‘อดิศร’ การันตี ‘รัฐบาล’ อยู่ครบอีก 3 ปี เมินถูกมอง ‘ครม.ครอบครัว’ ชี้ ปชต.ย่อมมีคนเห็นต่าง

4 ก.ย. 2567 - 17:42

  • ‘อดิศร’ ยืนยัน ‘รัฐบาล’ อยู่ครบอีก 3 ปี แน่นอน เมินถูกมอง ‘ครม.ครอบครัว’ ชี้ประชาธิปไตยย่อมมีคนเห็นต่าง เชื่อมั่น ‘นายกฯ’ รอบคอบรัดกุม ตั้ง ครม.ขอพิสูจน์ที่ผลงาน

  • เผยยังหมางใจ ‘เอกนัฏ’ โจทย์เก่ายุค ‘กปปส.’ แต่ด้วย รธน.บังคับพร้อมทำงานร่วมกันได้ ย้ำอ้าแขนรับ ‘ปชป.’ ยุคผลัดใบ

Adisorn_guarantees_that_Pae_Thong_Than_Government_will_definitely_stay_for_another_3_years_SPACEBAR_Hero_7d2b4056bc.jpg

อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ‘รัฐบาลแพทองธาร 1’ ภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ว่า ตนขอแสดงความยินดีด้วย โดยเฉพาะ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะได้จัดทำนโยบาย และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รวมถึงทำงานตามที่ได้ตั้งใจไว้ 

ส่วนที่มีการมองกันว่า ครม.ชุดนี้เป็น ครม.ชุดฝึกงานนั้น อดิศร กล่าวว่า ก็แล้วแต่ความเห็น แต่ ครม.ชุดนี้ส่วนใหญ่เป็นชุดเดิมที่ทำงานสานต่อจาก ครม.ชุดของนายเศรษฐา ทวีสิน อาจมีพรรคร่วมรัฐบาลที่เข้ามาใหม่ ก็ขอต้อนรับทางพรรคประชาธิปัตย์ 

เมื่อถามว่ากังวลเรื่องคุณสมบัติที่มีการร้องเรียนกันอยู่หรือไม่ อดิศร กล่าวว่า นักร้องก็เป็นเรื่องธรรมดา ยังไม่ทำอะไรก็โดนไป 9 คดีแล้ว ถือเป็นสิทธิ์ แต่อย่าให้มากกว่านี้ ต้องเปิดโอกาสให้รัฐบาลที่มาด้วยชอบตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ ผ่านการกลั่นกรองทุกอย่างได้ทำงานก่อน เพื่อผลักดันประเทศไปสู่ความเจริญ 

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีบางรายไม่ใช่ตัวจริง มีการนำบุตร หรือเครือญาติมาดำรงตำแหน่ง จะทำงานได้ดีหรือไม่ อดิศร กล่าวว่า การกลั่นกรองเรื่องจริยธรรม เรื่องคุณสมบัติครั้งนี้เข้มเป็นพิเศษ ตั้งแต่ตั้งประเทศไทยมา แต่คนที่มาแทนคนเดิมมีวุฒิการศึกษา วัยวุฒิที่เหมาะสม และมีประสบการณ์ที่จะทำงานได้ ตนก็เชื่อมั่น อย่างกรณีบุตรสาวของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.มหาดไทย สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ก็จบปริญญาโทด้านกฎหมายจากลอนดอน อยู่ใกล้ชิดกับพ่อ ก็เป็นลูกของเป็น สส.สั่งสมประสบการณ์ คิดว่าทำงานได้

เมื่อถามว่าการนำบุตรหรือเครือญาติมาเป็น ครม.จะไม่เป็นลักษณะการครอบงำหรือไม่ อดิศร กล่าวว่า เป็นจินตนาการว่ากันไป การทำงานของคนอายุใกล้จะ 40 ปี มันกระตือรือร้น ถามว่าจะถูกมองว่าเป็น ครม.ครอบครัวหรือไม่ ก็แล้วแต่จะมอง ความเป็นลูกกับความเป็นพ่อมันตัดขาดไม่ได้จริงๆ

