’ บอลโลกในความทรงจำ
ในปี 1986 ฟุตบอลโลกที่เม็กซิโก จริงๆแล้วปีนั้นการถ่ายทอดสดในเมืองไทยยังถ่ายแค่นัดเปิดสนามกับนัดชิงฯอยู่ ตอนนั้นจำได้เลยว่าอยู่ ม.5 พอผ่านรอบแรก มาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ยังไม่มีถ่ายทอดสด จนมาเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย รัฐบาลไทยเขาอนุมัติให้มีการถ่ายทอดสดตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป นั่นคือครั้งแรกที่เราได้ดูทีมชาติอังกฤษแบบสดๆในฟุตบอลโลก เพราะในปี 1982 ก็ได้ดูแต่เทป ก็เลยได้ดูอังกฤษแบบสดเจอกับอาร์เจนติน่า แล้วมันช็อกตรงที่ว่ามันไปเจอแฮนด์ ออฟ ก็อด ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ซึ่งตอนนั้นเราก็ยังวัยรุ่นอยู่ เราก็ไม่เคยรู้ว่าอยู่ดีๆนักฟุตบอลเอามือชกบอลเข้าไปได้ แล้วเท่านั้นไม่พอช็อตต่อมา มาราโดน่าเลี้ยงจากครึ่งสนามผ่านผู้เล่นอังกฤษ 4-5 คนเข้าไปยิงได้อีก ด้วยความที่เราเชียร์อังกฤษ ตอนนั้นบอกเลยว่าโคตรเกลียดมาราโดน่า นี่มันขี้โกงชัดๆ และสุดท้ายอาร์เจนเข้าไปเป็นแชมป์โลกอีก ในฐานะแฟนบอลอังกฤษบอกเลยโคตรเกลียด แต่นั่นเป็นในมุมแรกที่ผมเห็น เพราะอีกมุมหนึ่งหากเรามองย้อนกลับไป เหตุการณ์นั้นมันคือความน่าตื่นตาตื่นใจ มีทั้งเอามือชกบอล และเลี้ยงครึ่งสนาม มันเลยเป็นความทรงจำในฟุตบอลโลกที่คลาสสิคสุดๆ ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นในยุคนี้แน่นอน เพราะยุคนี้มันมี VAR! (หัวเราะ) รวมถึงประโยคที่บอกกับนักข่าวว่า "หัตถ์พระเจ้า" ก็ได้กลายเป็นประโยคคลาสิคตลอดกาลของวงการฟุตบอล นั่นคือการตอบคำถามที่มีชั้นเชิง ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นจากคนคนเดียวที่ชื่อมาราโดน่า แม้จะเสียใจที่อังกฤษแพ้ แต่ต้องยอมรับว่าอังกฤษ-อาร์เจนติน่า คือ แมตช์แห่งความทรงจำ
ฝันที่เป็นจริง ผู้สื่อข่าวฟุตบอลโลก 2002
จริงๆแล้วก่อนที่ผมจะได้ไปทำข่าวฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ผมเริ่มทำงานสยามกีฬาปี 1993 และทำให้เริ่มต้นเปลี่ยนสถานะในช่วงฟุตบอลโลกจากคนดูบอลมาเป็นนักข่าวตั้งแต่ปี 1994 มาจนถึง 1998 ก็ทำหมด ทั้งเขียนเกม วิจารณ์บอล เขียนรูปแบบการเล่น เรียกได้ว่ากิน-นอนอยู่ทีโรงพิมพ์เลยในช่วงฟุตบอลโลก ซึ่งหลังจากนั้นก็เริ่มคิดแล้วว่า สักครั้งหนึ่งในชีวิตอยากจะไปทำข่าวฟุตบอลโลก ก็เหมือนกับนักบอลที่เป้าหมายสูงสุดคือการได้เล่นฟุตบอลนักข่าวอย่างผมก็เช่นกัน ซึ่งในช่วงปี 2002 จริงๆแล้วตอนนั้นถูกส่งไปประจำการที่อังกฤษ ก็ยังคิดเลยว่าคงต้องถ่ายทอดเรื่องราวฟุตบอลโลกจากฝั่งอังกฤษ แต่อยู่ๆทางโรงพิมพ์ก็โทรมาบอกว่าให้กลับมาเมืองไทยและจะให้ไปทำข่าวฟุตบอลโลก ที่ เกาหลีใต้ กับ ญี่ปุ่น ความรู้สึกตอนนี้บอกเลยว่าโคตรดีใจ เพราะมันเหมือนกับฝันที่เป็นจริงประสบการณ์สุดระทึกก่อนเปิดสนาม 2002
