อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงประเด็นช่วงโค้งสุดท้ายที่มีการปราศรัยพุ่งเป้าโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ สะท้อนถึงกระแสนิยมของประชาธิปัตย์ หรือแสดงถึงความหวั่นไหวของพรรคที่พุ่งเป้าพื้นที่ภาคใต้เช่นเดียวกันหรือไม่นั้น
อภิสิทธิ์ ระบุว่า “ผมไม่แปลกใจ ทั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่โจมตีพรรคประชาธิปัตย์มาตลอดในเรื่อง สส. ในอดีต แต่ไม่เป็นไร เพราะเป็นสิทธิที่ทำได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้สื่อสารกับชาวใต้มาชัดเจน และเข้าใจดีว่าเป็นอย่างไร”
เมื่อถามว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีการสู้กันอย่างดุเดือดทั้ง 3 พรรค ทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ทุกอย่างอยู่ในเกม ไม่มีปัญหา ขออย่าใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง ทั้งการใส่ร้ายและซื้อเสียง ก็ให้แข่งขันกันไป”
เมื่อถามว่าขณะนี้มีรายงานว่าบางพรรคจ่ายเงินซื้อเสียง พรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานเรื่องนี้หรือไม่ อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “พรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานเช่นกัน แต่อยากเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานให้มากขึ้นกว่านี้ ขณะที่พบปะกับผู้คนก็มีการพูดกันเรื่องนี้ กลับกลายเป็นว่ากกต.ค่อนข้างเงียบ ไม่สามารถดำเนินการอะไรที่ชัดเจนได้”
พร้อมฝากถึงประชาชนก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ว่า ครั้งนี้ผมมองว่าไม่ใช่แค่การเลือกตั้งอีกครั้ง เพราะประเทศเดินมาถึงจุดที่เป็นภาวะอันตราย หลายเรื่องมาก โดยเฉพาะปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เศรษฐกิจไม่สามารถแข่งขันได้ ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้งปลุกเร้าการเมือง 2 ขั้ว ทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่น และต่างประเทศวิเคราะห์ว่าเราจะมีปัญหามากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ประชาชนจะเปลี่ยนทิศทางตรงนี้ แต่เปลี่ยนในลักษณะที่ไม่มีการรื้อ ทำลาย หรือขัดแย้งกัน
พรรคประชาธิปัตย์เสนอเป็นทางรอดที่ปลอดภัยจากการโกง ปลอดภัยจากความจน ปลอดภัยจากความเหลื่อมล้ำ ปลอดภัยจากความขัดแย้ง และปลอดภัยจากภาวะภูมิลักษณะของโลกที่เข้ามากระทบกับไทย
อภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ล่าสุดฝ่ายกัมพูชายิงปืน ค.40 มม. ข้ามมาตกยังฝั่งไทย ว่า “ฟังจากกองทัพ เข้าใจว่ากองทัพเข้าใจเงื่อนไข และพร้อมรับมือ” ส่วนการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จะยังมีอยู่ใช่หรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ ยอมรับว่า “คาดการณ์กัมพูชาไม่ได้ แต่กองทัพมีความพร้อมรับมือ”
ส่วนประเด็นที่โซเชียลฯ ขุดโพสต์ของอภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2557 ที่ระบุว่า “จะไม่ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557” โดยระบุ “เป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ” ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งดังกล่าว “เป็นโมฆะ” นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “การเลือกตั้งครั้งดังกล่าวเป็นโมฆะแล้ว ทั้งนี้ ผมมองว่าเป็นธรรมดา ที่มีมากกว่านี้ซึ่งไม่เป็นความจริง รวมถึงมีการคาดการณ์ว่าผมไปตกลงอะไรกับใคร ซึ่งไม่มี อยากจะขอร้องอย่าใส่ร้ายกัน ให้หาเสียงแข่งขันกันไป”
ส่วนกังวลหรือไม่ที่จะทำให้ประชาชนสับสนในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เราคิดว่าเราชัดเจน ประชาชนน่าจะเข้าใจ แต่เราห้ามคนไม่ได้ที่จะนำเสนอเพื่อสร้างความสับสน”
สำหรับประเด็นที่บางพรรคระบุว่า “อภิสิทธิ์ มีดีแค่หล่อดีกับพูดดี” นั้น อภิสิทธิ์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “อย่างน้อยก็มีดี 2 เรื่อง จริงๆ ถ้าได้ไปฟังการปราศรัย จะรู้สาระในแต่ละเวที ชัดเจนว่าเราเสนอสิ่งที่เป็นเนื้อหาสำคัญๆ และพูดถึงทิศทางของประเทศ รวมถึงหลายประเด็นที่พรรคอื่นแทบไม่พูดถึงเลย คือนโยบายด้านการต่างประเทศ ฉะนั้น ผมจึงคิดว่าประชาชนเห็นแล้ว”
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์จะจัดการปราศรัยปิดท้ายในช่วงเย็นวันนี้ (6 ก.พ.) จะมีอะไรเป็นพิเศษหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ ยืนยันว่า “มี แต่ขอให้ทุกคนรอฟังการปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็นวันนี้ที่วัน แบงค็อก (One Bangkok)”




