เชื่อบริสุทธิ์ อย่ากดดันกกต.‘อนุทิน’ ยัน ‘มท.’ ไม่แทรกแซงเลือกตั้ง

12 ก.พ. 2569 - 13:28

  • ‘อนุทิน’ ยัน ‘มท.’ ไม่แทรกแซงการเลือกตั้ง เพราะเป็นหน้าที่ ‘กกต.’

  • เชื่อมั่นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ วอนอย่ากดดัน

  • ไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว

เชื่อบริสุทธิ์ อย่ากดดันกกต.‘อนุทิน’ ยัน ‘มท.’ ไม่แทรกแซงเลือกตั้ง

‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้อำนาจของกระทรวงมหาดไทยเข้าไปแทรกแซง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่า การจัดการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เป็นผู้ดำเนินการ รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลทำได้เพียงว่าถ้าได้รับการร้องขอให้อำนวยความสะดวกหรือสนับสนุนในเรื่องใดจากกกต. เราก็พร้อมดำเนินการให้หากสิ่งที่ร้องขออยู่ในวิสัยที่ดำเนินการได้  

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่ากปน.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของอำเภอ ซึ่งเป็นหน่วยงานของมหาดไทย นายกฯ กล่าวติดตลกว่า กปน.ที่รู้จักมีแต่การประปานครหลวง เพราะเป็นหน่วยงานที่กระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล เมื่อถามต่อว่า ยืนยันว่าไม่ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปล้วงลูกอะไรเกี่ยวกับการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า  

“ถ้าล้วงได้ ล้วงลูกอะไร ล้วงลูกตัวเองหรือไม่ คงไม่ได้ล้วงลูกใคร ไม่มีปัญญาไปล้วงลูกใคร ไม่เคยคิดทำอยู่แล้ว เรื่องการเคารพกติกา เรื่องทำอะไรเวลาแข่งขัน หรือมีอะไรที่ตรงไปตรงมาเป็นหลักการดำเนินชีวิตของผมตั้งแต่ไหนแต่ไร“  

เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ พรรคภูมิใจไทยพร้อมหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับส่วนตัว เป็นเรื่องของกกต. ที่จะตัดสินใจ  ส่วนที่มีการพูดทำนองว่ามีการโกงการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยมั่นใจใช่หรือไม่ว่าไม่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับภูมิใจไทย ภูมิใจไทยไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้ คนที่เราได้มาคือคนที่นำเสนอนโยบายและความมั่นใจให้ประชาชนที่เลือกเข้ามา  เมื่อถามอีกว่า เหตุที่ยังมีความขัดแย้งไม่จบยังคงมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่และกกต.ยังไม่ประกาศผล เป็นเพราะการเลือกตั้งไม่โปร่งใส นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ใช่หรอกครับอยู่ที่กกต.”  

ส่วนมองการทำงานของกกต.ในการจัดการเลือกตั้งอย่างไรบ้าง ก็ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เราได้ให้การสนับสนุนสิ่งที่กกต.ร้องขอมา ทั้งเรื่องงบประมาณ การเตรียมการ ส่วนเรื่องของการนับคะแนนก็ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กกต. คนที่เข้าใจดีก็จะรู้ว่าโอกาสที่จะเกิดการทุจริตต้องบอกว่าไม่มีเลย เพราะโดยธรรมชาติแล้วมีตัวแทนของทุกพรรคการเมืองอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่นับคะแนนใบแรกถึงใบสุดท้าย มีการขานชื่ออย่างชัดเจน โอกาสทุจริตแทบไม่มีเลย  

 เมื่อถามอีกว่าแสดงว่าเชื่อมั่นว่าไม่มีการทุจริตการเลือกตั้ง นายอนุทิน ตอบว่า “เชื่อครับ ผมเชื่อกกต. รัฐบาลไม่ได้เป็นคนทำเลือกตั้ง”  

เมื่อถามถึงกรณี 'สุชาติ ชุมกลิ่น' รองนายกฯและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซ็นเอกสารต่อหน้าสื่อยอมให้นับคะแนนใหม่ในเขต 1 ชลบุรี อนุทิน กล่าวว่า สุชาติ ไม่มีสิทธิยินยอม กกต.เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจว่าจะให้นับคะแนนใหม่หรือไม่ ที่สื่อไปถามหรือมีใครไปกดดันให้นายสุชาติยินยอมหรือไม่ยินยอม ต่อให้นายสุชาติยินยอม

