คดี 44 สส. ไต่สวนพยานปากแรก ยึดเสนอแก้ ม.112 แต่ไม่แยกพฤติการณ์

25 ส.ค. 2569 - 16:00

  • 'พยาน ป.ป.ช.' ยันใช้หลักการยื่นร่างกฎหมาย ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เหตุ 'ก้าวไกล' ได้รับแจ้งเตือนจากสภาฯ แล้ว แต่ยังเสนอกลับมา ด้าน 'ปชน.' ยื่นโต้แย้งอีก มอง ไม่เป็นธรรม มุ่งแต่ประเด็นไม่เป็นคุณ แถมยังไม่แยกพฤติการณ์รายบุคคล

คดี 44 สส. ไต่สวนพยานปากแรก ยึดเสนอแก้ ม.112 แต่ไม่แยกพฤติการณ์

วันนี้ (25 ส.ค.) ศาลฎีกา สนามหลวง นัดไต่สวนพยานครั้งแรก คดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้อง ขอให้วินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กับ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ผู้ถูกกล่าวหา

ฝ่ายผู้ร้องที่มาศาลวันนี้ คือ พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เบิกความ ยุทธภูมิ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้อำนวยการกลุ่มงานไต่สวน ป.ป.ช. พยานฝ่ายผู้ร้องคนแรก

ขณะที่ฝ่ายผู้คัดค้านส่วนใหญ่ มี นิธิ ละเอียดดี ทีมกฎหมายพรรคประชาชน เป็นทนายความที่ได้รับมอบอำนาจมาศาล ขณะที่ ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน เป็นทนายความด้วยตัวเอง ด้านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ที่ซักค้านด้วยตนเอง เพราะไม่ได้แต่งตั้งทนายความ และวรวุธ พินิจธนสาร ทนายความของ 2 ผู้คัดค้านคือ สุรวาท ทองบุ มาด้วยตนเอง และองค์การ ชัยบุตร มาด้วยตนเอง

สำหรับ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ที่เข้าฟังการพิจารณา ยังมี จรัส คุ้มไข่น้ำ, สุเทพ อู่อ้น, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ และ นิติพล ผิวเหมาะ ด้วย

ถามเหตุการณ์ในที่ประชุม สส. ก่อนยื่นแก้ไขกฎหมาย

โดย ศาลได้สอบถามยุทธภูมิ ถึงพยานหลักฐาน ตั้งแต่เหตุการณ์ในที่ประชุมพรรคก้าวไกล เพื่อลงมติยื่นแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และหลักฐานการทักท้วงจากสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ ยังสอบถามในประเด็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่า 44 สส. เคยเข้าร่วมการชุมนุม หรือมีการโพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ไข ม.112 หรือไม่

ถูกท้วงขัดมาตรา 6 ของ รธน. แต่ยังยืนยันเสนอกลับมา

ต่อมา ป.ป.ช. ผู้ร้อง ได้ซักถามยุทธภูมิ เรื่องหนังสือจากพรรคก้าวไกล ที่ส่งถึงกลุ่มงานพระราชบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีเนื้อหายืนยันจะเดินหน้าแก้ไข ม. 112 ต่อ ยุทธภูมิ ชี้แจงว่า 44 สส. ไม่ได้แจ้งว่า ไม่ทราบ แต่ตอบมาว่า ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยในรายละเอียดหนังสือ ที่สภาฯ ส่งถึงพรรคก้าวไกล ได้ระบุว่า ความเสี่ยงจะขัดต่อมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

หนังสือดังกล่าวได้แจ้งไปถึง 2 ครั้ง โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ลงนามรับทราบแล้วในครั้งแรก และขอถอนร่างไปแก้ไข ก่อนที่จะยื่นกลับมาอีกครั้ง ซึ่งสภาฯ ได้ท้วงติงว่า มีข้อผิดพลาด 2 อย่าง คือรูปแบบไม่ถูกต้อง และยังไม่ได้ดำเนินการในส่วนที่ขัดต่อมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ได้ขอหนังสือไปยังหัวหน้าพรรคก้าวไกล เพื่อขอวาระการประชุม สส.พรรค เพื่อตรวจสอบว่า 44 สส. รู้ว่าจะมีการแก้ไข ม.112 หรือไม่ โดยพรรคก้าวไกลตอบกลับมาว่า พรรคประชุม สส. และได้แจ้งด้วยวาจา ผ่าน ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคในสมัยนั้น พร้อมยืนยันว่า การแก้ไขไม่ขัดมาตรา 6 ซึ่งในการลงชื่อ มี สส. ทั้งหมด 53 ราย ลงชื่อ 44 ราย ไม่ได้ลงชื่อ 9 ราย

นอกจากนี้ ป.ป.ช. ยังได้ถามยุทธภูมิ ในประเด็น ในอดีตมีการแก้ไข ม.112 ก่อนที่ 44 สส. จะมีการเสนอยื่นแก้ ม.112 หรือไม่ ซึ่งยุทธภูมิ ตอบว่า เคยมีการแก้ไขเมื่อปี 2519 แต่เป็นการกำหนดโทษขั้นต่ำ เพื่อคุ้มครองให้สถาบันฯ มีความมั่นคง

ยึดประเด็นการใช้อำนาจทางนิติบัญญัติ แต่กลับไม่รวมข้อเท็จจริงที่เป็นคุณ ?

