5 เหตุผลที่ ‘ประยุทธ์’ อาจได้เป็นนายกฯ ต่อไป

03 พ.ค. 2566 - 04:16

TAGCLOUD-five-reasons-that-United-Thai-Nation-Party-would-win-SPACEBAR-Thumbnail
  • เหตุผลเหล่านี้คือผลลัพธ์จากการสำรวจความเห็นของประชาชนกลุ่มตัวอย่าง

  • และเหตุผลส่วนใหญ่ที่จะทำให้รวมไทยสร้างชาติ คือเชื่อว่าพรรคนี้ทำงานเป็น เห็นผลงานเร็ว

มีโอกาสแค่ไหนที่ผู้ชายที่ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถนั่งอยู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้ต่อไป?  

คำตอบนี้อยู่ในผลการสำรวจ SPACEBAR POLL ซึ่งเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คน ด้วยการถอดคุณสมบัติจากบุคลิกภาพโดยภาพรวมของแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนพรรคการเมืองออกมาเป็นตัวเลือก โดยแต่ละพรรคจะมีคุณสมบัติ 5 ด้าน ให้ผู้ตอบแบบสอบถามได้พิจารณาเลือกจัดลำดับว่า “คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของพรรคการเมืองที่ประชาชนเห็นว่าจำเป็นต่อประเทศไทย” 

เราพบว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นหนึ่งใน 4 พรรคที่มีสัดส่วนคะแนนนิยมมากพอที่จะวิเคราะห์ได้ว่าพวกเขามีอกาสที่จะจัดตั้งรัฐบาล และแคนดิเดตจากพรรคของพวกเขาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย และนี่คือเหตุผลที่คนไทยตัดสินใจเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคนี้ ซึ่งก็คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

นี่คือเหตุผลที่คนไทยจะเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ และ ‘ลุงตู่’
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/GDEx9NB3sh2N4AmBEe2C5/aee9d057965514db19c6b8761e6b34d9/SPACEBAR_POLL______________________Artboard_3__1_
เราจะมาวิเคราะห์เหตุผลทั้ง 5 ข้อกันสักเล็กน้อย  

เราทราบดีว่าพรรควมไทยสร้างชาติเพิ่มจะก่อตั้งขึ้นมาสำหรับศึกเลือกตั้งครั้งนี้โดยเฉพาะ และดีย์แมนคนสำคัญไม่ใช่หัวหน้าพรรคที่ชื่อ พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แต่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คือ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมานาน (เกือบ/กว่า) 8 ปี  

ข้อ 1 
ด้วยระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนานขนาดนี้ จึงไม่ยากที่ผู้คนจะมองเห็นว่า พล.อ. ประยุทธ์ ‘ทํางานเป็น, เห็นผลงานเร็ว และชัดเจน’ เพราะในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 คนที่ดำรงตำแหน่งยาวนานขนาดนี้ และการดำรงตำแหน่งนานๆ หมายความว่า รัฐบาลหรือนายกฯ คนนั้นสามารถสานต่อนโยบายของตนได้ต่อเนื่อง ในขณะที่นายกฯ ที่อยู่ไม่ครบเทอมยากที่สร้างผลงานให้เห็นชัดเจนได้ ด้วยเหตุผลนี้ อาจทำให้ผู้คนต้องการเห็นนายกฯ รัฐมนตรีที่สานต่อนโยบายของตัวเองได้จนเกิดผลงานที่จับต้องได้ และนี่คือเหตุที่ประชาชนมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ‘ทํางานเป็น, เห็นผลงานเร็ว และชัดเจน’ จึงมีสัดส่วนมากที่สุด ถึง 49% 

ข้อ 2 
เหตุผลต่อมาที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับที่ 2 ที่ 30% คือผลงานในการปราบคอร์รัปชั่นทุจริต ซึ่งในข้อนี้น่าจะเป็นความนิยมที่ติดค้างมาตั้งแต่ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศภายใต้ธง คสช. ซึ่งมีอำนาจเกือบจะเบ็ดเสร็จในการสะสาง ‘ปัญหา’ ต่างๆ  

ข้อ 3 และ 4 
เหตุผลข้อ 3 (ปกป้องชาติศาสนา พระมหากษัตริย์) และข้อ 4 (อนุรักษ์นิยม) ดูเหมือนจะสะท้อนแนวทางของพรรคและตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อย่างชัดเจน ทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติมีภาพลักษณ์ของพรรคอนุรักษ์นิยมและได้ใจผู้มีสิทธิออกเสียงในกลุ่มที่มองหาผู้นำในด้านนี้  

ข้อ 5 
ส่วนข้อที่ 5 (เถรตรง โผงผาง จริงจัง) ดูเหมือนจะสะท้อนตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์ มากที่สุด อย่างไรก็ตาม SPACEBAR POLL พบว่าคุณลักษณ์นี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการน้อยที่สุดในตัวนายกรัฐมนตรี ดังนั้น แม้ว่มันจะคุณสมบัติที่ทำให้ผู้คนชื่นชมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ แต่โดยรวมแล้ว มันไม่ใช่เหตุผลที่มีพลังมากพอที่จะดึงคะแนนเสียงของคนกลุ่มอื่นๆ ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/3vJ2cyLQPFmTZCU22XOeiu/4f6de3ef144b64276baa0a05732d8d05/SPACEBAR_POLL______________________Artboard_1__1_
แม้ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะมีโอกาสที่จะรั้งเก้าอี้นายกฯ ต่อไปได้ แต่จากผลสำรวจของเรายังพบด้วยว่า ประชาชนมากถึง 75.3% คาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รัฐบาลใหม่ ส่วนประชาชนที่คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้คณะทำงานชุดเดิม และสามารถสานต่อนโยบายเดิมอย่างต่ออเนื่องมีเพียง 24.7%   

แต่คำตอบนี้ก็ยังไม่ใช่ข้อสรุปแบบตายตัว เพราะเรามีโอกาสที่จะมีรัฐบาลผสม ที่ผสมผสานระหว่างพรรคการเมืองที่อยู่ตรงกันข้ามกันมาก่อน และด้วยเหตุผลทางการเมืองบางอย่าง มันมีโอกาสเช่นกันที่เราอาจจะได้รัฐบาลใหม่ แต่ในรัฐบาลใหม่กลับยังประกอบไปด้วยคณะทำงานชุดเดิม

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์