โรคมะเร็งในสัตว์เลี้ยง หรือแม้กระทั่งโรคเอดส์แมว เป็นโรคที่จัดอยู่ในระดับวิกฤตของเหล่าเพื่อนรักสี่ขา ต้องผ่านการรักษาที่หนักหน่วงและแน่นอนว่าในระหว่างที่เป็นโรคเหล่านี้ ความเจ็บปวดและความทรมานมันเกิดขึ้นกับเหล่าสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า พวกเขาเหล่านี้ป่วย ในเมื่อเขาไม่สามารถสื่อสารภาษามนุษย์ได้
สพ.ญ.ดร. ชุลีกร วรินทร์รักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Killer T Cell for Pets แนะนำแนวทางการสังเกตสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเป็นโรคนี้ว่า การดูสัตว์เลี้ยงของเราว่ามีอาการป่วยเป็นโรค โรคมะเร็งสุนัข และโรคเอดส์แมวนั้น สามารถสังเกตจากอาการของสัตว์เลี้ยงที่ดูผิดปกติไป เช่น โรคมะเร็งสุนัขและแมว มักพบก้อนเนื้องอกที่มีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ มักอยู่บริเวณผิวหนังหรือช่องท้อง จนส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย ขึ้นอยู่กับว่าก้อนเนื้อนั้นไปกระทบกับระบบใดในร่างกายของสัตว์เลี้ยง อาจทำให้มีอาการซึม กินอาหารน้อยลง ขับถ่ายไม่เป็นเวลาตามปกติ หรือมีอาการขับถ่ายไม่ออก หายใจลำบากมีน้ำหนักลดลงอย่างชัดเจน
ส่วนโรคเอดส์แมวนั้น มักมีอาการมีไข้ ซึม เบื่ออาหาร ซูบผอม ส่วนมากจะพบอาการอักเสบของเหงือก อาการอักเสบในช่องปาก อาการตาอักเสบ และมีอาการถ่ายเหลวต่อเนื่องหลายวัน แมวจะมีอาการหงุดหงิดกระวนกระวาย จนผิดสังเกต โดยเฉพาะแมวที่เลี้ยงในระบบเปิดจะมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ ไวรัส FIV เนื่องจากได้รับเชื้อผ่านทางน้ำลาย จากบาดแผลจากการต่อสู้กันนั่นเอง
หากเจ้าของพบอาการผิดปกติตามที่กล่าวมา ควรรีบส่งสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจเลือด ร่วมกับการตรวจชุดตรวจไวรัสสำเร็จรูป (test kit FIV) เพื่อหาสาเหตุของโรคเพื่อทำการรักษาโรคอย่างทันท่วงที จำไว้ว่า ยิ่งพบอาการผิดปกติและส่งตัวรักษาเร็วเท่าไหร่ โอกาสรอดน้องหมา น้องแมว ในบ้านเรายิ่งมีโอกาสมากขึ้นเท่านั้น
สำหรับโรคมะเร็งในสัตว์เลี้ยง แพทย์จะทำการรักษาไปตามอาการ การพิจารณาจะทำการรักษานั้นมีหลายปัจจัย ตั้งแต่ชนิดของมะเร็ง ความรุนแรงของเซลล์มะเร็ง สภาพร่างกายของสัตว์ รวมถึงความพร้อมของเจ้าของสัตว์ เนื่องจากการรักษาจะต้องต่อเนื่อง และระหว่างการรักษาเจ้าของสัตว์จะต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เป็นช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงอ่อนแอ และต้องการความรัก ความเอาใจใส่ จากเจ้าของมากที่สุด การกอด การป้อนอาหาร และบอกรักกับพวกเขาทุกวันจะช่วยให้เพื่อนสี่ขาของเรามีกำลังใจ สู้กับโรคร้ายและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในเร็ววัน
ส่วนโรคเอดส์แมว (FIV) เป็นไวรัสกลุ่มเดียวกับเชื้อ HIV ในมนุษย์ แต่ติดเฉพาะในแมว ไม่ติดต่อสู่มนุษย์ ไวรัสนี้ส่งผลให้แมวเกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยไวรัสจะเข้าไปให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีลิมโฟไซด์ (CD4) ลดลง ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่างๆ ได้ง่าย และแมวก็จะป่วยง่าย เช่น ช่องปากอักเสบ ท้องเสียเรื้อรัง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง ไปจนถึง โรคมะเร็ง และเสียชีวิตในที่สุด