จากนั้น ทนายของพรรคประชาชน เป็นผู้ซักค้านนายยุทธภูมิ ในหลายประเด็นเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง เพื่อพยายามถามถึงข้อเท็จจริงที่เป็นคุณต่อ 44 สส. ว่า ป.ป.ช. ได้นำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ เช่น การประกันตัวผู้ต้องหา ซึ่งสุดท้ายผู้ต้องหาไม่ถูกดำเนินคดี

ยุทธภูมิ ตอบว่า ป.ป.ช. ดูแค่การใช้อำนาจทางนิติบัญญัติ อย่างการยื่นกฎหมาย ส่วนหลักฐานอื่น และความเห็นของนักวิชาการ มองว่า เป็นความเห็นที่ไม่มีวันจบสิ้น รวมทั้งได้ถามถึงพยานในชั้นไต่สวน ที่มีการเสนอให้เรียก ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ และตุลาการศาลรัฐธรรม อย่างศาสตราจารย์ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และ นภดล เทพพิทักษ์ มาให้ความคิดเห็น แต่ ป.ป.ช. กลับไม่ได้เชิญมา

ทนายความพรรคประชาขน ยังตั้งคำถามว่า ในชั้นไต่สวนทำไมไม่มีการเทียบเคียงกับรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เพราะมองว่า สถานการณ์มีความคล้ายกัน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีวิกฤตทางการเมือง ซึ่งยุทธภูมิ กล่าวว่า บริบทแตกต่างกัน เจตนาไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่สามารถนำมาใช้ได้

ในช่วงท้าย ทนายความพรรคประชาชนยังซักค้าน มีการถกเถียงกันว่า ป.ป.ช. ไม่ได้ให้เอกสารตามที่มีการยื่นคำร้อง ซึ่งยุทธภูมิ ระบุว่า ได้เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ถูกกล่าวหา มีการคัดเอกสารไปแล้ว

ไม่เห็นด้วย แต่ลงชื่อ เพราะเคารพมติพรรค

ด้าน ธีรัจชัย ซักค้านยุทธภูมิ ด้วยการไล่เรียงตามเอกสารคําร้อง ซึ่งไม่ปรากฏการแยกพฤติการณ์รายบุคคล โดยมีคําให้การของ 4 พยานที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมตรงกันว่า ที่ประชุมมีความเห็นต่าง ไม่ได้มีมติเอกฉันท์

ผมมีการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขประมวลกฎหมายดังกล่าวในที่ประชุม สส.พรรค ก่อนมีการลงลายมือชื่อ ผมลงชื่อ เพราะเคารพมติพรรค ในฐานะที่ผมโหวตแพ้

ธีรัจชัย เน้นย้ําถึงคําโต้แย้งของตนเอง

รวมถึงคําพิพากษาของศาลฎีกา ที่เคยระบุถึงกรณีตนเองว่า เป็นเจตนาธรรมดา ไม่เล็งเห็นผล ไม่มีเจตนาพิเศษ แต่ ป.ป.ช. ก็ไม่ได้พิจารณาแยก

ธีรัจชัย มองว่า ส่วนมากแล้ว ป.ป.ช. ไม่ได้ไต่สวนในด้านที่เป็นคุณต่อตนเอง มีแต่การมุ่งโทษ โดยเฉพาะกรณีการเป็นนายประกัน ซึ่งตนเองยืนยันว่า ไม่เคยเป็นนายประกันให้ใคร พร้อมทั้งให้ ป.ป.ช.ขอเอกสารไปยัง สตช.และศาลยุติธรรม เพื่อตรวจสอบแล้ว แต่ไม่ปรากฎว่า ป.ป.ช.มีการเรียกขอเอกสารดังกล่าว

ป.ป.ช.ไต่สวน ไม่ได้แยกพฤติการณ์

ยุทธภูมิ ยอมรับว่า ไม่มีการแยกพฤติการณ์ ส่วนใหญ่ของพฤติกรรมที่นายธีรัจชัยโต้แย้งเหล่านั้น ไม่ถูกนํามาวิเคราะห์ แต่เน้นที่พฤติการณ์ลงนามเสนอแก้ไขกฎหมาย ในฐานะ 44 อดีต สส. ที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมรู้ผลอยู่แล้วว่า จะกระทบต่ออะไร

