ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง มีความเห็นสั่งยุติเรื่องกรณีมีการยื่นร้องขอให้ กกต.พิจารณาเสนอเรื่องความพร้อมเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล ตามมาตรา 92 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีมูล โดยทั้ง 4 คำร้อง ประกอบด้วย กรณีกล่าวหา ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ในขณะนั้น ปราศรัยหาเสียงที่ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 กล่าวร้ายโครงการพระราชดำริ พาดพิงสถาบันเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อ 17 ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. 2561
กรณีร้องว่า พรรคก้าวไกล มีนโยบายที่จะยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย
กรณี อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงจุดยืนของตนเองและจุดยืนของพรรคก้าวไกล เรื่องมาตรา 112 โดยเนื้อหาระบุ #ยกเลิก 112 “112เป็นกฎหมายหรือเปล่า ถ้าเป็น..ต้องแก้ไขให้เหมาะสมกับยุคสมัยได้ ไปจนถึงต้องยกเลิกได้ ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าสังคมมีฉันทามติร่วมกัน หยุดลิดรอนเสรีภาพในการรณรงค์แสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย”
รวมถึงกรณีกล่าวหาว่าพรรคก้าวไกล ยินยอมให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พรรณิการ์ วานิช เป็นผู้นำในการหาเสียงเลือกตั้ง และเป็นตัวแทนในการดีเบตกับพรรคการเมืองอื่นแทนพรรคก้าวไกล เป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคในลักษณะที่ทำให้พรรคขาดอิสระ โดยสำนักงานฯ ได้มีการแจ้งผู้ร้องทราบแล้ว
ทั้งนี้ การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นให้ยุติเรื่องเป็นการใช้อำนาจตามข้อ 7 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง 2564 ที่กำหนดว่าในกรณีนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานพร้อมความเห็นว่า ไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ให้ยกคำร้อง หรือยุติเรื่องแล้วแต่กรณี และแจ้งให้ผู้ร้องทราบและรายงานให้ กกต.ทราบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า จากจำนวนเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงต้นปี 2566 มีคำร้องยุบพรรคการเมืองรวม 83 เรื่องร้องเรียน และมี 61 เรื่อง ที่นายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า ไม่มีมูลจึงให้ยุติเรื่อง เหลือ19 เรื่องร้องเรียน ที่ดำเนินการอยู่ และการดำเนินการจนถึงขณะนี้ พบว่าเหลือคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานฯ 5-6 คำร้อง
กรณีร้องว่า พรรคก้าวไกล มีนโยบายที่จะยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย
กรณี อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงจุดยืนของตนเองและจุดยืนของพรรคก้าวไกล เรื่องมาตรา 112 โดยเนื้อหาระบุ #ยกเลิก 112 “112เป็นกฎหมายหรือเปล่า ถ้าเป็น..ต้องแก้ไขให้เหมาะสมกับยุคสมัยได้ ไปจนถึงต้องยกเลิกได้ ถ้าวันหนึ่งข้างหน้าสังคมมีฉันทามติร่วมกัน หยุดลิดรอนเสรีภาพในการรณรงค์แสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย”
รวมถึงกรณีกล่าวหาว่าพรรคก้าวไกล ยินยอมให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พรรณิการ์ วานิช เป็นผู้นำในการหาเสียงเลือกตั้ง และเป็นตัวแทนในการดีเบตกับพรรคการเมืองอื่นแทนพรรคก้าวไกล เป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคในลักษณะที่ทำให้พรรคขาดอิสระ โดยสำนักงานฯ ได้มีการแจ้งผู้ร้องทราบแล้ว
ทั้งนี้ การที่นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นให้ยุติเรื่องเป็นการใช้อำนาจตามข้อ 7 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง 2564 ที่กำหนดว่าในกรณีนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานพร้อมความเห็นว่า ไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ให้ยกคำร้อง หรือยุติเรื่องแล้วแต่กรณี และแจ้งให้ผู้ร้องทราบและรายงานให้ กกต.ทราบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า จากจำนวนเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงต้นปี 2566 มีคำร้องยุบพรรคการเมืองรวม 83 เรื่องร้องเรียน และมี 61 เรื่อง ที่นายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นว่า ไม่มีมูลจึงให้ยุติเรื่อง เหลือ19 เรื่องร้องเรียน ที่ดำเนินการอยู่ และการดำเนินการจนถึงขณะนี้ พบว่าเหลือคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานฯ 5-6 คำร้อง