ถ้ากกต.ไม่ยินยอมก็นับคะแนนใหม่ไม่ได้ และก็ยังไม่ทราบว่าการตัดสินใจให้นับคะแนนใหม่จะต้องไปถึงชั้นศาลหรือยังเพราะเวลาผ่านมานานกว่า 48 ชั่วโมงแล้ว และมีการเคลื่อนย้ายกล่องคะแนนไปเก็บแล้วอยู่ดีดีจะไปเอามานับใหม่คงต้องเป็นอะไรที่เหนือกว่าระดับ กกต. เท่าที่ตนรับทราบมา แม้ใครจะไปกดดันนายสุชาติอย่างไรก็ถือเป็นสิทธิ แต่ต้องไปดูข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ไม่ควรมีใครไปก้าวล่วง กกต. เพราะเพิ่งเลือกตั้งมา 3 วันยังอยู่ในวิสัยที่กกต.จะดำเนินการภายใต้กฎหมาย ยิ่งไปทำให้ท่านกดดันสร้างขั้นตอนอะไรมายมายจะทำให้การประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการช้าออกไปอีก คำว่า 60 วันเดี๋ยวกลายเป็นว่าไปๆมาๆ

เกิดทำให้กระบวนการเพิ่มมากขึ้นเหมือนกับตอนเลือกตั้งซ่อมที่ศรีสะเกษ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์อะไรที่ดี ตอนนี้การเลือกตั้งผ่านไปเรียบร้อยแล้วคะแนนเสียงส่วนใหญ่เป็นที่ยอมรับ เราก็ต้องปล่วยให้การนับคะแนนเป็นหน้าที่ของกกต. จะไปสอยที่หลังก็เป็นไปตามกระบวนการ รัฐบาลชุดใหม่จะได้ฟอร์มได้ สภาฯชุดใหม่จะได้เปิดได้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลชุดนี้จะต้องรักษาการไปเรื่อยๆ  

ไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว ยันเหตุเหยียบระเบิดศรีสะเกษไม่ใช่การปะทะ

พร้อมกันนี้กล่าวถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดศรีสะเกษ ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือประท้วงอย่างไรหรือไม่ว่า มันเกิดอยู่ในพื้นที่ที่เราควบคุม ไม่ได้เกิดจากการปะทะ ซึ่งในพื้นที่ที่เราควบคุมได้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่ จึงอาจมีเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้ ดังนั้นต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะพื้นที่ที่เรากลับไปควบคุม ยังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งการเก็บกู้ทุ่นระเบิด อาจจะยังทำได้ไม่หมด

โดยเส้นทางที่ทหารของเราเดินออกไปก็ต้องมีการกำหนดเส้นทางที่ชัดเจนว่า อย่าออกนอกแนว อย่างตอนที่ตนไปลงพื้นที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ เขาก็ไม่ให้เดินออกนอกแนว ขีดเส้นไว้เลยเพราะยังมีความเสี่ยง ยังมีทุ่นระเบิดเก่าวางอยู่ ดังนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องของการปะทะกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มวัยรุ่นเขมรมายั่วยุตามบริเวณชายแดน ทำให้เกิดความกังวลอาจจะมีการปะทะรอบ 3 นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้เราลงนามกันในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ดังนั้นเรื่องการยั่วยุโดยประชาชนก็เกิดขึ้นได้เราก็ต้องอยู่ในเขตของเรา เพราะการยั่วยุก็เกิดขึ้นในโชเชียลมีเดียด้วย

เมื่อถามว่า เราสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ด้วยการสร้างรั้วแนวชายแดนใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ใช่ดำเนินการแน่นอน รวมถึงการเสริมศักยภาพด้านอาวุธและความแข็งแกร่งของกองทัพ ซึ่งตนได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว ให้ไปดำเนินการได้เลย

เมื่อถามว่า การศึกษายกเลิก MOU 44 ได้กำหนดกรอบเวลาไว้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการแล้ว ซึ่งไม่ต้องมีกรอบเวลาอะไร ถ้ารัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วยกเลิกก็สามารถทำได้เลย

เมื่อถามย้ำว่า สามารถใช้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ครับ น่าจะไม่ต้องไปถึงสภาฯเพราะเป็นแค่ MOU ส่วน MOU 43 ก็กำลังดำเนินการอยู่ในส่วนนี้ถือว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทย เราก็ปักปันดินแดนของเราไป

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ในการปรับเนื้อหา MOU 43 เพื่อคุยกันใหม่ ในจุดที่มีความเห็นไม่ตรงกัน นายอนุทิน กล่าวว่า รอให้มีการพูดคุยเรื่องนี้กันให้ได้ก่อน ตอนนี้ใครอยู่ที่ไหนก็อยู่ตรงนั้น ซึ่งตามข้อตกลงหยุดยิงล่าสุดเขียนไว้ชัดเจนว่า ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ดังนั้นเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดที่ จ.ศรีสะเกษอยู่ในพื้นที่ที่เราควบคุมไม่เกี่ยวกับการปะทะ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์