ติง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ถ้าของแพงขึ้นเรื่อยๆ รัฐจะทำอย่างไร

2 มิ.ย. 2569 - 11:11

  • ’อภิสิทธิ์‘ ฟิตแต่เช้า! ลุยตลาดดินแดงหาเสียงช่วย‘อนุชา-ผู้สมัคร สก.‘

  • ติง ’ไทยช่วยไทยพลัส‘ ถ้าของยังแพงแบบนี้ หลังพ้น4เดือนจะทำอย่างไร

  • ข้องใจโครงการ Thailand AI คุ้มค่าหรือไม่

ติง ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ถ้าของแพงขึ้นเรื่อยๆ รัฐจะทำอย่างไร

‘อนุชา บูรพชัยศรี’ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อม ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค ลงพื้นที่หาเสียงย่านดินแดง พบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างคึกคัก พร้อมขอคะแนนเลือกเบอร์ 5 และผู้สมัคร ส.ก. เขตดินแดง เบอร์ 4 

ภายหลังลงพื้นที่ 'อภิสิทธิ์' กล่าวว่า การหาเสียงของอนุชา ไม่ได้มีเพียงการขอคะแนน แต่ยังลงไปดูปัญหาที่รอการแก้ไขของ กทม. ทั้งเรื่องกัญชาที่มองว่าไม่ควรปล่อยให้แพร่หลายเกินควบคุม ปัญหาขยะที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ การแยกขยะ และผลักดันระบบกำจัดมูลฝอยแบบปิด รวมถึงปัญหาน้ำท่วมฉับพลันใน กทม. ชั้นใน ซึ่งอาจต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เช่น อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ 

อภิสิทธิ์ ระบุว่า พรรคจะทยอยนำเสนอนโยบายเหล่านี้ในช่วง 2–3 สัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียง พร้อมย้ำว่าประชาธิปัตย์มีความชัดเจนในการแก้ปัญหาเมือง และยืนยันว่าจะมีเวทีปราศรัยใหญ่ใน กทม. แต่ขอรอรายละเอียดอีกครั้ง 

เมื่อถามถึงสถานการณ์การสร้างรายได้ และราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้จะกลับมารุนแรงขึ้น ที่เป็นผลมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังรุนแรงอยู่ อภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นตัวที่เราสะท้อนมาตลอด เรื่องน้ำมันหรือค่าพลังงาน ถ้าไม่จัดการที่ต้นเหตุ จะเป็นปัญหายืดเยื้อ จริงอยู่ที่ขณะนี้เข้าสู่วันที่2 ของการเปิดให้ใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่ต้องนึกภาพว่าถ้าของแพงอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แล้ว 4 เดือนผ่านไป จะเกิดอะไรขึ้น กับเงินที่ต้องกู้มาทำเรื่องถึงกว่าแสนล้านบาท 

ยังยืนยันอยู่ว่าปัจจุบัน ยังไม่ได้เอาจริงเอาจังเพียงพอกับเรื่องค่าการกลั่น หลังจากเราทักท้วงไป ก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากกระทรวงพลังงาน รวมถึงภาษีสรรพสามิตร เรายืนยันว่าเป็นเครื่องมือที่ง่ายที่สุดในการที่รัฐบาลจะช่วยลดต้นทุนให้กับทุกคน  

“ผมเสียดายที่หากทำมาก่อนหน้านี้ ต้นทุนสำหรับทุกคนในประเทศจะไม่สูงเท่านี้ สัปดาห์นี้ในการประชุมสภาฯจะมีการอภิปรายเรื่องพ.ร.ก.การติดตามตรวจสอบ ก็จะหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาอภิปราย”

อภิสิทธิ์ กล่าว 

เมื่อถามถึงโครงการ Thailand AI Passport วงเงิน 1.6 พันล้านบาท นอกจากกลไกลการตรวจสอบในกมธ.ของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว จะใช้กลไกอื่นในการตรวจสอบด้วยหรือไม่ อภิสิทธิ์ กล่าวว่า สังคมได้ร้บรู้อย่างกว้างขวางแล้ว ก็พยายามเรียกร้องรัฐบาลว่า โครงการในลักษณะนี้ 1,600 ล้านบาท มันคุ้มค่าจริงหรือไม่ ลักษณะของโครงการที่อ้างเรื่องเทคโนโลยีมาทำโครงการ และมีปัญหาในทำนองเดียวกันกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ แล้วทำให้คิดว่าที่รัฐบาลต้องกู้เงิน ไม่สามารถโอนเงินงบประมาณมาได้ เราเห็นโครงการแบบนี้เยอะแยะไปหมด ทำไมไม่ไปจัดการกับโครงการเหล่านี้ก่อน แล้วเงินเหล่านั้นเอามาช่วยเหลือประชาชน จะได้ไม่ต้องกู้เงินให้เป็นภาระลูกหลาน  

ด้าน ‘อนุชา’ กล่าวว่า เรื่องการสร้างรายได้ ตนมีโอกาสได้พบปะพี่น้องประชาชน ซึ่งประชาชนจำว่าประชาธิปัตย์เบอร์ 5 และจำนโยบายเราได้ 5 เรื่องเป็นสิ่งที่ตรงใจ เดินทางสะดวก บ้านเรือนสะอาด ใช้ชีวิตสบาย รายได้ดีขึ้น ตรวจสอบได้ทุกเรื่อง เป็นสิ่งที่หลายคนบอกว่าเอา 5 เรื่องนี้ ไม่ต้องไปพูดเรื่องอื่น เพราะปัญหามีอยู่แล้ว และมีข้าราชการประจำสามารถดำเนินการได้ เหลือเพียงแต่เรากำกับดูแลและยังมีอีกหลายเรื่องที่สามารถเป็นได้มากกว่านี้กรุงเทพฯเป็นได้มากกว่านี้อย่างแน่นอนหลังจากพบปะพี่น้องประชาชน 

“เราในฐานะพรรคประชาธิปัตย์และคุณอภิสิทธิ์จะมีการยื่นญัตติในสภาผู้แทนในหลายเรื่องเสนอให้มีการแก้ไขผ่านกระทู้สดในสภาฯหรือแม้กระทั่งการหารือที่มีการประชุมสภาฯ ไม่ได้สะท้อนปัญหาในกทม.อย่างเดียว พูดถึงโครงสร้างทั้งหมดทั้งประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจความมั่นคงยั่งยืนให้ไทยก้าวไปสู่ประเทศที่มีขีดความสามารถแข่งขันมากขึ้น”

อนุชา กล่าว  

 เมื่อถามว่าเขตดินแดงมีอะไรแก้ไขปัญหาได้บ้าง อนุชา กล่าวว่า ทำให้มีชีวิตที่สบายเดินทางได้สะดวกและความสะอาดและเรื่องของรายได้ พี่น้องประชาชนที่ต้องการที่จะให้เข้ามาดูแล จึงขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องประชาชนคนกทม. ทุกคนเลือกส.ก. ทั้ง 50 เขตและผู้ว่าฯกทม. จากพรรคประชาธิปัตย์ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์