โชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงสรุปภาพรวมอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2566 ช่วง 7 วันของการรณรงค์ ‘ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ’ ของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566
โดยวันที่ 4 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 241 ครั้ง บาดเจ็บ 253 ราย เสียชีวิต 25 ราย สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ขับรถเร็ว ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด เป็นรถจักรยานยนต์ อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ถนนกรมทางหลวง ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 40 - 49 ปี จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด สงขลา 13 ครั้ง, จังหวัดที่ผู้บาดเจ็บมากสุด กาญจนบุรี 15 คน และเสียชีวิตสูงสุด เชียงราย, ร้อยเอ็ด, สงขลา, สระแก้ว, สุราษฏร์ธานี, อุดรธานี จังหวัดละ 2 ราย
ทั้งนี้ได้มีการจัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,880 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 55,749 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 327,401 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 49,072 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.สงขลา (13 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี (15 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย ร้อยเอ็ด สงขลา สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี (จังหวัดละ 2 ราย)
ทั้งนี้ สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (29 ธันวาคม 65 – 4 มกราคม 66) เกิดอุบัติเหตุ รวม 2,440 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,437 คน ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ สุราษฎร์ธานี (79 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ กาญจนบุรี (81 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ เชียงราย (15 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัดได้แก่ นราธิวาส บึงกาฬ พังงา สตูล และสุโขทัย
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 มีจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บ และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลง เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง
โดยสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุมีอัตราการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต โดยรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ซึ่งกว่า 70% ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มีปัจจัยเสี่ยงจากการไม่สวมหมวกนิรภัย
“ศปถ.ได้กำชับจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ถอดบทเรียน ตรวจสอบ และวิเคราะห์ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุดผ่านกลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทุกระดับ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทย” โชตินรินทร์ กล่าว
โชตินรินทร์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามแม้ว่าการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันของการรณรงค์จะสิ้นสุดลง แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายยังต้องร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเดินทางสัญจรอย่างปลอดภัยตลอดทั้งปี
ทั้งนี้ ศปถ. ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทาง
โดยวันที่ 4 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 241 ครั้ง บาดเจ็บ 253 ราย เสียชีวิต 25 ราย สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ขับรถเร็ว ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด เป็นรถจักรยานยนต์ อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ถนนกรมทางหลวง ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 40 - 49 ปี จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด สงขลา 13 ครั้ง, จังหวัดที่ผู้บาดเจ็บมากสุด กาญจนบุรี 15 คน และเสียชีวิตสูงสุด เชียงราย, ร้อยเอ็ด, สงขลา, สระแก้ว, สุราษฏร์ธานี, อุดรธานี จังหวัดละ 2 ราย
ทั้งนี้ได้มีการจัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,880 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 55,749 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 327,401 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 49,072 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.สงขลา (13 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี (15 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เชียงราย ร้อยเอ็ด สงขลา สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี (จังหวัดละ 2 ราย)
ทั้งนี้ สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (29 ธันวาคม 65 – 4 มกราคม 66) เกิดอุบัติเหตุ รวม 2,440 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,437 คน ผู้เสียชีวิตรวม 317 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ สุราษฎร์ธานี (79 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ กาญจนบุรี (81 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ เชียงราย (15 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 5 จังหวัดได้แก่ นราธิวาส บึงกาฬ พังงา สตูล และสุโขทัย
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 มีจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บ และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลง เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง
โดยสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุมีอัตราการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต โดยรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ซึ่งกว่า 70% ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์มีปัจจัยเสี่ยงจากการไม่สวมหมวกนิรภัย
“ศปถ.ได้กำชับจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ถอดบทเรียน ตรวจสอบ และวิเคราะห์ ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลและช่วงวันหยุดผ่านกลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนทุกระดับ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทย” โชตินรินทร์ กล่าว
โชตินรินทร์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามแม้ว่าการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2566 ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันของการรณรงค์จะสิ้นสุดลง แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายยังต้องร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเดินทางสัญจรอย่างปลอดภัยตลอดทั้งปี
ทั้งนี้ ศปถ. ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทาง








