จับกระแสพรรคการเมืองใน Social media จาก Spacebar Data Ops ที่เก็บข้อมูลต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (11-17 มกราคม 2569)
พรรคไหนครอง “อิทธิพลทางการสื่อสาร” บนสนามการเมืองออนไลน์
พบว่า ‘พรรคภูมิใจไทย’ ครองความได้เปรียบเชิงโครงสร้างด้าน Engagement อย่างชัดเจนสะท้อนศักยภาพในการ “คุมพื้นที่การมองเห็น” และเข้าถึงฐานผู้ใช้จำนวนมากได้อย่างต่อเนื่อง

สนามการเมืองไม่ได้แข่งที่นโยบาย แต่แข่งกันที่ “การครองความสนใจ”
Engagement Funnel สะท้อนโครงสร้างการแข่งขันที่ไม่สมดุลโดยพรรค Top Tier ครองสัดส่วนการมีส่วนร่วมสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญพรรคระดับกลางยังคง “อยู่ในสายตา” ของผู้ใช้โซเชียลแต่ไม่สามารถแปลงการรับรู้เป็น Engagementในระดับเดียวกับผู้นำได้พรรคขนาดเล็กถูกจำกัดด้วย Visibilityส่งผลให้ศักยภาพการขยายอิทธิพลทางความคิดต่ำ

เมื่อการเมืองถูกนิยามด้วยหมายเลข พรรค และการเลือก
จาก Word Cloud พบว่า Keyword ที่ถูกกล่าวถึงสูงสุด ได้แก่ “พรรคประชาชนเบอร์ 46” และ “เลือกตั้ง 69”ซึ่งเป็นคำที่สะท้อนการอ้างอิงเชิงระบบ การเลือก และตำแหน่งทางการเมืองมากกว่าการแสดงอารมณ์หรือการตอบสนองต่อกระแสเฉพาะหน้า

Engagement of Party policy
นโยบายพรรคไหนต้องตาต้องใจ พบ่วา Social Listening By DataOps ที่รวมรวม Data ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2569 Insight สื่อให้เห็นว่านโยบายที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ได้แก่ นโยบายที่เกี่ยวกับ“การเมือง” โดยมี Engagement อยู่ที่ 2,522,249 รองลงมาคือ ด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง

Insight ที่ชัดเจนจาก Sentiment
จากกราฟเห็นได้ว่าความคิดเห็นของทุกพรรคมีความเป็นกลางมากกว่า 60% ขณะที่ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ในอาทิตย์ที่ผ่านมา มีความคิดเห็นเชิงลบมากที่สุดอยู่ที่ 236,194

Candidate Performance
Insight สนามสื่อ ชื่อของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จาก พรรคประชาชน ยังครองพื้นที่การเข้าถึงอย่างท่วมท้น ทิ้งห่างทุกพรรคอย่างชัดเจน สะท้อนพลังการสื่อสารที่เข้าถึง “คนหมู่มาก” ได้จริง รองลงมาคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย และที่เบียดชิงธงแซง อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นอันดับ 3 คือ พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์ จากพรรคเศรษฐกิจ

โดย Spacebar Data ops ได้เก็บข้อมูลจากโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและติดตามความสนใจของผู้คน โดยมีแหล่งข้อมูลมาจากจำนวนโพสต์ / คอมเมนต์ ยอดไลก์ แชร์ รีทวีต แฮชแท็ก คีย์เวิร์ด รวมถึงเวลาและความถี่ในการพูดถึงในช่องทาง Facebook ,Twitter ,Tiktok ,YouTube ,Instagram ,News ,Forums, Blogs จากสื่อออนไลน์หลายสำนัก