ขอเล่าตามตรงเลยพอไปถึงโซลวันแรก ซึ่งเป็น 1 วันก่อนนัดเปิดสนาม ผมก็จัดการทำงานส่งข่าวเรียบร้อย แล้วตกเย็นก็เลยอยากลิ้มลองเครื่องดื่มท้องถิ่นสักหน่อย ก็เลยจัดชุดใหญ่ แต่แล้วพอตื่นมา เพิ่งจะรู้ตัวว่า แว่นหาย! ตอนนั้นพยามเดินออกไปหาเป็นชั่วโมงก็ไม่เจอ คิดในใจว่านัดเกิดสนามวันนี้เราจะทำยังไรดีวะเนี่ย เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง อุตส่าห์ได้มาทำข่าวถึงสนามแต่จะมองเห็นแค่สกอร์บอร์ดไม่ได้ คิดในใจตอนนั้นว่าบุญมีแต่กรรมบัง จะอดดูเกมจริงๆเหรอ สุดท้ายเลยตัดสินใจนั่งรถไฟใต้ดิน ไปตัดแว่นใหม่แม่งเลย (หัวเราะ) บอลเตะตอนเย็น ผมได้แว่นช่วงประมาณบ่าย 3 ซึ่้งก็ทันเข้าไปดูนัดเปิดสนามที่ฝรั่งเศส แชมป์เก่า แพ้ เซเนกัล ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นในฟุตบอลโลกนัดเปิดสนามในยุคก่อนๆที่จะมีเรื่องพลิกล็อกเกิดขึ้น รวมถึงในอยู่ในเหตุการณ์ที่เกาหลีใต้เข้าไปถึงรอบรองฯ ทั้งที่โกงเข้าไป (หัวเราะ) แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ได้เห็นอารมณ์ดีใจ ได้เห็นความบ้าบอลของกองเชียร์เจ้าภาพสุดทึ่ง! ได้เห็นทีม ‘แซมบ้า’ เล่นสดๆในสนาม
อย่างที่บอกว่าผมไม่เคยดูทีมชาติบราซิลเล่นแบบสดๆมาก่อน ดูแต่ในทีวี อ่านแต่ในหนังสือ แล้วพอมาได้เห็นทีมชาติบราซิล ไปเห็นโรนัลโด้ ไปเห็นโรนัลดินโญ่ ไปเห็นริวัลโด้ บอกเลยโคตรเหลือเชื่ออย่างที่เขาบอก คือ เล่นบอลสวยมาก เท้าแทบจะไม่ติดพื้น บอลมันพลิ้วไหลลื่นแบบที่ผมเองไม่เคยเห็นกับตามาก่อน นั่นก็เป็นอีกหนึ่้งประสบการณ์ที่ได้จากการไปทำข่าวฟุตบอลโลก 2002 ในตอนนั้นครั้งนี้แอบปันใจให้ ‘เมสซี่’
คือฟุตบอลสมัยใหม่ต้องเข้าใจว่าเรื่องแท็คติกและแผนการเล่นสำคัญมาก ไม่เหมือนในยุคก่อนที่เน้นความสามารถเฉพาะตัว ยกตัวอย่างที่ชัดเจนคือ บราซิล เป็นทีมที่ตัวผู้เล่นดีมากแต่พวกเขาก็ไม่ได้แชมป์มานานแล้ว เรื่องความสามารถอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีแท็คติกเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างครั้งนี้ 2022 อังกฤษก็เชียร์อยู่ แต่เอาใจช่วย เมสซี่ ผมมองว่า นักฟุตสุดยอดของโลกตลอดกาล