‘อภิสิทธิ์’ มองยกเลิก ‘MOU43-44’ หวั่น ‘กัมพูชา’ รู้ข้อมูลไทย เผยมี สส. บางส่วนขอไม่ไปต่อกับ ปชป.

20 ต.ค. 2568 - 13:18

  • ‘อภิสิทธิ์’ รับมี ‘สส.’ บางส่วนแจ้งไม่ไปต่อกับ ‘ปชป.’ ยันเข้าใจดีเป็นสุภาพบุรุษพอ ไม่ถือเป็นอุปสรรค มั่นใจเดินหน้าฟื้นพรรค

  • ชี้ยกเลิก ‘MOU43-44’ หวั่น ‘กัมพูชา’ รู้ข้อมูลของไทย ย้ำต้องให้ ‘ปชช.’ รู้ว่าหากยกเลิกแล้วจะมีอะไรทดแทน บอกเคยแนะ ‘อนุทิน’ ทำการทูตเชิงรุกมากขึ้น เปิดทางกองทัพทำงานง่าย

‘อภิสิทธิ์’ มองยกเลิก ‘MOU43-44’ หวั่น ‘กัมพูชา’ รู้ข้อมูลไทย เผยมี สส. บางส่วนขอไม่ไปต่อกับ ปชป.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ว่า วันนี้ (20 ต.ค.) เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ที่ได้รับเลือกเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเราต้องรอการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนทํางานอย่างเป็นทางการ 

สําหรับประเด็นหลักที่ได้พูดคุยกันในที่ประชุมวันนี้ อภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า มีการหารือกันเรื่องนโยบายพรรค การเตรียมตัวผู้สมัครสำหรับการเลือกตั้ง และทิศทางของพรรคต่อจากนี้ 

โดย อภิสิทธิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในเรื่องการเตรียมตัวผู้สมัคร ขณะนี้มีความไม่แน่นอนทางการเมือง และต้องทํางานแข่งขันกับเวลา แต่พรรคประชาธิปัตย์จะเคร่งครัดเรื่องการทําตามกฎระเบียบและกฎหมาย ซึ่งที่ประชุมได้พูดคุยกันแล้วว่าคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครจะต้องประชุมเลือกประธาน รวมถึงทํางานกับรองหัวหน้าพรรค แต่ละภาค และบรรดาสาขาตัวแทนจังหวัดของพรรคทันที

พร้อมเปิดเผยว่า ตัวเองใช้เวลาในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พูดคุยกับบุคลากรของพรรคเยอะ มี สส.หลายท่านที่ให้การสนับสนุนผมเมื่อวันเสาร์ ได้พูดกับผมมาก่อนวันเสาร์แล้วว่าท่านอาจไม่ได้ร่วมงานกับผมต่อ ซึ่งผมก็เข้าใจข้อเท็จจริงทางการเมือง แต่เราต้องพยายามให้ดีที่สุด เพราะเมื่อเรามาตั้งต้นกันใหม่วันนี้ ก็พยายามพูดคุย เพราะอยากจะรักษาบุคลากรทางการเมืองของเราทุกคน 

“ ธรรมชาติของการเมือง เมื่อมีการไปพูดคุยเจรจาอะไรกัน ผมเข้าใจได้ เพราะผมก็ทํางานการเมืองแบบสุภาพบุรุษ เข้าใจดีว่าบางทีใครไปตกลงอะไรไว้ เราเห็นใจ เข้าใจเขา แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรค เราคิดเพียงอย่างเดียวว่าเราจะนําเสนอทางเลือกดีที่สุด ให้กับประชาชน ทั้งนโยบายและบุคลากร ท่ามกลางข้อจํากัดด้านเวลา”

อภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนมี สส. ที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปมากน้อยแค่ไหน อภิสิทธิ์ ไม่ตอบเพียงแต่หัวเราะ ก่อนตอบว่า คงไปไม่หมด ที่ผ่านมาผมพยายามพูดคุยกับทุกคนตลอด แต่เนื่องจากผมไม่ได้อยู่ในการเมืองมาระยะหนึ่งแล้ว คงไม่ทราบข้อมูลทั้งหมด เพียงแต่บอกถึงความตั้งใจ และอยากให้เข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามกลับเข้ามาทำมันคืออะไร หากคิดว่าเป็นสิ่งที่เขาอยากจะสนับสนุน ผมก็กล่าวเชิญชวนเขาอยู่ต่อ แต่หลายคนขอใช้คำว่า มีการพูดคุยมันลึกไปแล้วอยู่หลายคน เราก็ต้องยอมรับว่ามันเกิดสิ่งนั้นก่อนที่จะมีการประชุมพรรคในวันเสาร์ที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า การกลับมาครั้งนี้ ถือเป็นการให้ความหวังหรือเป็นตัวเลือกใหม่กับประชาชนได้หรือไม่ อภิสิทธิ์ ระบุว่า เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวรู้สึกเสียดายว่า ในช่วงหลัง นักการเมืองเหมือนอยู่กันคนละโลกกับประชาชน เพราะข่าวการเมืองที่เราเห็นทุกวันนี้ ดูแล้วไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับประชาชน ผมจึงต้องการทําให้การเมืองเป็นเรื่องการแก้ปัญหาให้ประชาชนจริงๆ และอยากขอความร่วมมือสื่อมวลชนว่าเราให้มาคุยกันเรื่องที่เป็นปัญหาของประชาชนซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตเขาจริงๆ นี่คือหน้าที่ของพรรคการเมือง ไม่ใช่เรื่องการมาเล่นเกมต่อรองหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมากรรมการบริหารชุดเก่ามีการข้ามขั้วไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ทิศทางพรรคประชาธิปัตย์ครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร อภิสิทธิ์ ระบุว่า ดูท่าที จุดยืน การกระทำของแต่ละพรรคก่อน แต่ทั้งหมด ผมว่าทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ผมยึดถืออุดมการณ์และสัจจะเป็นสำคัญ

🔴 ชี้ยกเลิก ‘MOU43-44’ หวั่น ‘กัมพูชา’ รู้ข้อมูลของไทย ย้ำต้องให้ ‘ปชช.’ รู้ว่าหากยกเลิกแล้วจะมีอะไรทดแทน บอกเคยแนะ ‘อนุทิน’ ทำการทูตเชิงรุกมากขึ้น เปิดทางกองทัพทำงานง่าย 

นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ ยังตอบคำถามสื่อถึงท่าทีของพรรคต่อปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้กองทัพยังคงปฎิบัติภารกิจได้ดี และได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ดังนั้น การเมืองก็ควรจะให้การสนับสนุนในการปฎิบัติภารกิจของกองทัพ แต่ปัญหาชายแดนหรือปัญหาความมั่นคง จะแก้โดยกองทัพไม่ได้ คือจะต้องแก้ควบคู่ไปกับทางการทูต นโยบายการต่างประเทศและการสร้างความเข้าใจที่ดี แต่สิ่งที่เรากังวลเล็กน้อยคือทิศทางของรัฐบาลขณะนี้ มันจะขาดความชัดเจน เนื่องจากเอาเรื่องของข้อตกลง หรือ เอ็มโอยู ไปผูกกับการจัดทำประชามติ ซึ่งเราอยากเห็นการทำงานในเชิงรุก

“หลายท่านคงจำได้ มีภาพของผมไปร่วมรับประทานอาหารกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ซึ่งคิดว่าท่านคงไม่ว่าอะไร สามารถเล่าได้ว่า ในวันนั้นผมได้ฝากไว้ว่า จะต้องระมัดระวัง เพราะกัมพูชาใช้ทุกเวทีระหว่างประเทศ เราอย่าตั้งรับอย่างเดียว เราต้องทำเชิงรุกมากขึ้น ที่ผ่านมาจะเห็นว่ากัมพูชา มีรูปแบบในเชิงรุกการต่างประเทศมาก ท่าน รมว.ต่างประเทศ จะต้องไปแก้ไข ซึ่งการแก้ไขในเวทีการประชุมสหประชาชาติก็เป็นไปได้ด้วยดี แต่เราต้องรุกบ้าง และการรุกจะทำให้กองทัพทำงานได้ง่ายขึ้น ถ้าตั้งรับอย่างเดียว กองทัพก็จะติดเงื่อนไขว่า ทางการต่างประเทศมากดดันแล้วจะเป็นอย่างไร ก็ฝากเรื่องนี้เอาไว้กับท่านนายกฯ ไปแล้ว”

อภิสิทธิ์ กล่าว

อภิสิทธิ์ ย้ำว่า อยากทำให้ประเทศไทยเกินหน้า และกลับมาทำการทูตเชิงรุก เพราะเราตั้งรับมานานด้วยเหตุว่าเป็นรัฐบาลรัฐประหาร อยากจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์บ้าง แต่จริงๆ ดีที่สุดคือ การทำงานเชิงรุก เพราะสถานะของประเทศไทยในสายตาของประชาคมโลก เราสามารถมีบทบาทได้มากกว่าเป็นอยู่

ส่วนกรณีที่รัฐบาลพิจารณาแนวทางการจัดทำประชามติยกเลิก MOU43-44 เป็นเรื่องละเอียดอ่อนหรือไม่ อภิสิทธิ์ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล และมีการแถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว ถ้าถามผมก็มีข้อกังวลจำนวนมาก ประการแรกคือข้อตกลงเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายในการทำความเข้าใจ ในเชิงประเด็นกับประชาชน ประการที่สอง การให้ข้อมูลต่อประชาชนเพื่อตัดสินใจ แต่กัมพูชาก็จะรู้ข้อมูลพร้อมกับไทย ซึ่งจะเป็นปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง 

อภิสิทธิ์ ยังมองว่า เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลยืนยันจะเดินหน้า สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องทำให้ชัดเจนด้วยก็คือ ถ้าจะยกเลิก MOU43-44 โดยการตัดสินของประชาชน ทางเลือกคืออะไร และ ยุทธศาสตร์ในกรณีที่ไม่มี MOU คืออะไร ผมยังไม่ได้ยินทางรัฐบาลให้ทางเลือกนี้ ซึ่งมองว่าเรื่องนี้จะให้ความเป็นธรรมกับสังคม และประชาชน ว่าถ้าจะทำประชามติ ไม่เพียงแต่มีการยกเลิก แต่ถ้ายกเลิกแล้ว จะเดินไปในแบบไหนอย่างไร ประชาชนก็จะตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นว่าควรจะเดินในรูปแบบใด หรือจะใช้ข้อตกลงเลย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์