กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนหันกลับมามองพาวเวอร์แบงก์ใกล้ตัว หลังผู้ใช้อินสตาแกรมรายหนึ่งเล่าว่า พาวเวอร์แบงก์ที่เสียบชาร์จทิ้งไว้เกิดระเบิดและมีไฟลุกขึ้นกลางดึก จนสะดุ้งตื่นมาดับไฟได้ทันในเวลาประมาณ 04.00 น. โดยเจ้าของโพสต์ระบุด้วยว่าพาวเวอร์แบงก์ดังกล่าว มีเครื่องหมาย มอก. และใช้งานมานานแล้ว
คำถามจึงตามมาว่า ถ้ามี มอก. แล้ว ทำไมยังเกิดเหตุได้? และการเสียบชาร์จพาวเวอร์แบงก์ทิ้งไว้ข้ามคืนอันตรายแค่ไหน
ก่อนอื่นต้องบอกว่าจากข้อมูลที่มีตอนนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหตุครั้งนี้เกิดจากการ “ชาร์จข้ามคืน” โดยตรง เพราะต้องตรวจตัวพาวเวอร์แบงก์ก่อนว่าเกิดปัญหาจากเซลล์แบตเตอรี่ วงจร อุปกรณ์ชาร์จ หรือความเสียหายภายในส่วนใด
แต่สิ่งที่อธิบายได้คือ พาวเวอร์แบงก์ส่วนใหญ่ใช้ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่เก็บพลังงานได้มากในขนาดเล็ก หากตัวแบตเตอรี่เกิดการลัดวงจร เสียหายจากการตกกระแทก เสื่อมตามอายุ หรือร้อนมากผิดปกติ ความร้อนภายในอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนนำไปสู่ ควัน ไฟไหม้ หรือการแตกของแบตเตอรี่ ได้
พาวเวอร์แบงก์ที่ได้มาตรฐานโดยทั่วไปจะมีวงจรช่วยควบคุมการชาร์จและป้องกันปัญหาอย่างการชาร์จเกิน ดังนั้น เสียบชาร์จนานไม่ได้แปลว่าจะต้องระเบิด แต่เมื่ออุปกรณ์ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานานเราไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวแบตเตอรี่และวงจรด้านในยังสมบูรณ์เหมือนเดิมหรือไม่
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่แนะนำให้ เสียบชาร์จทิ้งไว้ขณะนอนหลับ เพราะหากเกิดความผิดปกติขึ้นเราอาจไม่ทันเห็นว่าเครื่องเริ่มร้อน มีกลิ่นไหม้ หรือมีควัน โดยเฉพาะถ้าวางพาวเวอร์แบงก์ไว้บนที่นอน หมอน ผ้าห่ม หรือโซฟา ซึ่งระบายความร้อนได้ไม่ดีและติดไฟง่าย
แล้วคำว่า “มี มอก.” หมายความว่าอย่างไร?
ในประเทศไทยพาวเวอร์แบงก์ต้องผ่านมาตรฐาน มอก. 2879-2560 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับด้านความปลอดภัย การมี มอก. จึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ควรดูเวลาเลือกซื้อ เพราะแปลว่าสินค้าต้องผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานก่อนวางขาย
แต่ มี มอก. ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์จะปลอดภัย 100% ไปตลอดชีวิตการใช้งาน เพราะหลังจากซื้อมาแล้วพาวเวอร์แบงก์อาจเสื่อม ถูกกระแทก โดนน้ำ ถูกเก็บไว้ในที่ร้อน หรือวงจรภายในอาจเกิดความเสียหายได้
ดังนั้นเวลาเห็นข่าวว่า “พาวเวอร์แบงก์มี มอก. แต่ยังระเบิด” ก็ยังไม่ควรสรุปว่า มอก. ไม่มีประโยชน์ เพราะมาตรฐานนี้ช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนผลิต แต่ความปลอดภัยหลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพของอุปกรณ์และวิธีใช้งานด้วย
วิธีใช้ให้ปลอดภัยขึ้นก็ไม่ได้ซับซ้อน เริ่มจาก ไม่ชาร์จทิ้งไว้ขณะนอนหลับ เมื่อชาร์จเต็มแล้วควรถอดออก และระหว่างชาร์จควรวางไว้บนพื้นแข็งที่ระบายความร้อนได้ ไม่ควรวางบนเตียง หมอน ผ้าห่ม หรือใกล้วัสดุที่ติดไฟง่าย
ไม่ควรทิ้งพาวเวอร์แบงก์ไว้ใน รถที่จอดกลางแดดหรือพื้นที่ที่ร้อนจัด รวมถึงหลีกเลี่ยงน้ำ ความชื้น การตกกระแทก และการกดทับ ควรใช้สายชาร์จและอะแดปเตอร์ที่ได้มาตรฐานและเหมาะกับตัวอุปกรณ์
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือ สภาพของพาวเวอร์แบงก์ ถ้าพบว่าแบตเตอรี่เริ่มบวม ตัวเครื่องปริหรือแตก ร้อนผิดปกติ มีกลิ่นแปลกๆ ชาร์จไม่เข้า เก็บไฟได้น้อยลงมาก หรือเคยตกกระแทกอย่างรุนแรงไม่ควรฝืนใช้ต่อ
ส่วนเวลาซื้อใหม่ควรเลือกพาวเวอร์แบงก์ที่มี มอก. 2879-2560 และตรวจสอบข้อมูลของสินค้าให้ตรงกับรุ่นจริง เลือกซื้อจากร้านหรือผู้ผลิตที่ตรวจสอบได้ มีรายละเอียดความจุ Input/Output ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และการรับประกันชัดเจน
พาวเวอร์แบงก์ที่โฆษณาความจุสูงมากแต่ราคาถูกผิดปกติก็ควรระวัง เพราะตัวเลขความจุที่มากไม่ได้แปลว่าสินค้าจะดีหรือปลอดภัยกว่าเสมอไป
สุดท้ายแล้ว มอก. เป็นสิ่งที่ควรมี แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้พาวเวอร์แบงก์ปลอดภัย เพราะแบตเตอรี่ก็มีอายุการใช้งานและเสื่อมสภาพได้
สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุดจึงเป็นการ เลือกของที่ได้มาตรฐาน ใช้อย่างถูกวิธี ไม่ปล่อยชาร์จทิ้งไว้โดยไม่มีคนดู และหยุดใช้ทันทีเมื่อเห็นความผิดปกติ
เพราะพาวเวอร์แบงก์อาจเป็นของชิ้นเล็กที่เราใช้อยู่ทุกวัน แต่ถ้าแบตเตอรี่ภายในเกิดปัญหาขึ้นมาความเสียหายก็อาจไม่เล็กตามขนาดของมัน




