เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 40 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าชื่อยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยความสิ้นสุดลงของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังมีพฤติกรรมเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ( 5) โดยนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีย้อนถามกลับว่า “สว.ยังไม่หมดอายุใช่หรือไม่”
เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่ายังไม่หมด แต่ก็ใกล้แล้วต้องรอได้สว.ชุดใหม่มาก่อน ชุดเก่าถึงจะพ้นหน้าที่ ทำให้เศรษฐา ถึงกับร้องอ๋อ พร้อมกล่าวว่า “ผมคิดว่า ท่านก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะถือเป็นหน้าที่ของสว. ส่วนตัวของผมก็ต้องพิสูจน์ ในเรื่องที่ผมทำไปว่าเป็นเรื่องที่ชอบธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย และผมก็เคยบอกไปแล้วว่าก่อนที่จะมีการแต่งตั้ง ให้พิชิต ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการสอบถามไปทางคณะกรรมการกฤษฎีกา และผมมั่นใจว่า จะสามารถตอบคำถามได้ เพราะอยู่บนหลักการของความถูกต้อง แต่แน่นอนว่าฝ่ายตรวจสอบก็มีหน้าที่ ที่จะตรวจสอบ และผมเองก็ต้องยอมรับและต้องมานั่งดูว่ามีเหตุและผลหรือเปล่า ซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตไม่เข้าไปพูด เพราะถือว่าเป็นไปตามกลไกการปกครองของประเทศไทยอยู่แล้ว”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสว.ระบุว่า นายกรัฐมนตรี เมินเสียงคัดค้านในการแต่งตั้งพิชิต เศรษฐา กล่าวว่า ธรรมดาในการที่จะแต่งตั้งรัฐมนตรี ส่วนตัวไม่ได้ถามทางกฤษฎีกาในทุกๆ กรณีไป แต่กรณีของพิชิต ยืนยันว่า ไม่ได้เมิน ทุกๆ เสียงที่มีการท้วงติงเข้ามาได้พิจารณามาโดยตลอด ตรงนี้มั่นใจ กรณีของพิชิต ส่วนตัวก็ได้ทำ โดยได้ถามไปยังกฤษฎีกาไปโดยเฉพาะเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่สมควรจะต้องทำอยู่แล้ว
“ยืนยัน ไม่เคยเมินเสียงคัดค้าน และไม่เคยที่จะไม่ให้ความสำคัญ หรือไม่รับฟังเสียงท้วงติง อย่างที่ผมได้บอกมาตลอดเวลาว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญ”
— นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างลงในสัดส่วนของภาพรวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)ว่า ก็เก็บไว้ให้พรรครวมไทยสร้างชาติเขา แต่ถึงวันนี้พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่ได้ติดต่อมา หากมีการเสนอก็ต้องมีการพูดคุยกันต่อไป แต่ยืนยันว่า เป็นโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ
เมื่อถามว่า โควตาดังกล่าวหมายถึงจะยังคงเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเดิมใช่หรือไม่ เศรษฐา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย แต่เราอยู่ด้วยกัน เราต้องรับฟังความคิดเห็นกันก่อน โดยเฉพาะความคิดเห็นจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านอยากได้อะไร หรือมีความคิดอย่างไร
“ผมเชื่อว่า ทั้งผมและท่านรองนายกฯ พีระพันธุ์ ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน หากคิดว่ากระทรวงที่ท่านเสนอมาจะทำงานได้ อย่างเหมาะสมในกระทรวงอะไร คิดว่าเราพูดคุยกันได้ แต่หากไปกระทบกับพรรคอื่นก็ต้องพูดคุยกันในวงกว้างขึ้นก็เท่านั้นเอง”
— นายกรัฐมนตรี กล่าว