ไม่มีแนวทางการรักษาที่ชัดเจน และไม่ใช่โรคที่สามารถรักษาได้หายขาด เช่นเดียวกับโรคเอดส์ในมนุษย์ ขึ้นอยู่กับอาการและระบบภูมิคุ้มกันของแมวแต่ละตัวที่มีความแตกต่างกันออกไป โดยแพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ ร่วมกับการตรวจเลือดติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์ แต่สิ่งที่เจ้าของควรระมัดระวังคือ หากแมวตัวใดตัวหนึ่งในบ้านเป็นโรคเอดส์แมว ต้องปรับเปลี่ยนเป็นการเลี้ยงในระบบปิดป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปสู่แมวตัวอื่นในละแวกใกล้เคียง
อย่างไรก็ดีทั้งโรคมะเร็งในสัตว์เลี้ยง และโรคเอดส์แมวนั้น มีแนวทางในการป้องกันและรักษาทั้งสองโรคนี้ด้วยนวัตกรรมการบำบัดรักษาที่ชื่อว่า ‘ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษาสัตว์เลี้ยง’ เป็นเสริมกลไกภูมิคุ้มกัน การป้องกันและรักษาทั้งสองโรคด้วยวิธีการ เสริมภูมิคุ้มกันด้วยเซลล์ทีพิฆาต (Killer T Cell) โดยนักวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิจัย Operation BIM ร่วมกับ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษาสัตว์เลี้ยงที่เป็นมะเร็ง ติดเชื้อรา แบคทีเรีย เอดส์ และไวรัสอื่นๆ ที่ยังไม่มียารักษาตรงจุด
นวัตกรรมล่าสุดดังกล่าวที่ได้ผลดีมาแล้วในการรักษากับมนุษย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความสงสัยได้ว่าแล้วนวัตกรรมนี้สามารถนำมาใช้ในสัตว์ได้อย่างไร ตามรายงานวิจัยจากเว็บไซต์ www.ncbi.nlm.nih.gov มีการรายงานทางการแพทย์ของ Aryana M. Razmara และคณะวิจัย ในปี 2021 ได้พบความคล้ายคลึงกันระหว่างสปีชีส์ที่ขยายไปสู่การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อมะเร็งของสัตว์เลี้ยง มีความคล้ายกับของภูมิคุ้มกันในมนุษย์ ซึ่งการค้นพบนี้เป็นก้าวแรกไปสู่แนวคิดการนำแนวทางการรักษาระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ มาประยุกต์ใช้การรักษาในสัตว์เลี้ยง เพราะระบบภูมิคุ้มกันในการร่างกายสัตว์เลี้ยงมีส่วนที่คล้ายคลึงกับของมนุษย์นั่นเอง
จากการศึกษาวิจัย นวัตกรรมดังกล่าว จะเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพเซลล์ทีพิฆาต ให้เม็ดเลือดขาวสามารถมองเห็นว่าเซลล์มะเร็งเป็นสิ่งแปลกปลอม เพิ่มจำนวนแล้วกำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้สารสกัดจากอาหารธรรมชาติ ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่ำ จากการเก็บข้อมูลในการรักษามะเร็งตับระยะที่ 4 ของสุนัขพันธุ์ไทย (ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้) ทั้งยังช่วยให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา โดยไม่พบน้ำหนักลด ไม่มีอาการเบื่ออาหาร และอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์อื่น ที่พบได้ในการรักษาปกติ
ในขณะที่โรคเอดส์แมว ไวรัส FIV จะเข้าไปทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีลิมโฟไซด์ (CD4) ลดลง ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อโรคฉวยโอกาส ทำให้แมวป่วยง่าย แต่การรักษาด้วยนวัตกรรม ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษาสัตว์เลี้ยง จะเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพให้เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 และ CD8 เพิ่มขึ้น ทำให้กำจัดไวรัสเหล่านี้ได้ ช่วยให้แมวมีช่องปากอักเสบลดลง อาการเจ็บป่วยโดยรวมกลับมาดีขึ้น น้ำหนักเพิ่ม ขนมีความเงางามขึ้น แต่ก็จำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเสมอ
สพ.ญ.ดร. ชุลีกร วรินทร์รักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Killer T Cell for Pets แนะนำแนวทางการสังเกตสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเป็นโรคนี้ว่า การดูสัตว์เลี้ยงของเราว่ามีอาการป่วยเป็นโรค โรคมะเร็งสุนัข และโรคเอดส์แมวนั้น สามารถสังเกตจากอาการของสัตว์เลี้ยงที่ดูผิดปกติไป เช่น โรคมะเร็งสุนัขและแมว มักพบก้อนเนื้องอกที่มีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ มักอยู่บริเวณผิวหนังหรือช่องท้อง จนส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกาย ขึ้นอยู่กับว่าก้อนเนื้อนั้นไปกระทบกับระบบใดในร่างกายของสัตว์เลี้ยง อาจทำให้มีอาการซึม กินอาหารน้อยลง ขับถ่ายไม่เป็นเวลาตามปกติ หรือมีอาการขับถ่ายไม่ออก หายใจลำบากมีน้ำหนักลดลงอย่างชัดเจน
ส่วนโรคเอดส์แมวนั้น มักมีอาการมีไข้ ซึม เบื่ออาหาร ซูบผอม ส่วนมากจะพบอาการอักเสบของเหงือก อาการอักเสบในช่องปาก อาการตาอักเสบ และมีอาการถ่ายเหลวต่อเนื่องหลายวัน แมวจะมีอาการหงุดหงิดกระวนกระวาย จนผิดสังเกต โดยเฉพาะแมวที่เลี้ยงในระบบเปิดจะมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ ไวรัส FIV เนื่องจากได้รับเชื้อผ่านทางน้ำลาย จากบาดแผลจากการต่อสู้กันนั่นเอง
หากเจ้าของพบอาการผิดปกติตามที่กล่าวมา ควรรีบส่งสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจเลือด ร่วมกับการตรวจชุดตรวจไวรัสสำเร็จรูป (test kit FIV) เพื่อหาสาเหตุของโรคเพื่อทำการรักษาโรคอย่างทันท่วงที จำไว้ว่า ยิ่งพบอาการผิดปกติและส่งตัวรักษาเร็วเท่าไหร่ โอกาสรอดน้องหมา น้องแมว ในบ้านเรายิ่งมีโอกาสมากขึ้นเท่านั้น
สำหรับโรคมะเร็งในสัตว์เลี้ยง แพทย์จะทำการรักษาไปตามอาการ การพิจารณาจะทำการรักษานั้นมีหลายปัจจัย ตั้งแต่ชนิดของมะเร็ง ความรุนแรงของเซลล์มะเร็ง สภาพร่างกายของสัตว์ รวมถึงความพร้อมของเจ้าของสัตว์ เนื่องจากการรักษาจะต้องต่อเนื่อง และระหว่างการรักษาเจ้าของสัตว์จะต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เป็นช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยงอ่อนแอ และต้องการความรัก ความเอาใจใส่ จากเจ้าของมากที่สุด การกอด การป้อนอาหาร และบอกรักกับพวกเขาทุกวันจะช่วยให้เพื่อนสี่ขาของเรามีกำลังใจ สู้กับโรคร้ายและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ในเร็ววัน
ส่วนโรคเอดส์แมว (FIV) เป็นไวรัสกลุ่มเดียวกับเชื้อ HIV ในมนุษย์ แต่ติดเฉพาะในแมว ไม่ติดต่อสู่มนุษย์ ไวรัสนี้ส่งผลให้แมวเกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยไวรัสจะเข้าไปให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีลิมโฟไซด์ (CD4) ลดลง ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่างๆ ได้ง่าย และแมวก็จะป่วยง่าย เช่น ช่องปากอักเสบ ท้องเสียเรื้อรัง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง ไปจนถึง โรคมะเร็ง และเสียชีวิตในที่สุด
ไม่มีแนวทางการรักษาที่ชัดเจน และไม่ใช่โรคที่สามารถรักษาได้หายขาด เช่นเดียวกับโรคเอดส์ในมนุษย์ ขึ้นอยู่กับอาการและระบบภูมิคุ้มกันของแมวแต่ละตัวที่มีความแตกต่างกันออกไป โดยแพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ ร่วมกับการตรวจเลือดติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์ แต่สิ่งที่เจ้าของควรระมัดระวังคือ หากแมวตัวใดตัวหนึ่งในบ้านเป็นโรคเอดส์แมว ต้องปรับเปลี่ยนเป็นการเลี้ยงในระบบปิดป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปสู่แมวตัวอื่นในละแวกใกล้เคียง
อย่างไรก็ดีทั้งโรคมะเร็งในสัตว์เลี้ยง และโรคเอดส์แมวนั้น มีแนวทางในการป้องกันและรักษาทั้งสองโรคนี้ด้วยนวัตกรรมการบำบัดรักษาที่ชื่อว่า ‘ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษาสัตว์เลี้ยง’ เป็นเสริมกลไกภูมิคุ้มกัน การป้องกันและรักษาทั้งสองโรคด้วยวิธีการ เสริมภูมิคุ้มกันด้วยเซลล์ทีพิฆาต (Killer T Cell) โดยนักวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิจัย Operation BIM ร่วมกับ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษาสัตว์เลี้ยงที่เป็นมะเร็ง ติดเชื้อรา แบคทีเรีย เอดส์ และไวรัสอื่นๆ ที่ยังไม่มียารักษาตรงจุด
นวัตกรรมล่าสุดดังกล่าวที่ได้ผลดีมาแล้วในการรักษากับมนุษย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความสงสัยได้ว่าแล้วนวัตกรรมนี้สามารถนำมาใช้ในสัตว์ได้อย่างไร ตามรายงานวิจัยจากเว็บไซต์ www.ncbi.nlm.nih.gov มีการรายงานทางการแพทย์ของ Aryana M. Razmara และคณะวิจัย ในปี 2021 ได้พบความคล้ายคลึงกันระหว่างสปีชีส์ที่ขยายไปสู่การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อมะเร็งของสัตว์เลี้ยง มีความคล้ายกับของภูมิคุ้มกันในมนุษย์ ซึ่งการค้นพบนี้เป็นก้าวแรกไปสู่แนวคิดการนำแนวทางการรักษาระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ มาประยุกต์ใช้การรักษาในสัตว์เลี้ยง เพราะระบบภูมิคุ้มกันในการร่างกายสัตว์เลี้ยงมีส่วนที่คล้ายคลึงกับของมนุษย์นั่นเอง
จากการศึกษาวิจัย นวัตกรรมดังกล่าว จะเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพเซลล์ทีพิฆาต ให้เม็ดเลือดขาวสามารถมองเห็นว่าเซลล์มะเร็งเป็นสิ่งแปลกปลอม เพิ่มจำนวนแล้วกำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้สารสกัดจากอาหารธรรมชาติ ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่ำ จากการเก็บข้อมูลในการรักษามะเร็งตับระยะที่ 4 ของสุนัขพันธุ์ไทย (ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้) ทั้งยังช่วยให้สุนัขมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นระหว่างการรักษา โดยไม่พบน้ำหนักลด ไม่มีอาการเบื่ออาหาร และอาการข้างเคียงไม่พึงประสงค์อื่น ที่พบได้ในการรักษาปกติ
ในขณะที่โรคเอดส์แมว ไวรัส FIV จะเข้าไปทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีลิมโฟไซด์ (CD4) ลดลง ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อโรคฉวยโอกาส ทำให้แมวป่วยง่าย แต่การรักษาด้วยนวัตกรรม ภูมิคุ้มกันบำบัดเพื่อรักษาสัตว์เลี้ยง จะเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพให้เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 และ CD8 เพิ่มขึ้น ทำให้กำจัดไวรัสเหล่านี้ได้ ช่วยให้แมวมีช่องปากอักเสบลดลง อาการเจ็บป่วยโดยรวมกลับมาดีขึ้น น้ำหนักเพิ่ม ขนมีความเงางามขึ้น แต่ก็จำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเสมอ



