อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลว่า “ไม่ได้รับการทาบทามเข้าร่วมรัฐบาล และคิดว่ารัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ชัดเจนว่าเสียงที่มีอยู่ก็เพียงพอ และผมก็เคยพูดเรื่องนี้ไปแล้ว”
อภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า “พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ ซึ่งวันนี้เราก็เดิน ทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เรายืนยันว่าวันนี้เศรษฐกิจและสังคมเดินยาก ถ้าเราไม่จริงจังกับปัญหาสแกมเมอร์ทุนเทา รวมถึงข้อมูลที่ให้ไป และคำเตือนที่เคยให้ไว้ว่าจะมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ว่าด้วยเหตุที่ ปปง. ก.ล.ต. ไม่ได้ดำเนินการ ความเสียหายก็ได้เกิดขึ้นแล้วในแง่การขายหุ้น เราอยากได้คำตอบว่าเรื่องนี้ใครจะรับผิดชอบ และจะแก้ไขปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร รวมถึงทำให้สังคมสงสัยว่าอะไรคืออุปสรรคที่ 2 หน่วยงาน จะใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา รวดเร็ว เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน”
ขอย้ำว่า ยังติดตาม รวมถึงสังเกตดูด้วยว่าเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาแล้ว ประชาชนจะมั่นใจได้มากน้อยแค่ไหนว่าไม่มีอุปสรรคต่อการทำงานเรื่องนี้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องสถานการณ์โลก ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องพลังงาน อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนมากกว่านี้ เรื่องแผนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ก๊าซ และการผลิตไฟฟ้า ซึ่งภายใน 1-2 วันนี้ จะมีข้อเสนอติดตามนโยบายที่เราเคยใช้หาเสียง ว่าการผลิตไฟฟ้าต้องพึ่งพาก๊าซลดลง มิเช่นนั้น หากสถานการณ์โลก ราคาก๊าซสูงขึ้น ประชาชนต้องแบกรับ และโครงสร้างยังไม่ได้ปรับ กลายเป็นว่าภาคเอกชนจะไม่ได้เดือดร้อน แต่มีกำไรเพิ่มขึ้น
เมื่อถามถึงการทำงานในฐานะฝ่ายค้านร่วมกับ “พรรคกล้าธรรม” และ “พรรคประชาชน” จะมีปัญหาหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่คิดว่าจะมีปัญหา เพราะการเป็นฝ่ายค้าน ไม่เหมือนกับการเป็นฝ่ายบริหาร แต่ละพรรคสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ ไม่น่ามีปัญหา”
ส่วนกรณีที่จะมีการสัมมนา สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค.นี้นั้น อภิสิทธิ์ ชี้แจงว่าจะมีการเปิดประชุมสภาฯ ในวันที่ 15 มี.ค.นี้ จึงต้องเตรียมความพร้อมในการประชุม สส. โดยมีการปฐมนิเทศ และสัมมนาเล็ก ๆ เพื่อให้ สส. ทั้งแบบเขต และแบบบัญชีรายชื่อได้พูดคุยกัน รวมถึงทิศทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย
เมื่อถามถึงแนวทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาฯ จะเห็นด้วย, ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงนั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “จะรอฟังว่าขณะนี้แต่ละพรรคมีท่าทีอย่างไร ซึ่งผมได้บอกโจทย์นี้กับ สส. ของพรรคแล้ว”
ส่วนเมื่อถามถึงมุมมองต่อกรณีข่าวที่อาจมีการเสนอชื่อ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “เป็นสิทธิ์ของฝ่ายรัฐบาล ที่ปกติจะเสนอชื่อคนในพรรคแกนนำอยู่แล้ว และโสภณ ก็ต้องถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์พอสมควร”
‘สส.ตรัง’ พร้อมเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ‘คดีเลี่ยงภาษี’ ย้ำให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ออกหมายเรียก กฤตย์อิชย์ ภาคอิชณน์ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ “รับทราบข้อกล่าวหาคดีเลี่ยงภาษี 7,400,000 ล้านบาท” ว่า เรื่องดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะเรียกเข้าไปในวันที่ 16 มีนาคมนี้ ซึ่งกฤตย์อิชย์ ได้ยืนยันกับผมว่า จะให้ความร่วมมือ ซึ่งก็ให้ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เพราะผมทราบคร่าว ๆ ว่า เป็นเรื่องธุรกิจในครอบครัว ที่เหตุเกิดขึ้นราว 10 ปีแล้ว
แต่ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และได้กำชับให้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย
เมื่อถามว่าจะมีผลต่อพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผมยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เมื่อมีหมายเรียก เจ้าตัวจะได้ไปรับทราบ และเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้น จะได้ทราบรายละเอียด
ส่วนกรณีที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาชี้แจงเป็น “คดีแพ่ง” แต่ตำรวจยืนยันเป็น “คดีอาญา” นั้น อภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า มีทั้งส่วนที่เป็นภาษี และน่าจะมีส่วนที่เป็นอาญาด้วย แต่ทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย และกฤตย์อิชณน์ พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่ากังวลจะถึงขั้นมีการขยายผลจนต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น แต่ขอให้ทราบข้อเท็จจริงก่อน และให้เป็นไปตามกระบวนการ และผมก็ไม่ทราบว่า เรื่องดังกล่าวถูกโยงเป็นเรื่องการเมืองด้วยหรือไม่”




