โจรปล้น 10 ครั้งยังเหลือบ้าน ไฟไหม้บ้าน 10 ครั้งยังเหลือที่ดิน แต่เล่นการพนันครั้งเดียวไม่เหลืออะไรเลย
ไม่ว่าโลกจะหมุนเปลี่ยนเวียนไปเท่าใด สำนวนโบร่ำโบราณข้างต้นก็ยังคงใช้ได้อยู่เสมอ เพราะยิ่งเทคโนโลยีก้าวไกล แต่การพนันกลับใกล้ตัวเราขึ้นมาเรื่อยๆ เพียงไม่กี่คลิกบนคอม ไม่กี่ทัชบนโทรศัพท์มือถือ ก็ทำให้ใครหลายคนหมดตัวกันมานักต่อนัก และเมื่อคุณเล่นพนันจนเดือดร้อนตัวเองเกิดปัญหาทางทรัพย์สิน ความเดือดร้อนก็จะเริ่มลามแผ่ขยายออกนอกตัวไปยังคนรอบข้าง ทั้งติดหนี้ยืมสิน ปัญหาสุขภาพจิตจากความเครียด หรือร้ายแรงที่สุดคือนำไปสู่ปัญหาทางอาชญากรรมเช่น ลักขโมย ค้ายาเสพติด ค้าประเวณี เป็นต้น
หลายๆ คนอาจจะมองว่าการเสพติดการพนันจนทำร้ายตัวเองและผู้อื่นแบบนี้ คงเป็นเพียงอาการหน้ามืดตามัวหลงผิดหรือนิสัยจำเพาะของแต่ละบุคคล แต่จริงๆ แล้วในทางการแพทย์นั้น องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้พฤติกรรมการติดพนันเป็นอาการป่วยทางจิตชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “พาโธโลจิคอล แกมบลิง” (Pathological Gambling) ซึ่งต้องได้รับการบำบัดรักษา ผู้มีอาการจะมีใจจดจ่ออยู่กับการพนันอยู่ตลอดเวลา ขาดการควบคุมตัวเอง แม้รู้ว่าจะส่งผลเสียต่อตนเองเพียงใดก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ คล้ายกับอาการย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งในบางรายที่เป็นมากแพทย์อาจจะให้ยาลดการย้ำคิดย้ำทำ และค่อยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ห่างออกจากการพนัน
และอย่างที่เราเกริ่นไปในหัวข้อนอกจากอาการติดพนันจะเป็นความผิดปกติของจิตใจที่ได้รับการยืนยันทางแพทย์แล้ว มันยังมีความสลับซับซ้อนขนาดถึงว่าสามารถส่งต่อผ่านพันธุกรรมได้ด้วย
เนื่องจากมีการวิจัยออกมาแล้วว่าอาการเสพติดสามารถส่งต่อผ่านทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นนักวิจัยจึงตั้งคำถามถึงอาการ ‘ผีพนัน’ ซึ่งไม่ต่างจากอาการเสพติดทั่วไป โดยการศึกษาดังกล่าวเจาะลึกลงไปในระดับยีนเฉพาะที่อาจจะส่งผลต่อการควบคุมแรงกระตุ้นภายในจิตใจของคน หรือสอดคล้องโดยตรงกับสารเคมีในสมองที่ส่งผลกับการติดการพนัน ซึ่งผลการทดลองก็พบว่าผู้คนบางส่วนที่มียีนกลุ่มนี้ มีแนวโน้มที่จะเสพติดการพนันมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากวิธีที่สมองของพวกเขามีปฏิกิริยากับฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้พวกเขาได้รับความรู้สึกเชิงบวกจากการเล่นพนันมากกว่าคนทั่วไป
และผู้ที่มีกลุ่มยีนที่เกี่ยวของกับการพนันเหล่านี้ ก็สามารถส่งต่อยีนนั้นไปยังรุ่นสู่รุ่นได้เช่นเดียวกันกับยีนอื่นๆ ดังนั้นการเสพติดการพนันจึงสามารถส่งต่อทางพันธุกรรมได้ จึงไม่ต้องแปลกใจหากสมาชิกครอบครัวหลายๆ คนจะมีพฤติกรรมติดการพนันคล้ายๆ กัน ก็ได้แต่หวังว่าการศึกษาที่ออกมานี้ จะถูกพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้ในอนาคต ผู้คนทั่วโลกจะเอาชนะความบกพร่องทางพันธุกรรมนี้ และเปลี่ยนแปลงให้การพนันกลายกลับไปเป็นเพียงแค่งานอดิเรกสนุกสนานงานหนึ่ง หาใช่อบายมุขที่ทำลายชีวิตผู้คนแบบในปัจจุบันนี้
เนื่องจากมีการวิจัยออกมาแล้วว่าอาการเสพติดสามารถส่งต่อผ่านทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นนักวิจัยจึงตั้งคำถามถึงอาการ ‘ผีพนัน’ ซึ่งไม่ต่างจากอาการเสพติดทั่วไป โดยการศึกษาดังกล่าวเจาะลึกลงไปในระดับยีนเฉพาะที่อาจจะส่งผลต่อการควบคุมแรงกระตุ้นภายในจิตใจของคน หรือสอดคล้องโดยตรงกับสารเคมีในสมองที่ส่งผลกับการติดการพนัน ซึ่งผลการทดลองก็พบว่าผู้คนบางส่วนที่มียีนกลุ่มนี้ มีแนวโน้มที่จะเสพติดการพนันมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากวิธีที่สมองของพวกเขามีปฏิกิริยากับฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้พวกเขาได้รับความรู้สึกเชิงบวกจากการเล่นพนันมากกว่าคนทั่วไป
และผู้ที่มีกลุ่มยีนที่เกี่ยวของกับการพนันเหล่านี้ ก็สามารถส่งต่อยีนนั้นไปยังรุ่นสู่รุ่นได้เช่นเดียวกันกับยีนอื่นๆ ดังนั้นการเสพติดการพนันจึงสามารถส่งต่อทางพันธุกรรมได้ จึงไม่ต้องแปลกใจหากสมาชิกครอบครัวหลายๆ คนจะมีพฤติกรรมติดการพนันคล้ายๆ กัน ก็ได้แต่หวังว่าการศึกษาที่ออกมานี้ จะถูกพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้ในอนาคต ผู้คนทั่วโลกจะเอาชนะความบกพร่องทางพันธุกรรมนี้ และเปลี่ยนแปลงให้การพนันกลายกลับไปเป็นเพียงแค่งานอดิเรกสนุกสนานงานหนึ่ง หาใช่อบายมุขที่ทำลายชีวิตผู้คนแบบในปัจจุบันนี้



