8 ธนาคารเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินออนไลน์ ปชช.ผู้ประสบภัยโทรได้ 24 ชั่วโมง

3 มี.ค. 2566 - 13:36

  • ธนาคาร 8 แห่งเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินออนไลน์ ป้องกันจากมิจฉาชีพ

  • ประชาชนผู้ประสบภัยโทรได้ 24 ชั่วโมง

8_Banks_Open_Online_Financial_Disaster_Reporting_Centers_Victims_can_call_24_hours_a_day_SPACEBAR_Hero_25117c1081.jpeg
ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (รองโฆษกรัฐบาล) กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหามิจฉาชีพหลอกหลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ มีการโอนเงินออกจากบัญชีผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารจนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำงานร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และธนาคารของรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาและบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดแก่ประชาชน 

ล่าสุด ทั้งส่วนธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจรวม 8 แห่ง ได้เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพของธนาคาร เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หรือตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพโทรแจ้งเหตุ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นความเสียหายให้เร็วที่สุด   

ประกอบด้วย ธนาคารกสิกรไทย 0-2888-8888 กด 001, ธนาคารกรุงไทย 0-2111-1111 กด 108, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1572 กด 5, ธนาคารกรุงเทพ 1333 หรือ 0-2645-5555 กด *3, ธนาคารไทยพาณิชย์ 0-2777-7575, ธนาคารทหารไทยธนชาต 1428 กด 03, ธนาคารออมสิน 1115 กด 6 และ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย 0-2626-7777 กด 00 

“หากประชาชนท่านใดเห็นว่าตนเองมีความเสี่ยงที่อาจประสบภัยจากมิจฉาชีพทางออนไลน์เนื่องจากมีการติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคารทางมือถือ มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถืออยู่บ่อยๆ ขอให้บันทึกเบอร์ติดต่อศูนย์แจ้งเหตุฯ ของธนาคารที่ตนเองเป็นลูกค้า เพื่อว่าเมื่อเกิดเหตุจะได้โทรประสานเพื่อระงับธุรกรรมได้ทันที” ไตรศุลี กล่าว 

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า การเปิดศูนย์แจ้งเหตุภัยทางการเงินจากมิจฉาชีพของสถาบันการเงินต่างๆ เป็นมาตรการควบคู่กับที่ขณะนี้รัฐบาลได้ผลักดันพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. …. เพื่อให้เป็นกฎหมายที่เข้ามาช่วยจัดการปัญหาได้อย่างเด็ดขาด  

ซึ่ง พ.ร.ก.ฯ มีสาระสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามการกระทำผิด ด้วยมาตรการต่างๆ อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลของสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องผ่านระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่หน่วยงานที่มีอำนาจให้การอนุญาต เพื่อประสิทธิภาพการตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติ สถาบันการเงินสามารถระงับธุรกรรมได้เมื่อพบเหตุอันต้องสงสัยหรือได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าของบัญชี ตลอดจนการกวาดล้างบัญชีม้า เป็นต้น  

โดยขณะนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสมาคมธนาคารไทย อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบกลางที่เรียกว่า ศูนย์ตรวจเช็กธุรกรรมที่มีความเสี่ยงทุจริต (Central Fraud Registry) เพื่อเป็นกลไกด้านข้อมูลที่จะช่วยในการยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดกับประชาชนเจ้าของบัญชีที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
8_a1a5652314.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์