‘อภิสิทธิ์’ เชื่อหากทุกพรรคร่วมมือจะสามารถผลักดัน ‘ทุกร่างแก้ รธน.’ เข้าสภาฯ ได้ก่อนปิดสมัยประชุม

20 มิ.ย. 2569 - 15:29

  • ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ย้ำร่างแก้รัฐธรรมนูญไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล

  • เชื่อหากทุกพรรคให้ความร่วมมือ ทุกฉบับเข้าสภาฯ ได้ทันปิดสมัยประชุม

  • พร้อมคาด ‘ร่างฯ พรรคของประชาธิปัตย์’ จะเสนอเข้าสภาฯ ได้ในสัปดาห์หน้า

‘อภิสิทธิ์’ เชื่อหากทุกพรรคร่วมมือจะสามารถผลักดัน ‘ทุกร่างแก้ รธน.’ เข้าสภาฯ ได้ก่อนปิดสมัยประชุม

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านี้มีความกังวลจากทั้ง สส. และ สว. ที่ต้องการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 250 และกังวลว่าจะถูกตีความว่าขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลฯ ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประธานศาลฯ และคณะได้เข้าพบและอธิบายอย่างชัดเจนว่า คำที่ระบุว่าสภาฯ ไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างได้โดยตรงนั้น หมายถึง “ตัวผู้ร่าง” หรือบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่ยกร่างโดยตรง

ในส่วนของกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ประธานศาลฯ ยืนยันว่าไม่ได้ห้ามหรือปิดกั้นสิทธิในการออกแบบกระบวนการให้ประชาชนเข้าคูหาแสดงความเห็น

อภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้มีการหยั่งเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเห็นว่าเป็นวิธีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างทั่วถึง ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และไม่ใช้ทรัพยากรมากเกินความจำเป็น ทั้งนี้ มองว่าในสัปดาห์หน้ายังมีกฎหมายอีกหลายร่างที่สามารถเสนอต่อสภาฯ ได้

เมื่อถามถึงกรณีการถอนชื่อออกจากบางร่างฯ ออกไปนั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เดิมมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะเมื่อมีการถอนชื่อจากบางร่างฯ ก็ทำให้ สส. หลายคนเกิดความกังวลและยังไม่อยากร่วมลงชื่อ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาขัดต่อกฎหมายหรือไม่”

ขณะนี้ยืนยันได้ว่า การหารือระหว่างคณะกรรมาธิการกับประธานศาลได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนแล้วว่า พวกเราไม่มีใครฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น หากทุกพรรคร่วมมือกัน ก็จะทำให้ทุกร่างฯ สามารถเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ได้ก่อนปิดสมัยประชุม

ส่วน “ร่างฯ ของพรรคประชาธิปัตย์” เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ในภาคปฏิบัติร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ซึ่งเดิมเกือบครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อเกิดประเด็นดังกล่าวขึ้น ทำให้กระบวนการชะงักไป คาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสภาฯ ได้ภายในสัปดาห์หน้า”

ตั้งคำถามรัฐบาล ‘โอนงบฯ น้อย-ล่าช้า’ พร้อมเตือนภาระ ‘หนี้สาธารณะ’ กำลังเข้าใกล้เพดาน ‘หนี้ประเทศ’

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณฯ ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในช่วงปลายเดือนนี้ ว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ปัญหาสำคัญในเวลานี้คือ ฝ่ายค้านยังไม่ได้รับทราบรายละเอียดของร่างกฎหมาย โดยทราบเพียงว่า ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารนี้ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย.นี้

เราเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่คำถามเบื้องต้นคือ เหตุใดรัฐบาลจึงดำเนินการล่าช้า และเหตุใดจึงโอนงบประมาณในวงเงินที่น้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เมื่อเกิดวิกฤต รัฐบาลเคยอ้างความจำเป็นในการกู้เงินเพิ่มเติมถึง 400,000 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการงบประมาณและโครงการต่างๆ แต่การดำเนินการครั้งนี้กลับเป็นไปในลักษณะเสมือนเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ยังมีข่าวปัญหาของหลายโครงการปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่อง

อภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า เดิมฝ่ายค้านเคยประเมินว่า หากรัฐบาลสามารถโอนงบประมาณได้ราว 100,000 ล้านบาท ก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติม แต่ล่าสุดได้รับข้อมูลว่าจะมีการโอนงบประมาณเพียง 10,000 ล้านบาท เท่านั้น

เราติดตามภาพรวมเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณรายกระทรวงและรายโครงการ หากได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้ว จะนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามถึงแนวทางการอภิปรายร่างกฎหมายดังกล่าว อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “จำเป็นต้องรอพิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายก่อน อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจะมี สส.ของพรรคหลายคนร่วมอภิปรายในภาพรวม โดยเฉพาะประเด็น สถานะหนี้สาธารณะของประเทศ

ขณะนี้รัฐบาลกำลังผลัก ภาระหนี้สาธารณะเข้าใกล้กรอบเพดานหนี้ ที่กำหนดไว้มากขึ้น ดังนั้น การขาดดุลงบประมาณจึงจำเป็นต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์