อย่าหลับตาข้างเดียว! ‘คปท.’ บุก ‘ยธ.’ ค้านพักโทษ ‘ทักษิณ’ พ.ค.นี้

22 ม.ค. 2569 - 16:12

  • ‘คปท.’ บุกยื่นหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม ค้านพักโทษ ‘ทักษิณ’ เดือน พ.ค.นี้

  • จี้ทบทวนเกณฑ์ 3 ชั้น ชี้พฤติกรรมย้อนหลังกรณี “รักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ”

  • ฉะ “อย่าหลับตาข้างเดียว” แฉปล่อยข่าวพักโทษหวังผลการเมืองก่อนเลือกตั้งปี 69

อย่าหลับตาข้างเดียว! ‘คปท.’ บุก ‘ยธ.’ ค้านพักโทษ ‘ทักษิณ’ พ.ค.นี้

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย พิชิต ไชยมงคล และ นัสเซอร์ ยีหมะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม เพื่อคัดค้านกรณีคุณสมบัติของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะได้รับการพิจารณาพักการลงโทษในเดือน พ.ค. 2569 ภายหลังจากที่ถูกคำสั่งศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี ซึ่งจะครบกำหนดพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย. 2569 โดยมี กิตติวิทย์ คงบุญรักษ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทนรับเรื่อง

โดย พิชิต เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องของการพิจารณาพักการลงโทษทั่วไปกรณี ทักษิณ เนื่องจากก่อนหน้านี้ รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีการพิจารณาพักการลงโทษ ทักษิณ เนื่องจากเข้าเงื่อนไขการพักการลงโทษ จากการรับโทษ 2 ใน 3 ตามระเบียบการพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์นั้น และจะได้พักโทษในเดือน พ.ค. 2569 ทาง คปท. เห็นว่าหากนับย้อนไปดูคำสั่งของศาลฎีกาฯ ที่ได้มีคำสั่งบังคับโทษ ทักษิณ 1 ปี ก็มองว่าอาจเข้าเงื่อนไขนั้น แต่เพียงแค่ว่ากรณีของ ทักษิณ จะพิจารณาเฉพาะโทษที่ได้รับ 1 ปี จากการถูกคำสั่งศาลให้กลับมารับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 เพียงอย่างเดียวไม่ได้

เพราะเรื่องนี้ศาลเคยออกหมายขัง ทักษิณ ไปแล้วครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 แต่กลับมีขบวนการร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือให้ ทักษิณ ไม่ต้องรับโทษตามความจริง ไปอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 จนศาลฎีกาฯ ได้มีคำสั่งให้ ทักษิณ กลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำฯ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568

ฉะนั้น พฤติการณ์การกระทำผิดปรากฏชัดแจ้งแล้ว และกรณีที่ผู้ต้องขังมีการกระทำผิดวินัยดังกล่าว ย่อมทำให้สถานะการเป็นผู้ต้องขังต้องถูกลดชั้นจากผู้ต้องขังชั้นกลางลงมาเป็นผู้ต้องขังชั้นต้องปรับปรุง หรือต้องปรับปรุงมาก แต่ในกรณีของ ทักษิณ กลับพบว่าในการกลับเข้าไปเรือนจำฯ ครั้งนี้ ราชทัณฑ์กลับไม่มีการปรับลดชั้น

พิชิต ไชยมงคล

ดังนั้น กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์ว่าการพักโทษที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค. 2569 เป็นไปตามระเบียบกฎหมายนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่จะต้องมีการกลับไปพิจารณาทบทวนพฤติกรรมของ ทักษิณ นับแต่เดือน ส.ค. 2566 เช่นตอนวันที่ 22 ส.ค. 2566 ทักษิณ อาจเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง แต่เมื่อมีคำสั่งศาลฎีกาฯ วันที่ 9 ก.ย. 2568 โทษครั้งนี้ ทักษิณ ไม่ควรยังอยู่ในสถานะผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง เพราะมีการกระทำความผิด ไม่อย่างนั้นศาลฎีกาฯ คงไม่สั่งบังคับโทษ 1 ปี อีกทั้งนักโทษที่จะได้รับการพักโทษจะต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดีเท่านั้น

พิชิต เผยอีกว่า เมื่อพิจารณาจากการออกหมายขังตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. 2566 และมีคำสั่งศาลให้กลับมารับโทษใหม่เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 นั้น ย่อมเป็นที่ทราบว่ามีการกระทำผิดในระหว่างต้องขังในครั้งแรก เหตุดังกล่าวย่อมไม่เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษตามปกติได้ จึงขอให้ รมว.ยุติธรรม ได้พิจารณาและชี้แจง ดังนี้

  1. ขอให้ท่านได้ชี้แจงการจัดชั้นผู้ต้องขังแรกรับครั้งที่ 2 ของ ทักษิณ ชินวัตร ว่าอยู่ในสถานะชั้นผู้ต้องขังสถานะไหน เลื่อนชั้นกี่ครั้ง
  2. ขอให้พิจารณาการกระทำความผิดในระหว่างถูกหมายขังเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 ประกอบการพิจารณาพักการลงโทษว่าเข้าหลักเกณฑ์การพักการลงโทษหรือไม่อย่างไร เนื่องจากคดีดังกล่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างดำเนินการไต่สวนความผิดเพิ่มเติม หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก ทักษิณ ชินวัตร

ไม่ต้องลุ้นว่า พ.ค.นี้ ทักษิณ จะได้เข้าเกณฑ์พักโทษหรือไม่ เพราะแค่นี้ก็ถือว่า ทักษิณ ไม่ควรได้รับสิทธิ์แล้ว