แกนนำพรรคจัดทำ ขู่แขวนประจาน

ฝั่ง วรวุธ ซักค้านยุทธภูมิ ถึงข้อเท็จจริงที่ 9 อดีต สส.ก้าวไกล ระบุ หากใครไม่ยอมลงชื่อในร่างแก้ไข จะถูกกดดันจากพรรค เช่น ไม่ตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ลดบทบาท ลบจากไลน์กลุ่ม และประจาน ยุทธภูมิ กล่าวว่า ถูก วรวุธ จึงซักค้านอีกว่า ร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เป็นการจัดทําโดยแกนนําพรรคเท่านั้นใช่หรือไม่ ยุทธภูมิ กล่าวว่า 9 พยานเชื่อเช่นนั้น

ก่อนที่ สมเกียรติ ขอซักค้านเองเพิ่มเติมว่า ขณะที่มีการทําหนังสือชี้แจงระหว่างพรรค และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างนั้น ตนเองได้ลาออกไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. 66 ดังนั้น สํานักเลขาฯ จึงไม่ได้รับแจ้งจากตนเองโดยตรง ยุทธภูมิ กล่าวว่า หนังสือครอบคลุมไปถึงปี 64 สมเกียรติ จึงซักค้านอีกว่า แต่ตนเองไม่เคยเห็นด้วย และไม่ได้รับหนังสือ เพื่อให้ตนเองเข้าชี้แจง ยุทธภูมิ กล่าวว่า ตามหลักเราให้ทนายมาคัดเอกสารได้ตามระเบียบ

มีการขุดหลักฐานโซเชียล แต่ผู้ถูกร้องเพิ่งทราบ

ฝ่าย ป.ป.ช. ถามพยานอีกว่า คําร้องดังกล่าวพยานได้จัดทําร่างหรือไม่ ยุทธภูมิ กล่าวว่า ไม่ได้จัดทํา ฝ่าย ป.ป.ช. ถามด้วยว่า มีการสอบถามไปยังหน่วยงานภายในเกี่ยวกับการโพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีการทําหนังสือถึงสํานักงานสํานักการข่าว ให้ตรวจสอบโพสต์ที่เกี่ยวข้อง ม.112 ยุทธภูมิ กล่าวว่า ใช่ ทำให้ธีรัจชัย ขออนุญาตเข้ามาดูเอกสาร พร้อมระบุว่า ผู้ร้องไม่เคยแจ้งถึงข้อกล่าวหานี้กับตนเอง และขอซักค้านไปยังยุทธภูมิอีกว่า เนื้อหาในเฟซบุ๊กที่ปรากฏนี้ มีการตรวจสอบแล้วหรือยัง ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ยุทธภูมิ กล่าวว่า ต้องให้พยานยืนยัน

ทั้งนี้ มีกำหนดนัดต่อไปวันที่ 22 ก.ย. เวลา 09.30 น. โดยหากมีคำถามซักพยานเพิ่มเติม ต้องนำเสนอก่อนการไต่สวน 7 วัน เพื่อให้ศาลพิจารณาอนุญาตหรือไม่ และคู่ความสามารถคัดเอกสารได้ โดยมีหรือไม่มีรายงานรับรองได้

ปชน. ยื่นข้อโต้แย้ง ภาพรวมสรุปสํานวน ไม่เป็นธรรม

นิธิ ให้ความเห็นด้วยภายหลังในภาพรวมว่า ซักค้านเรื่องกระบวนการขั้นตอนไต่สวนเป็นหลัก กระบวนการไต่สวน ไม่สอดคล้องตามกฎหมาย และไม่ให้ความเป็นธรรมตามสมควร ทั้งการรวบรวม รับฟัง พยานหลักฐาน และสรุปสำนวน โดยเรามีข้อโต้แย้งยื่นต่อศาล ว่าไม่ได้มีการรวบรวมข้อเท็จจริง ในส่วนที่จะต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หรือที่ไม่เป็นความผิดของ 44 สส.

โดยเฉพาะการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งรวบรวมเฉพาะในส่วนที่มุ่งจะเอาผิดมากกว่า 44 สส.จึงโต้แย้งความเห็นว่า ความเห็นในการสรุปสํานวน อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย มองข้อกฎหมายคนละแบบ เอาแต่ความเห็นเป็นโทษไม่เป็นคุณ

เซ็นชื่อเสนอร่าง เป็นสิ่งเดียวที่ทำร่วมกัน

สำหรับกรณีที่ 44 มีพฤติกรรมแตกต่าง แต่รวมสํานวนเดียว ถือเป็นจุดแข็งข้อต่อสู้ของผู้คัดค้านหรือไม่ นิธิ กล่าวว่า จะให้ตอบฟันธงแบบนั้น อาจจะไม่สามารถฟันธงชัดเจน

ยืนยันหลักการว่า ข้อหลักฐานด้านจริยธรรม ต้องพิจารณาจากพฤติกรรมเป็นรายบุคคล ไม่สามารถเหมารวมการกระทําของผู้คัดค้านคนอื่นมารวมกับผู้คัดค้านอีกคนได้ เพราะมีเพียงการกระทำเดียว ตามข้อเท็จจริง ที่ทํากระทําร่วมกัน คือเซ็นชื่อเสนอร่างกฎหมายเท่านั้น

ทนายพรรคประชาชน ทิ้งท้า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์