หลายๆ คนรู้สึกยินดีอย่างมาก หลังได้ทราบข่าวดีจากคนใกล้ตัว เช่น เพื่อนรักให้กำเนิดเบบี๋ หรือพี่น้องกำลังจะแต่งงาน หรือถึงช่วงเทศกาลสำคัญ ในความคิดของทุกคนตอนนั้น สิ่งแรกคือยินดี และสิ่งที่ตามมาคือจะต้องหาของขวัญเพื่อไปมอบให้กับคนอื่น
ซึ่งเมื่อถึงช่วงเวลานั้นแล้ว ในหัวกลับมีความคิดที่ว่า “ถึงแล้วสินะ ช่วงเวลาที่ต้องฝ่าดงรถติด ฝ่ามวลหมู่ประชากรในห้างสรรพสินค้าเพื่อไปซื้อของขวัญมามอบให้คนอื่น” และความท้าทายในการเลือกของขวัญที่เหมาะสม การซื้อของขวัญก็อาจจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เครียดได้
แต่หารู้ไม่ว่า การมอบของขวัญที่อาจจะดูสิ้นเปลือง แท้จริงแล้วจากผลการวิจัยทางสังคมศาสตร์พบว่า ต้นทุนและผลประโยชน์ของการให้ของขวัญไม่ใช่ผลลบอย่างที่คิด
การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายเงินกับผู้อื่นนั้นให้ความรู้สึกดีกว่าการใช้เงินเพื่อตัวเอง ในความเป็นจริงแล้ว นักประสาทวิทยาพบว่าการบริจาคบางสิ่ง ทำให้วงจรการให้รางวัลของสมองสว่างขึ้นมากกว่าการได้รับของขวัญอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นความสุขจากการให้ของขวัญนั้นยาวนานกว่าความสุขชั่ววูบในการรับของขวัญ
เพราะว่า ถ้าหากเราเป็นผู้ให้แล้วหนึ่งครั้ง และเมื่อถึงเวลาของเรา เราจะกลายเป็นผู้รับ ซึ่งสิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นการแลกของขวัญ หลายคนมองหามูลค่าของของขวัญที่ได้รับ เพื่อวันหนึ่งถึงเวลาที่จะได้เป็นผู้ให้บ้าง จะได้ตอบแทนให้กับผู้ที่เคยให้ไปอย่างสมเกียรติดั่งที่เคยได้รับมา
และนอกจากนี้ หากของขวัญที่ได้รับมา มาจากคนสนิทใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวที่ต่างรู้รสนิยม ความชอบ และความต้องการของกันและกันอยู่แล้ว แน่นอนว่าเป็นโอกาสที่คนส่วนใหญ่จะได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการ จะทำให้ทุกคนใกล้ชิดและสนิทกันมากขึ้นด้วย
ซึ่งเมื่อถึงช่วงเวลานั้นแล้ว ในหัวกลับมีความคิดที่ว่า “ถึงแล้วสินะ ช่วงเวลาที่ต้องฝ่าดงรถติด ฝ่ามวลหมู่ประชากรในห้างสรรพสินค้าเพื่อไปซื้อของขวัญมามอบให้คนอื่น” และความท้าทายในการเลือกของขวัญที่เหมาะสม การซื้อของขวัญก็อาจจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เครียดได้
แต่หารู้ไม่ว่า การมอบของขวัญที่อาจจะดูสิ้นเปลือง แท้จริงแล้วจากผลการวิจัยทางสังคมศาสตร์พบว่า ต้นทุนและผลประโยชน์ของการให้ของขวัญไม่ใช่ผลลบอย่างที่คิด
การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายเงินกับผู้อื่นนั้นให้ความรู้สึกดีกว่าการใช้เงินเพื่อตัวเอง ในความเป็นจริงแล้ว นักประสาทวิทยาพบว่าการบริจาคบางสิ่ง ทำให้วงจรการให้รางวัลของสมองสว่างขึ้นมากกว่าการได้รับของขวัญอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นความสุขจากการให้ของขวัญนั้นยาวนานกว่าความสุขชั่ววูบในการรับของขวัญ
เพราะว่า ถ้าหากเราเป็นผู้ให้แล้วหนึ่งครั้ง และเมื่อถึงเวลาของเรา เราจะกลายเป็นผู้รับ ซึ่งสิ่งนี้ก็ถือว่าเป็นการแลกของขวัญ หลายคนมองหามูลค่าของของขวัญที่ได้รับ เพื่อวันหนึ่งถึงเวลาที่จะได้เป็นผู้ให้บ้าง จะได้ตอบแทนให้กับผู้ที่เคยให้ไปอย่างสมเกียรติดั่งที่เคยได้รับมา
และนอกจากนี้ หากของขวัญที่ได้รับมา มาจากคนสนิทใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวที่ต่างรู้รสนิยม ความชอบ และความต้องการของกันและกันอยู่แล้ว แน่นอนว่าเป็นโอกาสที่คนส่วนใหญ่จะได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการ จะทำให้ทุกคนใกล้ชิดและสนิทกันมากขึ้นด้วย