พิชิต ไชยมงคล

activists-oppose-justice-ministry-parole-for-thaksin-SPACEBAR-Photo02.jpg

ส่วนกรณีเงื่อนไขที่ ทักษิณ ปัจจุบันอายุเกินกว่า 70 ปีและมีอาการเกี่ยวกับเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวนั้น พิชิต ส่ายหัวก่อนระบุว่า “คราวที่แล้วก็อ้างอาการเจ็บป่วยแบบนี้ มีอ้างแขนยกไม่ขึ้น เส้นเอ็นเปื่อยยุ่ย ถึงขนาดบอกว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากย้อนไปในตอนนั้น ทักษิณ ได้รับการพักโทษกรณีมีเหตุพิเศษจนได้มาคุมประพฤติที่บ้านจันทร์ส่องหล้า แต่ในข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เห็นหรือไม่ว่ามันตรงกันข้ามทั้งหมด”

จึงมองว่าในครั้งนี้ หากกระทรวงยุติธรรมไม่หลับตาข้างเดียว หรือแม้ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตอนนี้ก็เหมือนอธิบายแบบหลับตาหนึ่งข้าง อ้างเฉพาะว่า ทักษิณ อาจเข้าเงื่อนไขเพราะได้จำคุกมา 2 ใน 3 ซึ่งก็จะตรงกับเดือนพฤษภาคมนี้ แต่เป็นการอ้างเพียงเงื่อนไขเดียว

เมื่อถามว่าการมาร้องครั้งนี้เป็นเหมือนกันค้านนักโทษ ทักษิณ ชินวัตร ใช่หรือไม่? พิชิต ระบุว่า “ถ้ามีสิทธิ์ในการพักโทษ ก็มองว่า คปท. ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด หากเขาถูกต้องตามสิทธิ์ ก็มองว่าเป็นสิทธิ์ที่นักโทษทั่วไปควรได้รับ แต่เพียงแค่ว่าเรามีข้อสงสัยต่อ ทักษิณ ตามที่ได้เรียนไป ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดซ้ำหรือการปรับเลื่อนชั้นนักโทษ ซึ่งถ้าหากสองเงื่อนไขดังกล่าวที่เราได้ยื่นสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แล้วรัฐมนตรีสามารถชี้แจงสังคมได้ คิดว่าคงไม่มีใครคัดค้าน”

นอกจากนี้ ทักษิณ ยังมีคดีค้างอยู่ในชั้นของ ป.ป.ช. ซึ่งถือว่าเป็นพลเรือนที่สนับสนุนการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ในข้อหามาตรา 157 กรณีการไปนอนพักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ หรือไม่ โดยผมได้มีโอกาสไปสอบถามกับทาง ป.ป.ช. ทราบว่าจะมีการไต่สวนพยานเสร็จสิ้นภายใน 2–3 เดือน ดังนั้น ทักษิณ อาจตกเป็นผู้ต้องหาในคดีของ ป.ป.ช. ซึ่งหากตกเป็นผู้ต้องหาก็อาจไม่เข้าเงื่อนไขได้พักโทษ หรือไม่

เมื่อถามว่ามองการปล่อยข่าวช่วงนี้ว่า ทักษิณ จะได้รับการพักโทษในเดือน พ.ค.นี้ ในช่วงใกล้เลือกตั้งใหญ่ปี 2569 เพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่? พิชิต ระบุว่า “คนที่ปล่อยข่าวเรื่องนี้ก่อนใคร คือ ลูกเขย ทักษิณ เอง ที่ไปเยี่ยม ทักษิณ ในเรือนจำกลางคลองเปรมแล้วออกมาพูด ทำให้เหมือนเป็นการเรียกคะแนนสงสาร และเหมือนให้ความหวังสมาชิกพรรคเพื่อไทยว่า ทักษิณ เดี๋ยวก็จะกลับมา เหมือนใช้ ทักษิณ มาหาเสียงทางการเมือง”

ส่วนกรณี วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ ทักษิณ ยืนยันว่ายินดีน้อมรับโทษตามระเบียบของราชทัณฑ์ พิชิต กล่าวว่า “ถ้าจะอยู่เต็มก็ได้ แต่อย่าลืมว่า ทักษิณ อาจเข้าเกณฑ์พักโทษทั่วไปตามที่ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าถ้าเข้าเกณฑ์ก็คือ 2 ใน 3 ซึ่งก็คือเดือน พ.ค.นี้ จะได้พักโทษ เพียงแต่เรามองว่าอยากให้มีการพิจารณาทบทวนตามเงื่อนไขที่เราตั้งข้อสังเกตเท่านั้น”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การพิจารณาพักโทษทั่วไปในกรณีของ ทักษิณ ซึ่งอยู่ระหว่างคุมขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาฯ จะครบกำหนดพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย. 2569

โดยปัจจุบัน ทักษิณ ถูกคุมขังมาแล้ว 4 เดือน (นับแต่วันที่ 9 ก.ย. 2568) และจะคุมขังครบ 8 เดือนในวันที่ 9 พ.ค. 2569 ซึ่งเป็นระยะเวลาคุมขัง 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี ตามเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาในโครงการพักการลงโทษทั่วไป อย่างไรก็ตาม การพักโทษต้องผ่านการพิจารณา 3 ขั้นตอน และปัจจุบัน ทักษิณ ยังเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลาง และยังไม่ได้รับการปรับเลื่อนเป็นชั้นดีแต่อย่างใด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์