‘นิกร’ เตรียมเดินสายฟังสารพัดความเห็น ‘ประชามติแก้ รธน.’ คิกออฟ 2 พ.ย.

30 ต.ค. 2566 - 14:38

  • คณะอนุกรรมการฯ ‘ประชามติแก้ รธน.’ ถก ‘กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ’ วุฒิสภา

  • ‘นิกร’ เผยเตรียมเดินสายฟังสารพัดความเห็นกลุ่มต่างๆ คิกออฟ 2 พ.ย. พบ ‘กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ’ ซีก สส.

  • ส่วน 14 พ.ย. หารือ ‘ก้าวไกล’ ตลอดจนคนรุ่นใหม่-ผู้พิการ คาดปลาย ธ.ค. สรุปส่งทั้งหมดชงรัฐบาล

2_Nov_Begin_listening_to_various_opinions_on_referendum_to_amend_the_constitution_SPACEBAR_Hero_8e4b61d170.jpg

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา นำโดย เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธาน กมธ.ฯ ร่วมประชุมกับ คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่มี นิกร จำนง เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ  โดยทาง กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ชี้ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีการทำประชามติ ว่าควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้น ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นสำคัญ เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะแก้ไข ต้องมีจุดเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม การจะทำเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความเห็นที่แตกต่าง เป็นความเห็นที่จะต้องหาข้อยุติเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งคนที่มาทำเรื่องเหล่านี้ต้องเป็นที่ยอมรับ เป็นที่น่าเชื่อถือหรือไม่

ดังนั้น เมื่อ นิกร และคณะที่ทำหน้าที่นี้ เชื่อว่ามีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับ ก็จะสามารถทำให้กระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำประชามติ สามารถเดินหน้าลุล่วงไปได้ แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้น อยู่ที่สิ่งที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่ง กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ก็ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยมี วันชัย สอนสิริ สว. เป็นประธานอนุทำงานติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ในการที่นายนิกร และคณะมาร่วมหารือ ก็ต้องขอบคุณที่ให้เกียรติมารับฟังความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจะมีทิศทางการดำเนินการอย่างไรนั้นก็อยากให้นายนิกร และคณะ เสนอแนวคิดและแนวทางว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไร ในการที่จะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้

เสรี สุวรรณภานนท์ (สว.) ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา

2_Nov_Begin_listening_to_various_opinions_on_referendum_to_amend_the_constitution_SPACEBAR_Photo01_1ca9e73afa.jpg

ขณะที่ นิกร ชี้แจงว่า คณะอนุกรรมการฯ ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องการทำประชามติ ไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องมาฟังความคิดเห็นจากวุฒิสภา พร้อมยืนยันถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องการจากท่านทั้งหลาย คือแบบสอบถามว่า ควรจะถามท่านอย่างไรดี และให้ท่านร่วมตั้งคำถามกับเราด้วย เพราะของวุฒิสภาต้องถามเป็นการเฉพาะ เพราะไม่เหมือนของประชาชน อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการ ฯต้องรอให้สภาฯ เปิดสมัยประชุมก่อน เพื่อรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด

ตั้งใจว่าจะให้มีการระบุชื่อผู้ที่ตั้งคำถามว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือสมาชิกบางท่านอาจจะไม่เปิดเผยชื่อก็ได้ ต่อจากนั้น วันที่ 2 พ.ย. ทางคณะอนุกรรมการฯ จะไปพูดคุยกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธาน กมธ.ฯ หลังจากนั้น จะสอบถามกับ สส.ทั้งหมด ทั้ง 500 คน เพื่อขอความเห็นในเรื่องนี้

นิกร จำนง ปธ.อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ ทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ

จากนั้น 8 พ.ย. จะพูดคุยกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนักเรียน-นักศึกษาที่มีอายุเกิน 18 ปี เพราะรัฐธรรมนูญจะใช้กับรุ่นเขามากกว่ารุ่นเรา จากนั้น 14 พ.ย. จะต้องพูดคุยกับพรรคการเมืองที่เห็นต่างคือ พรรคก้าวไกล ที่แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่แยกหมวด 1 หมวด 2 ขณะที่ในส่วนของรัฐบาล ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 โดยตนเองได้คุยกับ ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะไปคุยที่พรรคก้าวไกล

จากนั้น 15 พ.ย. คณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญกลุ่มประชาชนจำนวน 14-15 กลุ่ม ประมาณ 80 คน ซึ่งมีทั้งกลุ่มไอลอว์ กลุ่มคนพิการ เป็นต้น โดยหารือกันที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พานิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาทำประชามติ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มต่างๆ คำถามที่จะถามต่อประชาชนคือ อยากให้แก้หรือไม่ รวมถึงให้เสนอประเด็นต่างๆ ได้

ทางคณะอนุกรรมการฯ ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะแก้ทั้งฉบับหรือไม่ เราไม่มีหน้าที่แต่เป็นเรื่องของสภาร่างรัฐธณรมนูญ (ส.ส.ร.) หากมีการตั้งขึ้น ก็จะเป็นผู้ดำเนินการ

นิกร จำนง ปธ.อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ ทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ

นิกร เผยด้วยว่า คณะอนุกรรมการฯ จะออกต่างจังหวัดเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนกลุ่มต่างๆ ทุกภาค ทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเป็นข้อสรุปเสนอไปยังรัฐบาลในต้นปีหน้า จากนั้น รัฐบาลก็จะนำไปกำหนดเป็นคำถาม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการทำประชามติ ยังมีปัญหาอยู่ว่าจะทำกี่ครั้ง หรืออย่างไร ซึ่งเราก็พยายามรวบรวมทั้งหมด โดยในวันที่ 24 พ.ย. จะสรุปเรื่องทั้งหมดครั้งแรก และในประมาณปลายเดือน ธ.ค. ก็จะสรุปให้เสร็จ และเสนอให้รัฐบาลต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์