อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้านี้มีความกังวลจากทั้ง สส. และ สว. ที่ต้องการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 250 และกังวลว่าจะถูกตีความว่าขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลฯ ซึ่งเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประธานศาลฯ และคณะได้เข้าพบและอธิบายอย่างชัดเจนว่า คำที่ระบุว่าสภาฯ ไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างได้โดยตรงนั้น หมายถึง “ตัวผู้ร่าง” หรือบุคคลที่จะเข้าไปทำหน้าที่ยกร่างโดยตรง
ในส่วนของกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ประธานศาลฯ ยืนยันว่าไม่ได้ห้ามหรือปิดกั้นสิทธิในการออกแบบกระบวนการให้ประชาชนเข้าคูหาแสดงความเห็น
อภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้มีการหยั่งเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเห็นว่าเป็นวิธีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างทั่วถึง ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และไม่ใช้ทรัพยากรมากเกินความจำเป็น ทั้งนี้ มองว่าในสัปดาห์หน้ายังมีกฎหมายอีกหลายร่างที่สามารถเสนอต่อสภาฯ ได้
เมื่อถามถึงกรณีการถอนชื่อออกจากบางร่างฯ ออกไปนั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เดิมมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะเมื่อมีการถอนชื่อจากบางร่างฯ ก็ทำให้ สส. หลายคนเกิดความกังวลและยังไม่อยากร่วมลงชื่อ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาขัดต่อกฎหมายหรือไม่”
ขณะนี้ยืนยันได้ว่า การหารือระหว่างคณะกรรมาธิการกับประธานศาลได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนแล้วว่า พวกเราไม่มีใครฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น หากทุกพรรคร่วมมือกัน ก็จะทำให้ทุกร่างฯ สามารถเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ได้ก่อนปิดสมัยประชุม
ส่วน “ร่างฯ ของพรรคประชาธิปัตย์” เสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ในภาคปฏิบัติร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ซึ่งเดิมเกือบครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อเกิดประเด็นดังกล่าวขึ้น ทำให้กระบวนการชะงักไป คาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสภาฯ ได้ภายในสัปดาห์หน้า”
ตั้งคำถามรัฐบาล ‘โอนงบฯ น้อย-ล่าช้า’ พร้อมเตือนภาระ ‘หนี้สาธารณะ’ กำลังเข้าใกล้เพดาน ‘หนี้ประเทศ’
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณฯ ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาในช่วงปลายเดือนนี้ ว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ปัญหาสำคัญในเวลานี้คือ ฝ่ายค้านยังไม่ได้รับทราบรายละเอียดของร่างกฎหมาย โดยทราบเพียงว่า ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารนี้ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย.นี้
เราเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วน แต่คำถามเบื้องต้นคือ เหตุใดรัฐบาลจึงดำเนินการล่าช้า และเหตุใดจึงโอนงบประมาณในวงเงินที่น้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เมื่อเกิดวิกฤต รัฐบาลเคยอ้างความจำเป็นในการกู้เงินเพิ่มเติมถึง 400,000 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการงบประมาณและโครงการต่างๆ แต่การดำเนินการครั้งนี้กลับเป็นไปในลักษณะเสมือนเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ยังมีข่าวปัญหาของหลายโครงการปรากฏออกมาอย่างต่อเนื่อง
อภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า เดิมฝ่ายค้านเคยประเมินว่า หากรัฐบาลสามารถโอนงบประมาณได้ราว 100,000 ล้านบาท ก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเติม แต่ล่าสุดได้รับข้อมูลว่าจะมีการโอนงบประมาณเพียง 10,000 ล้านบาท เท่านั้น
เราติดตามภาพรวมเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณรายกระทรวงและรายโครงการ หากได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้ว จะนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
เมื่อถามถึงแนวทางการอภิปรายร่างกฎหมายดังกล่าว อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “จำเป็นต้องรอพิจารณารายละเอียดของร่างกฎหมายก่อน อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นจะมี สส.ของพรรคหลายคนร่วมอภิปรายในภาพรวม โดยเฉพาะประเด็น สถานะหนี้สาธารณะของประเทศ”
ขณะนี้รัฐบาลกำลังผลัก ภาระหนี้สาธารณะเข้าใกล้กรอบเพดานหนี้ ที่กำหนดไว้มากขึ้น ดังนั้น การขาดดุลงบประมาณจึงจำเป็นต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด




