อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีท้าให้ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ลาออกจาก สส.เลิกให้ความเห็นเรื่องเศรษฐกิจ ไปบวชชี และกราบขอโทษประชาชน หากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตสำเร็จ ว่า ตนแค่หยอกล้อ นางสาวศิริกัญญา ตนเป็นนักประชาธิปไตย เวลาที่มีความเห็นที่แตกต่างทั้งฝ่ายค้านหรือรัฐบาลถือเป็นเรื่องธรรมดา
ฝ่ายค้านเป็นกระจกเงาที่สะท้อนปัญหาต่างๆ ด้วยความห่วงใยว่า นโยบายดิจิทัลมีการขัดต่อกฎหมายใดหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถือเป็นข้อท้วงติงที่น่ารับฟัง ซึ่งฝ่ายกฤษฎีกา อัยการ หรือแม้แต่นิติกร ทุกกระทรวงต่างๆ ก็เป็นมือกฎหมายให้แก่รัฐบาลทุกรัฐบาลอยู่แล้ว
อดิศร กล่าวต่อว่า โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ก็น่าจะผ่านกฎหมายไปได้ จึงเห็นว่าการที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะออกเป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เข้าสู่การพิจารณาของทั้งสองสภาฯ เป็นการเปิดใจกว้าง มีอะไรก็ไปพูดกันในสภาฯ
“ผมขอเชิญทุกฝ่ายให้ยกเลิกการใช้วาทกรรมได้หรือไม่ แล้วไปทำงานร่วมกันในสภาฯ การคิดนอกกรอบของพรรคเพื่อไทย แน่นอนว่าหากพรรคก้าวไกล เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จะไม่เอานโยบายนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่จะใช้นโยบายสวัสดิการ 3,000 บาทแทน ซึ่งก็เอาเงินภาษีมาใช้เช่นกัน ในจำนวนเงินที่เท่าๆ กัน”
อดิศร กล่าวด้วยว่า การใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้จึงเป็นวิถีทางที่จะให้ทุกฝ่ายเคารพวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ซึ่งโครงการนี้ตนคิดว่าไม่ล่มอย่างเด็ด รวมถึงไม่ใช่อย่างที่หลายฝ่ายบอกว่านายกฯ จะยืมมือสภาไม่ให้โครงการนี้ผ่าน เพราะนี่เป็นความตั้งใจของนายกฯ พรรคร่วมรัฐบาลอย่างแท้จริง เชื่อว่าจีดีพีที่โต 1.9 รั้งท้ายในประเทศอาเซียน หากไม่ทำโครงการใหญ่ๆ เช่นนี้ ก็หาหนทางยากโอกาสที่จะพลิกฟื้นขึ้นมา จึงคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี
“อย่างไรก็ตาม ผมรับฟังและไม่ได้ไปศัตรูของใคร ผมเป็นผู้ใหญ่พอ แต่ผมก็หยิกแกมหยอก เพราะดูเหมือนว่าคุณศิริกัญญาคล้ายจะขวางทุกเรื่อง และลืมบอกไปว่าลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย แล้วมาทำหน้าที่ฝ่ายค้านจริงๆ และที่บอกว่ากฤษฎีกาเห็นอย่างไร บันทึกการประชุมเป็นความลับหากต้องการก็สามารถขอได้อยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง และขอขอบคุณคุณศิริกัญญาที่เป็นห่วง”
เมื่อถามว่า หาก พ.ร.บ.เงินกู้ เข้าสู่สภาฯ มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุน โดยเฉพาะจากพรรคร่วมรัฐบาล อดิศร กล่าวว่า พ.ร.บ.เช่นนี้ในเวลาที่ผ่านมาเขาจะใช้เป็น พ.ร.ก. ซึ่งมีศักดิ์เท่ากัน และต้องมีการนำไปขอความเห็นจากสภาฯ จึงจะออกเป็นกฎหมายได้ แต่ลักษณะเช่นนั้นถือเป็นการมัดมือชก นายกฯ เศรษฐา จึงเห็นว่าสภาทั้งสองสภามีผู้ทรงคุณวุฒิ แม้ว่านายสมชาย แสวงการ สว. จะมาตีปลาหน้าไซคัดค้านอย่างเต็มที่ ซึ่งก็ถือเป็นความคิดที่ดี แต่รัฐบาลก็มีเสียงสนับสนุนเป็นปึกแผ่นอย่างมั่นคง จึงมั่นใจว่า พ.ร.บ.เงินกู้ฉบับนี้จะผ่านสภาได้โดยการรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน และไม่มีปัญหาเรื่องเสียงสนับสนุน
เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ที่จะมีคนไปเตรียมไปร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ อดิศร กล่าวว่า ธรรมดาประเทศไทยมีนักร้องลูกทุ่ง นักร้องลูกกรุง นักร้องอาชีพ จิ้งจกตัวหนึ่งทักเราก็ต้องฟัง แต่ก็คิดว่าไม่น่าผิดกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญแต่อย่างใดทั้งสิ้น




