ในแวดวงการเมือง เริ่มพูดกันหนาหูถึงจุดเปลี่ยนการเมืองไทย โดยเฉพาะกับคนชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 จะอยู่ไปได้อีกนานขนาดไหน
ท่ามกลางมรสุมนโยบายเรือธง ‘การแจกเงินหมื่น’ ที่นาทีนี้ยังติดหล่ม วนลูปอยู่ในเขาพระสุเมรุของความไม่ชัดเจนเรื่องข้อกฎหมาย
ยิ่งได้เห็นความเร่งรีบในการทำงานของนายกฯ เศรษฐา ที่แม้จะทำตามที่ประกาศไว้ “ขอทำงาน 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด” แต่อีกด้านของความเร่งรีบ เสมือนหนึ่งรู้จะไม่มีวันพรุ่งนี้เหลือให้ได้อยู่ทำงานในตำแหน่งนี้อีก จึงได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการทำงานในฐานะของนายกรัฐมนตรี

แม้กระทั่งการไปกระทบไหล่กับเหล่าผู้นำในเวทีประชุมระดับโลก ภาพเซลฟี่กับผู้นำสหรัฐอเมริกา ล้วนแต่ชวนให้คิดตามว่า เวลาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านที่ได้มาแบบลาภมิควรได้นั้น นับวันจะร่อยหรอเหลือน้อยลงไปทุกที

ทีนี้มีสัญญาญอะไรที่จะเป็นสิ่งบอกเหตุของจุดเปลี่ยนการเมืองที่ว่าได้บ้าง
แน่นอน ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่คนบนชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ จะได้รับการพักโทษ พ้นโทษ ปล่อยตัวกลับบ้านในวันไหน ซึ่งเริ่มตั้งแต่หลังวันที่ 5 ธันวาคมนี้ อันเนื่องมาจากโอกาสวันสำคัญของประเทศ และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ที่รับโทษมาแล้วตามเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
สรุปมีทั้งสิทธิตามเงื่อนไขปกติและแบบพิเศษ ในฐานะนักโทษที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป และเจ็บป่วยมีโรครุมเร้า ที่เข้ากรอบการได้รับอิสรภาพก่อนเวลาอันควร
ดังนั้น ห้วงเวลาหลังการพ้นโทษของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมือง ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่นาทีนี้เริ่มได้เห็นถึงสัญญาญการเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นเกิดขึ้นบ้างแล้ว

ประการแรก จากการขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของ ‘อุ๊งอิ๊ง’ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และการปรากฎตัวต่อสังคมถี่ขึ้นผ่านการทำงานต่างๆ โดยเฉพาะการผลักดันนโยบาย ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ (Soft Power)
ที่เสมือนปั่นโปรไฟล์ เรียนรู้งาน รอการเข้ามารับไม้เป็นผู้นำคนต่อไป
ประการถัดมา โครงการแจกเงินหนึ่งหมื่นบาท กำลังเป็นบ่วงบาศการเมืองที่พันธนาการตัวนายกฯ เศรษฐา เอาไว้ชนิดที่ยากจะสลัดหลุดได้ รอเพียงคำตอบชัดเจนทางกฎหมายว่าจะออกมาเมื่อใด
ในวันที่กฤษฎีกา สภา หรือศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่าการกู้เงินมาแจกทำไม่ได้ ก็จะเป็นวันชี้ชะตาการเมืองคนชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ที่มิอาจอยู่ในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไปได้อีกเช่นกัน
เอาเป็นว่า ‘มรสุมการแจกเงินหมื่น’ จะเป็นหัวเชื้อทำให้นายกฯ เศรษฐา ตกจากเก้าอี้ผู้นำ โดยสัมพันธ์กับการพ้นโทษของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ โยงกับเงื่อนเวลาในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ว่าด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรีของสภา ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม ปีหน้า

ถึงตอนนั้น เมื่อเงินหมื่นแจกไม่ได้ ความรับผิดชอบของคนที่ขายฝันนโยบายนี้ไว้ แม้จะไม่ได้เป็นคนคิดนโยบายนี้เอง แต่ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ หรือถูกบีบให้ต้องรับผิดชอบ
ส่วนใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน จะเป็นคนที่โหร ‘วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ’ เจ้าสำนักสุขิโต บอกใบ้ไว้หรือคนที่แต่งตัวรออยู่ตอนนี้ เวลาจะเป็นผู้ให้คำตอบ
เพราะถึงตอนนั้น การเลือกนายกรัฐมนตรีต้องว่ากันในสภาผู้แทนราษฎร และเลือกจากคนในบัญชีของพรรคการเมือง ที่มีเสียง สส.ในสภาฯ 25 คนขึ้นไปเท่านั้น
คนนอกไม่มีสิทธิ์!!
แต่สำหรับคนชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ วันนี้แม้จะยังโลดแล่นอยู่บนเวทีโลก และได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นจากเวทีประชุมที่ประเทศจีนก็ตาม
ทว่ามาถึงวันที่คนในแวดวงการเมือง ‘เริ่มนับถอยหลัง’ การอยู่ในตำแหน่งผู้นำให้กับนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 กันแล้ว




