สางปม ‘จุฬาฯ-อุเทนถวาย’ ต้องคำนึงกฎหมายควบคู่ความรู้สึกนักศึกษา

17 พ.ย. 2566 - 13:35

  • ‘ศุภมาส’ ชี้สางปมพิพาท ‘จุฬาฯ-อุเทนถวาย’ ต้องคำนึงกฎหมายควบคู่ความรู้สึกนักศึกษา

  • เผยมีความระแวงกลัวเอาพื้นที่ไปใช้เชิงพาณิชย์

  • บอกอาจมี ‘แนวโน้มที่ดี’ หากเห็นภาพการใช้เป็นที่สาธารณประโยชน์

Advice_on_consider_the_law_and_student_feelings_solving_problem_of_Chula_Uthenthawai_SPACEBAR_Hero_75b549d41f.jpg

ปมข้อพิพาทระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เรื่องการย้าย 'อุเทนถวาย' ออกจากพื้นที่ ยังต้องการทางออกที่ชัดเจน 

ซึ่งในฐานะที่ดูแลเรื่องนี้ ศุภมาส อิสรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ได้รับรายงานจากที่ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนยุติข้อพิพาทการย้ายมหาวิทยาลัย ที่มีปลัดกระทรวง อว. เป็นประธาน เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่า บรรยากาศในการประชุมเป็นไปด้วยเหตุและผล ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง ซึ่งมีข้อเสนอ 2 ทางเลือก โดยมีการเสนอให้ไปศึกษาก่อนว่าข้อเสนอที่เสนอมานั้นเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะมาสรุปกันในการประชุมครั้งต่อไป ถ้าเป็นไปได้จะเดินต่ออย่างไร แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้ก็ต้องหาแนวทางใหม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนนักศึกษาอุเทนถวาย ถึงอย่างไรก็จะไม่ออกจากพื้นที่ใช่หรือไม่ ศุภมาส กล่าวว่า เท่าที่ฟังไม่ถึงขนาดนั้น เพียงแต่นักศึกษาอุเทนถวายต้องการภาพที่ชัดเจน โดยบอกว่าเคยมีการพูดคุยกันแบบนี้ แต่กลับไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งเป็นมาหลายครั้งแล้ว เพราะฉะนั้น ครั้งนี้นักศึกษาจึงกลัวว่าเมื่อตกลงไปแล้ว ถึงเวลาก็จะไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้อีก

นักศึกษาต้องการความชัดเจนว่าก่อนที่เขาจะเรียนจบจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หรือเขาต้องไปอยู่ที่ไหน อย่างไร ใครจะดูแลแบบไหนอย่างไร เขาไม่รู้ว่าในอนาคตบทสรุปจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์การเจรจา จะได้ข้อสรุปเมื่อไร ศุภมาส กล่าวว่า เราคงไปกำหนดแบบนั้นไม่ได้ เพราะการไปตีกรอบก็เหมือนกับยิ่งไปเพิ่มอารมณ์ความรุนแรง เพียงแต่ตอนนี้ทุกคนอยากได้ข้อยุติที่เร็วที่สุด

Advice_on_consider_the_law_and_student_feelings_solving_problem_of_Chula_Uthenthawai_SPACEBAR_Photo01_341415deb5.jpg

เมื่อถามถึงรุ่นพี่ที่จบการศึกษาไปแล้ว แต่ยังมาสนับสนุนรุ่นน้องให้ดำเนินการแบบนี้อยู่ ศุภมาส กล่าวว่า ในวงหารือเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ก็มีศิษย์เก่ามาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ซึ่งในที่ประชุมได้มีข้อเสนอว่าอยากรับฟังจากอุเทนถวายว่าต้องการอะไรบ้าง และทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถสนับสนุนข้อเสนอเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง

มีความเป็นไปได้ว่า ถ้าอุเทนถวายเห็นภาพชัดว่าทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ที่คืนไปแล้ว ไม่ได้เอาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่เอาไปใช้เป็นสาธารณประโยชน์ อาจจะเป็นสวนสาธารณะหรือพิพิธภัณฑ์สำหรับเด็กเพื่อการศึกษาเหมือนกับหอศิลป์ใน กทม. แบบนี้อาจจะเป็นข้อเสนอใหม่ที่ทางอุเทนถวายอาจจะพิจารณาได้ ซึ่งน่าจะเป็นแนวโน้มที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหานี้จะสามารถจบได้ในยุคนี้หรือไม่ ศุภมาส กล่าวว่า ปัญหานี้มีมานานแล้ว คงไม่สามารถใช้คำว่าจบ แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ และบังเอิญว่าช่วง 20 ปีที่ผ่านไม่มีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด มีแต่การฟ้องร้องกันมาเรื่อยๆ

ยุคนี้ทุกฝ่ายต้องถือเอากฎหมายสูงสุด เพียงแต่ไม่สามารถยึดหลักกฎหมายอย่างเดียวได้ แต่ต้องยึดหลักความสงบเรียบร้อยและต้องดูแลความรู้สึกของบุคลากรทุกคนในอุเทนถวายด้วย เพราะเราคงไม่อยากเห็นสถาบันที่เราเรียนมาหายไปในช่วงข้ามคืน ดังนั้น เรื่องความรู้สึกของคน ของนักศึกษาถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้เรื่องของหลักกฎหมาย ดังนั้นจึงต้องเป็นการบังคับใช้กฎหมายโดยสมัครใจ และทุกคนเห็นตรงกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์