ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่พรรคเพื่อไทย ประกาศยึดสูตร 14+1 คือ พรรคก้าวไกลได้เก้าอี้รัฐมนตรี 14 ที่นั่ง และนายกรัฐมนตรี 1 ที่นั่ง ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้เก้าอี้รัฐมนตรี 14 ที่นั่ง และ 1 เก้าอี้ประธานสภาฯ นั้น ต่อมาพรรคก้าวไกลได้แจ้งขอยกเลิกกำหนดการประชุมระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ในวันนี้ (28 มิถุนายน 2566) แบบกะทันหันในช่วงกลางดึกนั้น
ล่าสุดแหล่งข่าวจาก 8 พรรคร่วม เปิดเผยว่า หลังจากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นได้มีการนัดหารือแกนนำทั้ง 8 พรรค แบบกระทันหันในช่วงกลางดึกวันเดียวกัน ซึ่งมีการหารือแบบเคร่งเครียด เพื่อจะหาข้อสรุปดังกล่าว ก่อนที่จะมีการเลื่อนการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลออกไป โดยวางกำหนดคร่าวๆ ไว้เป็นวันที่ 30 มิถุนายน และอาจจะมีการเลื่อนไปแบบไม่มีกำหนด เดิมทีที่จะมีการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (29 มิถุนายน)
อย่างไรก็ตาม ในส่วนพรรคเล็กมองว่าอยากให้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย หารือกันจนได้ข้อสรุปร่วมกันทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันในการจัดตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และสนับสนุนให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ขณะที่แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ปัญหาเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ แม้แกนนำพรรคจะเคยประกาศว่ายึดพรรคอันดับ 1 แต่เมื่อฟังเสียงและความเห็นจาก ส.ส. ภายในพรรค ยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภาฯ จะต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และแกนนำพรรคจะต้องฟังเสียงจากคนในพรรค รวมถึงยึดหลักการเดิมที่ได้เสนอไปกับพรรคก้าวไกล คือ สูตร 14+1
ทั้งนี้ หากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอาจจะต้องพิจารณาข้อเสนอเรื่องตำแหน่งกันใหม่ โดยอาจจะต้องมีการปรับสูตรพรรคก้าวไกลเป็น 15+1 ส่วนพรรคเพื่อไทยเป็น 13+1 แต่พรรคเพื่อไทยจะต้องพิจารณาว่า คุ้มค่าหรือไม่ที่จะเสียเก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง เพื่อแลกกับเก้าอี้ประธานสภาฯ 1 ตำแหน่ง
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ยังระบุอีกว่า หากเป็นสูตรปรับตำแหน่ง 15+1 และ 13+1 นั้น มองว่าจะทำให้ทั้งสองพรรคไม่เสียหน้า หากยังตกลงกันไม่ได้และ ส.ส.เพื่อไทยยังยืนกรานที่จะกอดตำแหน่งประธานสภาฯ ไว้ให้ได้ ก็อาจจะต้องปล่อยฟรีโหวต ซึ่งไม่อยากให้สถานการณ์ไปถึงจุดนั้น
ล่าสุดแหล่งข่าวจาก 8 พรรคร่วม เปิดเผยว่า หลังจากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นได้มีการนัดหารือแกนนำทั้ง 8 พรรค แบบกระทันหันในช่วงกลางดึกวันเดียวกัน ซึ่งมีการหารือแบบเคร่งเครียด เพื่อจะหาข้อสรุปดังกล่าว ก่อนที่จะมีการเลื่อนการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลออกไป โดยวางกำหนดคร่าวๆ ไว้เป็นวันที่ 30 มิถุนายน และอาจจะมีการเลื่อนไปแบบไม่มีกำหนด เดิมทีที่จะมีการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (29 มิถุนายน)
อย่างไรก็ตาม ในส่วนพรรคเล็กมองว่าอยากให้พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย หารือกันจนได้ข้อสรุปร่วมกันทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันในการจัดตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และสนับสนุนให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ขณะที่แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ปัญหาเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ แม้แกนนำพรรคจะเคยประกาศว่ายึดพรรคอันดับ 1 แต่เมื่อฟังเสียงและความเห็นจาก ส.ส. ภายในพรรค ยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภาฯ จะต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และแกนนำพรรคจะต้องฟังเสียงจากคนในพรรค รวมถึงยึดหลักการเดิมที่ได้เสนอไปกับพรรคก้าวไกล คือ สูตร 14+1
ทั้งนี้ หากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอาจจะต้องพิจารณาข้อเสนอเรื่องตำแหน่งกันใหม่ โดยอาจจะต้องมีการปรับสูตรพรรคก้าวไกลเป็น 15+1 ส่วนพรรคเพื่อไทยเป็น 13+1 แต่พรรคเพื่อไทยจะต้องพิจารณาว่า คุ้มค่าหรือไม่ที่จะเสียเก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง เพื่อแลกกับเก้าอี้ประธานสภาฯ 1 ตำแหน่ง
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย ยังระบุอีกว่า หากเป็นสูตรปรับตำแหน่ง 15+1 และ 13+1 นั้น มองว่าจะทำให้ทั้งสองพรรคไม่เสียหน้า หากยังตกลงกันไม่ได้และ ส.ส.เพื่อไทยยังยืนกรานที่จะกอดตำแหน่งประธานสภาฯ ไว้ให้ได้ ก็อาจจะต้องปล่อยฟรีโหวต ซึ่งไม่อยากให้สถานการณ์ไปถึงจุดนั้น




