นี่คือ 5 เหตุผลที่ภูมิใจไทยจะได้เป็นรัฐบาล

03 พ.ค. 2566 - 10:58

TAGCLOUD-five-reasons-that-bhumjaithai-would-win-the-election-SPACEBAR-Thumbnail
  • พรรคสุดท้ายที่ติดอันดับการสำรวจพรรคและแคนดิเดตในใจคนไทยโดย SPACEBAR POLL

  • ภูมิใจไทยมีคุณสมบัติบางอย่างที่พรรคอื่นไม่มี และสิ่งนั้นทำให้พวกเขาเป็นที่ต้องการของประชาชน

เมื่อพูดถึงพรรคภูมิใจไทย สิ่งแรกที่ผู้คิดนึกถึง คือ นโยบายกัญชาเสรี อาจจะเรียกได้ว่าเป็นตัวเรียกคะแนนที่สำคัญที่สุดของพรรคนี้เลยก็ว่าได้ ไม่เพียงทำให้ภูมิใจไทยกลายเป็นชื่อสามัญประจำบ้านของคนไทย แต่ยังทำให้ประเทศไทยอยู่ใน ‘แสง’ (Spotlight) ของสื่อทั่วโลก ที่กรูกันเข้ามาทำข่าวและคอนเทนต์เกี่ยวกับการเปิดโลกกัญชาในไทย และทำให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องออกสื่อกันเป็นว่าเล่น 

แต่ถึงขนาดนี้แล้ว สิ่งที่เราพบจากการทำ SPACEBAR POLL กลับไม่ใช่นโยบายกัญชาที่ทำให้ผู้คนสนใจที่อยากจะได้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล หรือต้องการให้ อนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป  

นี่คือเหตุผลที่คนไทย (จำนวนหนึ่ง) อยากจะเลือกภูมิใจไทยและอยากจะได้นายกฯ ชื่อ อนุทิน  
  1. พูดจริงทําจริง รักษาคําพูด 
  2. ประสานงานได้รอบทิศทุกระดับ 
  3. ลดความขัดแย้งเน้นการปรองดอง 
  4. มีบุคลิกภาพที่ดีสงบ สุขุม น่าเชื่อถือ 
  5. ยืดหยุ่น ประนีประนอม 
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/4AvOUT0imamB03zL9anSI5/b587dd2d9eefde21edcbe1abeba71ed4/SPACEBAR_POLL______________________Artboard_5__1_
คุณสมบัติเหล่านี้ มีสิ่งที่สะท้อนนโยบายกัญชาเพียงข้อเดียว คือ ข้อที่ 1. “พูดจริงทําจริง รักษาคําพูด” แม้ว่าจะไม่มีคำว่ากัญชาในคุณสมบัตินี้ แต่มันเกี่ยวข้องกันตรงที่ภูมิใจไทยสามารถผลักดันสิ่งที่พวกเขาหาเสียงในการเลือกตั้งปี 2562 ให้กลายเป็นความจริงได้สำเร็จ  

สิ่งมีชีวิตที่ยืดหยุ่น 

คุณสมบัติตั้งแต่ข้อที่ 2 จนถึงข้อ 5 ลงมาล้วนแต่สะท้อนความเป็นตัวตนทางการเมืองของภูมิใจไทย นั่นคือ ‘พรรคตรงกลาง’ หรือ ‘พรรคร่วมรัฐบาลกับใครก็ได้’ ซึ่งหมายความว่าภูมิใจไทยพร้อมที่จะฟอร์มทีมกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคสีใดๆ ก็ตาม  

แต่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ภูมิใจไทยถูกโจมตีเรื่องนโยบายกัญชาเสรี (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีจาก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์) และยิ่งใกล้ช่วงปลายการหาเสียง ภูมิใจไทยยังถูกโจมตีจากพรรคการเมืองด้วยกัน คือพรรคเพื่อไทย นำโดย เศรษฐา ทวีสิน ที่ต่อต้าน ‘กัญชาเสรี’ อย่างโจ่งแจ้ง  

แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ ภูมิใจไทยและ อนุทิน แสดงวิทยายุทธ์ยืดหยุ่น พลิกแพลง ไม่เพียงเลี่ยงการปะทะตรงๆ กับพรรคเพื่อไทย แต่ยังอธิบายอย่างเรียบๆ ว่าพรรคไม่มีนโยบายกัญชาเสรีอย่างที่เข้าใจ และเตือนไปถึง เศรษฐา ด้วยว่ากำลังทำให้เพื่อไทยมีทางเลือกน้อยลง อนุทินบอกว่า “ถึงเวลาจริงๆก็รู้กันอยู่ว่าใครเคาะได้ ใครได้แต่พูด ตรงนี้คนการเมืองเขารู้ดี ผมไม่ขอพูด” 

นั่นหมายความว่าคนที่พูดเรื่องท่าทีของเพื่อไทย ไม่ใช่คนที่กำหนดชะตากรรมของเพื่อไทยกับภูมิใจไทยใช่หรือไม่?
https://images.ctfassets.net/i3o8p9lzd06f/2ikT611KqEv2eRRG5gvjSx/8af93af82773962d5cb93a352b065e93/SPACEBAR_POLL______________________Artboard_1__1_

เซียนวิชาพลิกแพลง 

และในขณะที่ ชูวิทย์ เดินสายต่อต้านนโยบายกัญชาในหมู่ชาวมุสลิมที่ภาคใต้ (เพราะการกัญชาเพื่อสันทนาการ เป็นเรื่องต้องห้ามทางศาสนา) แต่ภูมิใจไทยรับมือด้วยการประกาศนโยบายเพื่อชาวมุสลิม เช่น ตั้งองค์กรกิจการฮัจญ์ เพื่อช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายร่วมแสวงบุญ พร้อมกับอธิบายนโยบายกัญชาว่ามีเจตนาเพื่อการแพทย์ (เพราะหากใช้กัญชาเพื่อความจำเป็นแพทย์ เป็นสิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย อนุญาตให้ชาวมุสลิมกระทำได้) 

นี่คือตัวตนและคุณสมบัติที่หาได้ยากในพรรคอื่น แต่มีอยู่ในภูมิใจไทย และมันทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งในพรรคที่มีโอกาสจะได้ตั้งรัฐบาล แม้ว่าเมื่อวัดจากความนิยมแล้วจะเป็นพรรคอันดับที่ 4 รองจากเพื่อไทย, รวมไทยสร้างชาติ และก้าวไกล ก็ตาม แต่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยและ อนุทิน ชาญวีรกูลมี อยู่ก็คือ ความเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล ในกรณีที่ไม่มีพรรคใดพรรคหนึ่งสามารถทำแลนด์สไลด์ได้  

นี่คือสาเหตุที่ทำให้ อนุทิน มั่นใจถึงขนาดเตือนไปยังเพื่อไทยที่พาดพิงภูมิใจไทยในทางลบระหว่างหาเสียงว่า เพื่อไทยกำลังทำให้ทางเดินของตัวเองแคบลง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์