“ถึงยังไง น.ส.แพทองธาร ก็เป็นลูกสาวคนสุดท้องของนายทักษิณ ชินวัตร อยู่ดี มันตัดสายไม่ได้ ผมเป็นลูก สส. ก็อยากเป็น สส.เหมือนพ่อ ผมเป็นรัฐมนตรี แต่พ่อไม่ได้เป็น ดังนั้นก็ต้องให้โอกาส มันไม่ใช่จะเซ็นให้กันเหมือนโฉนดที่ดิน อยู่ที่ผลงาน การเข้าไปทำหน้าที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง การทำงานของ น.ส.แพทองธาร ผมใกล้ชิดเมื่อตอนหาเสียง แม้จะมีอายุน้อย แต่ไวต่อปัญหา เปิดโอกาส รับฟังปัญหาของคนทุกรุ่น เหมือนน้ำไม่เต็มแก้ว ถือว่าเป็นรัฐบาลของคนทุกรุ่น” อดิศร กล่าว

เมื่อถามว่า ครม.ชุดนี้ จะอายุยืนกว่าชุดที่แล้วหรือไม่ อดิศร กล่าวว่า อย่างน้อยก็มีอายุอีก 3 ปีแน่นอน ตนเชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ที่ออกมาระบุว่ารัฐบาลอยู่ครบแน่นอน แต่อาจมีการร้องเรียนตามประสาคลื่นทะเลที่มีทั้งลมแรง ลมไม่แรง ตามระบอบประชาธิปไตย 

เมื่อถามว่านายสุทิน คลังแสง ที่หลุดจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม มีความน้อยใจหรือไม่ อดิศร กล่าวว่า ไม่ ส่วนตัวเพิ่งไปฉลองวันสันติภาพโลกให้นายสุทินมา เป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมที่มาจากพลเรือน ประเทศสวีเดน เขาให้รางวัลสันติภาพโลก นายสุทิน กลับมาที่สภาฯ ก็เหมือนกลับมาที่บ้าน ไม่ได้น้อยใจ ไม่ได้เสียใจอะไร งานในสภาฯ นายสุทินก็คงจะเป็นทองคำของฝ่ายนิติบัญญัติแน่นอน 

ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มีคนบอกว่าเป็นสหายเก่านั้น อดิศร กล่าวว่า ตนก็สหายเก่า ประธานวุฒิสภาก็สหายเก่า บางครั้งอาจคิดไม่เหมือนกัน แต่มันผ่านมานานถึง 50 ปีแล้ว ไม่จำเป็นต้องปลุกผีคอมมิวนิสต์มา เพราะมันไม่มี ตนกับนายภูมิธรรมสมัยนั้นนอนเตียงติดกัน ถ้ารู้ว่าจะได้ดี ตนคงเดินตามนายภูมิธรรมตั้งนาน

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ได้หรือไม่ อดิศร กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ผลัดใบแล้ว ถ้านายอภิสิทธิ์มา กับตนอาจจะเป็นศัตรูกัน แต่นายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ก็เป็นประชาธิปัตย์ที่ผลัดใบ

เมื่อถามว่ายอมรับได้หรือไม่ที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่เคยเป็นแกนนำ กปปส. มาเป็น รมว.อุตสาหกรรม อดิศร กล่าวว่า ความจริงก็ยังมีเรื่องที่หมองใจกันอยู่ แต่โดยรัฐธรรมนูญ โดยการทำงานที่จะต้องจับมือกัน บังคับให้เราทั้ง 2 ฝ่ายต้องอยู่ด้วยกัน นายเอกนัฏ ก็เป็นลูกของเพื่อนตน เมื่อคบกันจริงๆ ก็นิสัยดี ส่วนเรื่องการเมืองที่ติดค้าง ก็ว่ากันเป็นไปตามกฎหมาย ยืนยันว่าพร้อมทำงานร่วมกันได้ สำหรับรัฐบาลผสมรอบนี้ก็คิดว่าอยู่ได้อีก 3 ปี ถ้าทำงานต่อไปได้ เขาก็เลือกกลับมาใหม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์