เริ่มมีการพูดถึงประเด็นคำตอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการออก พ.ร.บ.กู้เงิน เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ที่ให้รัฐบาลรับฟังความเห็นจากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงผลการศึกษาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย ในเรื่องนี้ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ยอมรับว่า ยังไม่เห็นผลการศึกษาของ ป.ป.ช.
แต่ใครเสนออะไรมา ก็ควรจะฟังประกอบการพิจารณา จะได้รอบคอบแค่นั้นเอง ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่า มีหน่วยงานไหนหรือไม่ ที่รัฐบาลจะต้องฟังอีก โดยเฉพาะเรื่องตัวเลขทางเศรษฐกิจ ปกรณ์ ระบุว่า ถ้าตัวเลขทางเศรษฐกิจ ก็มีหน่วยงานอย่างสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์), กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หน่วยงานเหล่านี้ ก็คงเป็นหลัก
เมื่อถามต่อไปว่า ความเห็นของหน่วยงานอื่นๆ แต่รับฟังไว้เฉยๆ ใช่หรือไม่ ปกรณ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว หลักคือรับฟังความคิดเห็นเอามาประกอบการตัดสินใจ ยิ่งได้ข้อมูลมาก ก็เอามาประกอบการตัดสินใจได้ละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น
สำหรับผลการศึกษาของ ป.ป.ช. มีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหนนั้น ปกรณ์ มองว่า ก็ควรจะรับฟัง เพราะในแง่ของการที่ ป.ป.ช.เป็นองค์กรอิสระ มีข้อสังเกตมาเพื่อประกอบการพิจารณา ก็ควรจะประกอบการพิจารณาด้วย ส่วนเมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐบาลจะไม่ต่อวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังจากจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีในปีนี้ ปกรณ์ ระบุเพียงว่า “ไม่รู้”
เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ ปกรณ์ ระบุว่า “ไม่มีอะไรกังวลครับ”