อาจ จะมี มาราโดน่า เปเล่ ซีดาน โรนัลโด้ ผมมองว่านักบอลอย่างเมสซี่ ที่หากวัดกันที่ความสามารถ อาจจะเป็นเบอร์หนึ่งตลอดกาลด้วยซ้ำไป ถ้าไม่มีแชมป์โลกมาประดับ มันจะไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าผมเป็นเมสซี่ผมคงนอนตายตาไม่หลับ และถ้าจะถามว่า อาร์เจนติน่า ชุดนี้ดีพอที่จะไปถึงแชมป์โลกหรือเปล่า ผมมองว่ามีโอกาส หากมาราโดน่าช่วยทีมชุดปี 1986 เป็นแชมป์โลกได้ ทำไมเมสซี่จะพาทีมชุดนี้เป็นแชมป์โลกไม่ได้ ฉะนั้นนักฟุตบอลอย่างเมสซี่ควรจะเป็นแชมป์โลกสักครั้งในชีวิต
ทำไมโปรตุเกส ของโรนัลโด้ไม่มีใครพูดถึง
(หัวเราะ) พูดไปเดี๋ยวหาว่าผมอคติ คือถ้าเราดูฟุตบอลโลกมา ทีมที่ได้แชมป์เนี่ย เราจะเห็นว่าฟุตบอลโลกจะไม่มีทีมที่ไม่มีประวัติศาตร์ ทีมไม่มีความยิ่งใหญ่มา หรือชาติที่ไม่เคยมีความเข้มขลังมาก่อนเนี่ยทะลุมาเป็นแชมป์ ผมมองว่ามันไม่เหมือนฟุตบอลยูโร ที่ทีมอย่าง เดนมาร์ก ,กรีซ หรือ กระทั่งโปรตุเกสที่ขึ้นมาเป็นแชมป์ก็ไม่ใช่ทีมเต็ง แต่ฟุตบอลโลกมันไม่ใช่แบบนั้น เราจะไม่เคยได้เห็นืทีมม้านอกสายตาขึ้นมาเป็นแชมป์ได้เลย ดูอย่างโครเอเชียล่าสุด ก็ทำได้แค่รองแชมป์ในปี 2018 โอเคเราเคยเห็นทีมใหม่ที่เป็นแชมป์โลกอย่าง ฝรั่งเศส ปี 1998 และสเปน ปี 2010 แต่ทั้ง 2 ทีมถือเป็นทีมใหญ่ที่มีศักยภาพสูงพอที่จะเป็นแชมป์โลกได้ จริงอยู่ที่ครั้งนี้โปรตุเกสของโรนัลโด้ อาจจะมีโอกาสทะลุขึ้นมา แต่สุดท้ายแล้วผมก็ยังเชื่อว่า ฟุตบอลโลกจะไม่อนุญาตให้ทีมระดับนี้เป็นแชมป์ และมองว่าแชมป์เที่ยวนี้จะเป็นทีมเดิมที่เคยความแชมป์มาแล้ว‘ผมไม่เชื่อว่าเซาธ์เกตจะพาทีมเป็นแชมป์โลก เอาไหมล่ะ!’
อังกฤษนี่เวลาตัวผู้เล่นดีๆ ก็ยังตกม้าตายประจำ ยุคที่ตัวดีกว่านี้ก็ยังไปไม่รอด อย่าง 4 ปีที่แล้ว ที่เข้าถึงรอบรองฯก็เป็นเพราะแท็คติกที่เล่นหลังสาม ซึ่งอย่างที่บอกอังกฤษคือทีมที่โอเวอร์เรต และผมไม่เชื่อ หัวเด็ดตีนขาดผมก็ไม่เชื่อว่าแกเร็ธ เซาธ์เกต แม่งจะเป็นแชมป์โลก เอาไหมล่ะ! มันไม่ได้! ฝีมือก็ไม่ได้ โหงวเฮ้งก็ไม่ได้ ผมมองว่าก็ฝีมือพอๆกับ โซลชา นั่นแหล่ะ อย่างครั้งนี้เลือกตัวผู้เล่นก็ตลก อย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่ติดมา อย่างคัลวิน ฟิลลิปส์ ที่ไม่ได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกเลยก็ติดมาแม้ผมจะเป็นแฟนอังกฤษก็ยังเชื่อว่าครั้งนี้ก็จะตกม้าตายอีกครั้ง ส่วนทีมแชมป์จะเป็นทีมไหนไม่รู้ แต่ผมมองว่า ไม่บราซิล ก็ อาร์เจนติน่า มีโอกาสมากที่สุด



