'ศาลรัฐธรรมนูญ' ประชุมปรึกษาคดี จากกรณี 'ณัฐธิดา นิโครธางกูร' (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 เรื่องพิจารณาที่ 13/2569 กล่าวอ้างว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ที่พิจารณาและมีมติรับรองคำถามที่จะสอบถามประชาชนในการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามขั้นตอนของกฎหมาย กระบวนการจัดทำไม่ได้ดำเนินไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ในส่วนของการออกเสียงประชามติ
ประกอบกับได้พบเห็นการกระทำตามที่ปรากฏในข่าวสารจากสื่อมวลชนต่าง ๆ ว่า 'ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ' สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ผู้ถูกร้องที่ 2) และ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า (ผู้ถูกร้องที่ 3) ให้ความเห็นเกี่ยวกับองคมนตรี การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสามดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
ผู้ร้องยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดและอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งว่าการกระทำของผู้ถูกร้องยังไม่เข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบการพิจารณาว่าบุคคลใดจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง จะต้องปรากฎข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งหมายและความประสงค์ระดับที่วิญญูชนคาคาดหมายได้ว่าน่าจะทำให้เกิดผลเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสามกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง
ดังนั้น กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย




