ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (20 ตุลาคม 2568) เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ จะเข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม ณ ที่ทำการพรรค ปชป. ซึ่งถือเป็นการเข้าพรรคครั้งแรกของนายอภิสิทธิ์ หลังจากได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค และในเบื้องต้นจะมีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรค
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ในส่วนของตนเองที่ได้รับตำแหน่งโฆษกพรรค ก็ต้องบอกว่า ตั้งแต่เด็กๆ ก็อยู่กับพรรคมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่คุณพ่อ (พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง) เป็นรองผู้ว่าฯ กทม.และเป็นผู้ใต้บัญชานายอภิสิทธิ์ ในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในสมัยที่เป็นนายกฯ ด้วย
“ผมก็วิ่งเข้าออกพรรคประชาธิปัตย์ และมีความฝันอยากจะเป็นนักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด โดยสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่ปี 2561 แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา คิดว่าพรรคฯ อาจจะไม่ได้เป็นสถาบันทางการเมืองเหมือนเดิม จึงเลือกที่จะเดินถอยออกมา และเลือกกลับมาอีกครั้งเพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่ผมอยากจะอยู่”
โฆษก ปชป. กล่าวต่อว่า ครั้งนี้คงไม่เหมือนกับในสมัยที่ตนเติบโตมาตั้งแต่จำความได้ เพราะศรัทธาต่างๆ ต่อประชาธิปัตย์ค่อนข้างได้รับความนิยมลดน้อยลง ซึ่งภารกิจครั้งนี้ของพรรค คือการฟื้นฟูศรัทธา ส่วนตัวเชื่อเสมอว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่สำคัญของประเทศไทยได้ ระบบพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ เป็นสถาบันทางการเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ชัดที่สุด ที่ผ่านการทดสอบทางประชาธิปไตยมายาวนานที่สุด
ดังนั้นถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันในระบบพรรคการเมืองได้ ก็จะทำให้ประเทศพัฒนาได้ ดังนั้นภารกิจในการฟื้นฟูศรัทธาต่อพรรค คือ 3 เสาหลักที่เราได้ทำมาโดยตลอดคือ 1.เชื่อในระบบประชาธิปไตยเสรีนิยมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 2.ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง และ3.การรักษาสัจจะวาจาของนักการเมือง ดังคำที่อยู่ในโลโก้พรรคประชาธิปัตย์
“3 สิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับผมที่มีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคทุกคน และหัวหน้าพรรค ให้เป็นโฆษกพรรค ซึ่งภารกิจของผมค่อนข้างสำคัญ เพราะหน้าที่ของหัวหน้าพรรคคือพลหลักในการหนดทิศทาง ฟื้นฟูศรัทธาของพรรค แต่โฆษกพรรคมีหน้าที่สำคัญคือการสื่อสารทิศทางและฟื้นฟูศรัทธาของพรรค
ดังนั้นผมก็ต้องทำหน้าที่สื่อสารในข้อเท็จจริง รับฟังพี่น้องประชาชนรวมถึงทุกๆ คนด้วยความเคารพ และต้องทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ สิ่งที่สำคัญที่สุดผมรู้ดีว่าคำพูดที่ดีเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถฟื้นศรัทธาได้ เราต้องทำพรรคการเมืองให้มีหลักการณ์ ยึดมั่นอุดมการณ์ และรักษาสัจจะของนักการเมือง นั่นคือสิ่งที่พรรคฯต้องฟื้นฟูในวันนี้ รวมถึงการที่เราจะเปิดนโยบายต่างๆที่สำคัญด้วย” ร.ต.อ.พงศกร กล่าว
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวด้วยว่า ครั้งนี้เราค่อนข้างมั่นใจในคณะทำงานใหม่ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจที่จะมีการเปิดตัว ซึ่งก็ได้เห็นกันไปแล้ว 3 คนคือนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลี่ยวไพโรจน์ และนายวีรพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคฯ รวมถึงรองหัวหน้าพรรคคนอื่นๆ ก็มีความสามารถเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว
ดังนั้นวันนี้เราคงไม่ได้ยึดแค่ความซื่อสัตย์ เรายึดมั่นอุดมการณ์ในการรักษาสัจจะของนักการเมืองซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐาน แต่เราต้องมีนโยบายต่างๆ ในการที่จะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องสื่อสารในเรื่องเหล่านี้ให้กับประชาชนเข้าใจได้ด้วย
เมื่อถามว่า ในการทำหน้าที่โฆษกพรรคจะต้องมีการปรับปรุงอะไรหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาโฆษกพรรคการเมืองต้องทันคนอื่นในการตอบโต้ ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ตนเองมีประสบการณ์จากการเป็นโฆษก กทม.อยู่แล้ว ซึ่งไม่ค่อยจะตอบโต้ แต่จะสื่อสารด้วยข้อเท็จจริงอย่างเดียว ไม่ใช่การเยาะเย้ย หรือเอาชนะ เพราะสุดท้ายแล้วกาลเวลาก็จะพิสูจน์ความจริงเสมอ
“ดังนั้นการสื่อสารของผมก็คงเป็นการบอกให้เขารู้ข้อเท็จจริง ในบางครั้งเขาอาจจะตอบโต้ในสิ่งที่ไม่ควรทำ ซึ่งไม่ใช่การเมืองที่ผมอยากเห็น ผมจึงจะตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงและพยามอธิบายจนกว่าเขาจะเปิดใจคงไม่ได้มีความจิกกัดเก่งขนาดนั้น แต่จะพยายามใช้ข้อเท็จจริงดีกว่า” ร.ต.อ.พงศกร กล่าว
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวต่อ ส่วนทีมโฆษก ที่จะต้องมีการตั้งรองโฆษกนั้น ก็ต้องปรึกษาหัวหน้าพรรคฯก่อนว่าจะแต่งตั้งใครเป็นรองโฆษกบ้าง และจะมีการเปิดตัวต่อไป




