อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรค และ พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค เข้าพบสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับทิศทางของอุตสาหกรรมไทย โดยชี้ให้เห็นว่า กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวจริงคือภาคเอกชน และบทบาทของภาครัฐคือการสร้างกติกาสภาพแวดล้อมที่จะเอื้อให้ทางภาคเอกชนทำงานได้ดีที่สุด โดยตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และแนวโน้มใหม่ ๆรวมถึงปัญหาภายในประเทศที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเมือง จำเป็นจะต้องหาแนวทางใหม่เพื่อจะทำให้เศรษฐกิจไทยหลุดพ้นจากกับดักหรือหล่มที่เผชิญอยู่
อภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังการหารือว่า “เรื่องความร่วมมือต่าง ๆ เป็นสิ่งที่จะต้องทำกันต่อไป โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไปจนถึงการรณรงค์เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต ซึ่งทางพรรคฯ อยากให้ภาคเอกชนรณรงค์ตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สุจริต เพื่อปิดทางไม่ให้เกิดการครอบงำทางการเมืองจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทั้งยังเป็นตัวที่สร้างปัญหาเรื้อรังต่อเนื่องต่อไป”
การเดินทางมาแลกเปลี่ยนความเห็นกับภาคเอกชนมากขึ้น หากมีการทำก่อนการเลือกตั้งจะทำให้ได้รับทราบความห่วงใยที่ส่งสัญญาณมาเล็ก ๆ ว่าเราจะแข่งขันกันเรื่องประชานิยมแบบเดิมหรือไม่ เพราะนั่นก็กลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นหากพรรคการเมืองอื่น ๆ จะได้มาแลกเปลี่ยนกับองค์กรของเอกชนมากขึ้น ตนก็หวังว่าการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้พรรคการเมืองมองภาพที่ยาวขึ้น และจะมองภาพที่จะเป็นคำตอบที่ยั่งยืนมากขึ้น เพราะว่าการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมามักไปจบลงที่การแข่งขันเชิงประชานิยม หรือเรื่องของการใช้อารมณ์เกี่ยวกับการแบ่งขั้ว ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจมาโดยตลอด
— อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ




