คดีคนหายเชจูเขย่าความเชื่อมั่น จุดท่องเที่ยวยอดนิยมวันนี้ยังปลอดภัยอยู่ไหม?

28 ส.ค. 2569 - 13:56

  • ผู้สูญหาย 4 รายถูกพบเสียชีวิตในช่วง 3 วัน แต่ตำรวจยืนยันว่าแต่ละกรณีไม่เกี่ยวข้องกัน

  • เหตุการณ์นำไปสู่คำถามต่อทั้งความปลอดภัยและระบบติดตามบุคคลสูญหายบนเกาะ

  • ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าเกิดอาชญากรรมต่อเนื่อง หรือมีภัยที่มุ่งเป้านักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

คดีคนหายเชจูเขย่าความเชื่อมั่น จุดท่องเที่ยวยอดนิยมวันนี้ยังปลอดภัยอยู่ไหม?

จากทะเลสีฟ้า ภูเขาฮัลลาซาน ไปจนถึงทุ่งดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล เกาะเชจู เป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของเกาหลีใต้และเป็นปลายทางที่นักท่องเที่ยวไทยคุ้นเคยกันดี แต่เหตุการณ์ล่าสุดกำลังทำให้ภาพของเกาะอันเงียบสงบถูกตั้งคำถามอีกครั้งว่า วันนี้เชจูยังปลอดภัยอยู่ไหม?

คำถามดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการพบผู้ที่เคยถูกแจ้งเป็นบุคคลสูญหาย 4 รายเสียชีวิตภายในเวลาเพียง 3 วัน หนึ่งในนั้นคือ จางมีรัน หญิงวัย 37 ปี ซึ่งหายตัวไปนานถึง 104 วันก่อนพบร่างของเธอเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026

สิ่งที่ทำให้กรณีของจางมีรันได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษคือ ก่อนหน้านี้ตำรวจเคยปิดคดีคนหายโดยระบุว่าสามารถติดต่อเธอได้แล้ว แต่ภายหลังเกิดข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ยืนยันความปลอดภัยของเธอจริง และยังพบว่าตำรวจคนเดียวกันเคยปิดคดีคนหายอีกราย ก่อนพบว่าบุคคลดังกล่าวเสียชีวิตเช่นกันจนนำไปสู่การตรวจสอบย้อนหลังคดีคนหายหลายร้อยคดี

อย่างไรก็ตาม การพบผู้เสียชีวิต 4 รายในช่วงเวลาใกล้กันไม่ได้หมายความว่าเชจูกำลังเกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง ตำรวจระบุว่าแต่ละกรณีไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และจากข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ากำลังเกิดภัยอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังนักท่องเที่ยวบนเกาะ

แต่เหตุการณ์นี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบต่อ “ความรู้สึกปลอดภัย” เพราะสิ่งที่ถูกตั้งคำถามไม่ได้มีเพียงสาเหตุการเสียชีวิต แต่รวมถึงประสิทธิภาพของระบบที่ควรเข้ามาช่วยเหลือเมื่อมีบุคคลสูญหายด้วย

อีกข้อมูลที่ถูกหยิบกลับมาพูดถึงคือ เชจูมี อัตราอาชญากรรมต่อประชากรอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายพื้นที่ของเกาหลีใต้ แต่ตัวเลขนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะเกาะมีประชากรอยู่อาศัยราว 660,000 คน ขณะที่มีผู้เดินทางไปยังเกาะมากกว่า 13 ล้านคนต่อปี การใช้เฉพาะประชากรประจำเป็นฐานคำนวณจึงอาจทำให้อัตราดูสูงกว่าความเสี่ยงที่ผู้เดินทางแต่ละคนเผชิญจริง

ดังนั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเชจูกลายเป็นจุดหมายที่ไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว แต่คดีล่าสุดก็เป็นเครื่องเตือนว่า ภาพจำของสถานที่ที่สงบหรือปลอดภัยไม่ได้หมายความว่าเราสามารถละเลยการระมัดระวังได้

โดยเฉพาะคนที่เที่ยวเชจูคนเดียว ขับรถเที่ยวเอง เดินเส้นทางธรรมชาติ หรือเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล ควรแชร์แผนการเดินทางและตำแหน่งกับคนใกล้ตัว หลีกเลี่ยงพื้นที่เปลี่ยวในช่วงกลางคืน และบันทึกช่องทางขอความช่วยเหลือเอาไว้ โดยเกาหลีใต้ใช้หมายเลข 112 สำหรับตำรวจ, 119 สำหรับเหตุฉุกเฉิน และ 1330 สำหรับสายด่วนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

ท้ายที่สุดคดีคนหายที่เกิดขึ้นอาจยังไม่ได้พิสูจน์ว่า “เชจูไม่ปลอดภัย” แต่ได้ทำให้คำว่าปลอดภัยของเกาะแห่งนี้ถูกมองด้วยสายตาที่แตกต่างจากเดิม เพราะสำหรับนักท่องเที่ยวความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงแค่โอกาสที่จะเกิดอาชญากรรมต่ำเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความมั่นใจว่า หากวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นระบบที่อยู่รอบตัวจะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์