จากทะเลสีฟ้า ภูเขาฮัลลาซาน ไปจนถึงทุ่งดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล เกาะเชจู เป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของเกาหลีใต้และเป็นปลายทางที่นักท่องเที่ยวไทยคุ้นเคยกันดี แต่เหตุการณ์ล่าสุดกำลังทำให้ภาพของเกาะอันเงียบสงบถูกตั้งคำถามอีกครั้งว่า วันนี้เชจูยังปลอดภัยอยู่ไหม?
คำถามดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการพบผู้ที่เคยถูกแจ้งเป็นบุคคลสูญหาย 4 รายเสียชีวิตภายในเวลาเพียง 3 วัน หนึ่งในนั้นคือ จางมีรัน หญิงวัย 37 ปี ซึ่งหายตัวไปนานถึง 104 วันก่อนพบร่างของเธอเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026
สิ่งที่ทำให้กรณีของจางมีรันได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษคือ ก่อนหน้านี้ตำรวจเคยปิดคดีคนหายโดยระบุว่าสามารถติดต่อเธอได้แล้ว แต่ภายหลังเกิดข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ยืนยันความปลอดภัยของเธอจริง และยังพบว่าตำรวจคนเดียวกันเคยปิดคดีคนหายอีกราย ก่อนพบว่าบุคคลดังกล่าวเสียชีวิตเช่นกันจนนำไปสู่การตรวจสอบย้อนหลังคดีคนหายหลายร้อยคดี
อย่างไรก็ตาม การพบผู้เสียชีวิต 4 รายในช่วงเวลาใกล้กันไม่ได้หมายความว่าเชจูกำลังเกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่อง ตำรวจระบุว่าแต่ละกรณีไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และจากข้อมูลที่เปิดเผยในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ากำลังเกิดภัยอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังนักท่องเที่ยวบนเกาะ
แต่เหตุการณ์นี้ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบต่อ “ความรู้สึกปลอดภัย” เพราะสิ่งที่ถูกตั้งคำถามไม่ได้มีเพียงสาเหตุการเสียชีวิต แต่รวมถึงประสิทธิภาพของระบบที่ควรเข้ามาช่วยเหลือเมื่อมีบุคคลสูญหายด้วย
อีกข้อมูลที่ถูกหยิบกลับมาพูดถึงคือ เชจูมี อัตราอาชญากรรมต่อประชากรอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายพื้นที่ของเกาหลีใต้ แต่ตัวเลขนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะเกาะมีประชากรอยู่อาศัยราว 660,000 คน ขณะที่มีผู้เดินทางไปยังเกาะมากกว่า 13 ล้านคนต่อปี การใช้เฉพาะประชากรประจำเป็นฐานคำนวณจึงอาจทำให้อัตราดูสูงกว่าความเสี่ยงที่ผู้เดินทางแต่ละคนเผชิญจริง
ดังนั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้ ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเชจูกลายเป็นจุดหมายที่ไม่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว แต่คดีล่าสุดก็เป็นเครื่องเตือนว่า ภาพจำของสถานที่ที่สงบหรือปลอดภัยไม่ได้หมายความว่าเราสามารถละเลยการระมัดระวังได้
โดยเฉพาะคนที่เที่ยวเชจูคนเดียว ขับรถเที่ยวเอง เดินเส้นทางธรรมชาติ หรือเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล ควรแชร์แผนการเดินทางและตำแหน่งกับคนใกล้ตัว หลีกเลี่ยงพื้นที่เปลี่ยวในช่วงกลางคืน และบันทึกช่องทางขอความช่วยเหลือเอาไว้ โดยเกาหลีใต้ใช้หมายเลข 112 สำหรับตำรวจ, 119 สำหรับเหตุฉุกเฉิน และ 1330 สำหรับสายด่วนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
ท้ายที่สุดคดีคนหายที่เกิดขึ้นอาจยังไม่ได้พิสูจน์ว่า “เชจูไม่ปลอดภัย” แต่ได้ทำให้คำว่าปลอดภัยของเกาะแห่งนี้ถูกมองด้วยสายตาที่แตกต่างจากเดิม เพราะสำหรับนักท่องเที่ยวความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงแค่โอกาสที่จะเกิดอาชญากรรมต่ำเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความมั่นใจว่า หากวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นระบบที่อยู่รอบตัวจะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้จริง




