ลุยขอคะแนนต่อเนื่อง! ‘อภิสิทธิ์’ บุก ‘หนองแขม’ ช่วย ‘วัชระ-ประชาธิปัตย์’ หาเสียงสู้เลือกตั้ง

1 เม.ย. 2566 - 13:01

  • ‘อภิสิทธิ์’ ลุยย่าน ‘หนองแขม’ ขอคะแนนให้ ‘ประชาธิปัตย์’ ช่วย ‘วัชระ’ โกยแต้ม

  • ยกเป็นปากเสียงเรียกร้องความเป็นธรรมชาวบ้านมาตลอด

  • รับ ‘บัตรสองใบ’ ทำเสียเปรียบได้ที่นั่ง ส.ส.ต่ำกว่าคะแนนจริง

  • เผยยังตอบไม่ได้พรรคฯ จะ ‘คัมแบ็ก’ หรือไม่ เชื่อชาวกรุงฯ ยังผูกพัน-เห็นคุณค่า

Abhisit_helps_Watchara_and_the_Democrat_Party_campaign_election_SPACEBAR_Thumbnail_3116833ef1.jpeg
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ ณ ศูนย์การค้าหนองแขม เพื่อช่วย วัชระ เพชรทอง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตที่ 29 หนองแขม บางแค ภาษีเจริญ พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงเลือกตั้ง โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างคึกคัก บางส่วนได้มาขอถ่ายรูปกับ อภิสิทธิ์ พร้อมระบุว่า เป็นแฟนคลับมานาน และดีใจที่ได้เจอกับอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์    

อภิสิทธิ์ ระบุว่า กลยุทธ์ในการหาเสียงพื้นที่นี้ จุดขายคือ วัชระ ซึ่งมีความเสมอต้นเสมอปลายในการลงพื้นที่ และยังเป็นปากเสียงในการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชาวบ้าน ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของ ส.ส. ขณะที่ วัชระ ทำงานตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็พร้อมตรวจสอบ และต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ยอมรับว่า ทุกเขตมีทั้งความนิยมของพรรคและตัวผู้สมัครแตกต่างกันไป แต่ละเขตผู้สมัครมีจุดแข็งของตัวเอง โดยเฉพาะ วัชระ ที่สังคมรับทราบถึงบทบาทในการทำหน้าที่ผู้แทน มีปากเสียงให้กับประชาชนอยู่แล้ว  

ส่วนการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ใน กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 7 เมษายนนั้น อภิสิทธิ์ ระบุว่า ติดภารกิจที่ต่างจังหวัด จึงไม่ได้ขึ้นปราศรัยด้วย แต่ยังมีอีกหลายเวทีซึ่งพร้อมมาช่วยปราศรัย ขึ้นอยู่กับพรรคฯ จะประสานมา รวมถึงการปราศรัยใหญ่เวทีต่างจังหวัด โดยวันอังคารที่ 4 เมษายนนี้ จะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครที่จังหวัดกระบี่ ส่วนวันที่ 3 เมษายน ที่เป็นวันเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จะไม่ไปที่สนามไทยญี่ปุ่นดินแดง ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัคร เขต กทม. แต่จะไปขึ้นรถแห่หาเสียงช่วย ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง หรือ เอิร์ธ ที่เขตคลองเตย ในช่วงบ่าย  

อภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงความแตกต่างของการเลือกตั้งปี 2562 กับปี 2566 ว่าระบบเปลี่ยนไป จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ ทั้งนี้ หลายคนคุ้นเคยระบบนี้มาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งการเลือกตั้งที่ใช้บัตรสองใบ จะมีผลกระทบกับทุกพรรคการเมือง บางพรรคอาจได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนจำนวน ส.ส.เขต ที่ได้รับเลือกตั้ง จะได้ต่ำกว่าคะแนนที่ได้รับ พร้อมยกตัวอย่าง เช่น ถ้าได้คะแนน 20% ที่นั่ง ส.ส.จะไม่ถึง 20% ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้บัตรสองใบ พรรคอาจเสียเปรียบนิดหน่อย เพราะถ้าเป็นระบบบัตรใบเดียว หากได้ 20% ก็จะได้ที่นั่ง 20% เท่ากัน แต่การเลือกตั้งบัตรสองใบ ทำให้ประชาชนมีทางเลือก ว่าจะเลือก ส.ส.เขตกับพรรค ซึ่งอาจมีบางพื้นที่ ส.ส.เขต อาจทำได้ดีกว่าพรรค 

ส่วนความมั่นใจที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะคัมแบ็กในพื้นที่ กทม. หรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ ยืนยันว่า ผู้บริหารพรรคฯ ตั้งเป้าไว้แบบนั้น เรามีหน้าที่ทำให้ดีที่สุด ส่วนกระแสตอบรับจากการลงพื้นที่และจัดเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ใต้สะพานพระราม 8 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พบว่า ชาวกรุงเทพฯจำนวนไม่น้อย ยังมีความผูกพันและเห็นคุณค่าของพรรคประชาธิปัตย์ ในระบบการเมือง รวมถึงหลายพื้นที่ มีบุคลากรที่เคยทำงาน ประชาชนก็ยังผูกพันอยู่จำนวนหนึ่ง  

“ถ้าถามว่า จะต้องชนะหรือไม่ ไม่แน่ ต้องทำงานกันหนักต่อเนื่องจนถึงวันเลือกตั้ง” อภิสิทธิ์ ระบุ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์