ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารับทราบร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2570 เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
โดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ร่างนโยบายฉบับดังกล่าวไม่ต่างจากฉบับก่อนมีเพียงการสลับและจัดหมวดหมู่เท่านั้น ทั้งนี้บางเป้าหมายที่ตั้งขึ้นบางเป้าหมาย มีตัวชี้วัดว่าปีหน้าต้องสงบภายในปีหน้า อย่างน้อยต้องมีสัญญาณที่ดีขึ้น
แต่สถิติของเหตุการณ์ความรุนแรงที่รวบรวมจากภาคประชาชน หลังปี 2569 ที่น้อยลง เพราะสถานการณ์โควิด แต่หลายปีก่อนหน้านั้นเหตุการณ์เพิ่มขึ้น ผู้เสียชีวิตหลักร้อย ดังนั้นนโยบายที่ทำซ้ำกันมาหลายปี แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น
ก่อนหน้าที่ผมเป็นรัฐบาลได้ใช้วิธีกระบวนการพูดคุยซึ่งทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่ภายหลังปี 2560 ไม่คืบหน้าไม่ไปไหน เพราะการพูดคุยในสากลต้องมีเป้าหมายที่เป็นคำตอบทางการเมืองไม่ใช่กระบวนการประวิงเวลารือเจรจาหาข่าวแต่คงนโยบายปราบปราม ทั้งนี้กระบวนการพูดคุยที่มีหน่วยข่าวกรองนำทีม ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ดีผมมองว่ากางเป้าหมายให้เป็นศูนย์ที่อาจเกิดจากกดทับไม่มีใครต้องการ เพราะสิ่งที่ต้องการคือ การกระจายอำนาจ และการเคารพในอัตลักษณ์
อภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ในร่างนโยบายที่กำหนดว่า การกระจายอำนาจเพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขการแบ่งแยกดินแดน ถ้อยคำที่เปรียบเทียบการเข้าใจกระจายอำนาจต่างกันสิ้นเชิง แม้การพูดคุยวันนี้ คือการถอยไปสู่กิจกรรมร่วมเพื่อสร้างสันติสุขในระยะยาว มีอะไรที่ทำให้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำมา 3 ปี แต่เหตุรุนแรงเพิ่ม จะทำอะไรให้เหตุสงบได้ในปีหน้า หากต้องการคำตอบทางการเมือง จะจริงใจกับการกระจายอำนาจและสร้างความเข้าใจให้คนในและนอกพื้นที่อย่างไร




