ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 ตุลาคม 2566 พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ 3 ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยได้ขึ้นไปสักการะพระพรหม ศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตา ศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ
จากนั้นทีมที่ปรึกษานายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทำงาน โดย นายพิชัย กล่าวว่า เราพยายามทำทุกอย่างให้มันดีราบรื่น เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยค่อนข้างแย่ อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ ปัญหาสงครามยังเกิดขึ้นอยู่ มีผลทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลต่อเราในระยะยาว
“พวกผมจะเข้ามาช่วยคิด ช่วยแก้ ทำอย่างไรให้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นเบาบางลง โดยคุณยุทธพงศ์จะมาเข้ามาช่วยหลายด้าน พล.อ.นิพัทธ์จะมาช่วยดูเรื่องความมั่นคง ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจตอนนี้มีปัญหาจริงๆ จึงต้องเข้ามาช่วยกันคิดว่าประเทศที่จมปลักมาแล้ว 9 ปี ให้ก้าวหน้าไปได้ ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น” พิชัย กล่าว
พิชัย ยังกล่าวถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า อยากให้มองว่าในอนาคตเศรษฐกิจทั้งโลกกำลังจะแย่ โดยเฉพาะการสู้รบกันระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งปัญหาจะเกิดขึ้นแน่นอน ส่วนของเราเงินดิจิทัลวอลเล็ตจะออกมาพอดีในจังหวะพอดีที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหา ตรงนี้จะช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไปได้ เราอยากเห็นเศรษฐกิจโต 5%
“ส่วนที่มาของเงินดิจิทัลวอลเล็ตจะมาจากไหน เราต้องมาพิจารณากัน แต่ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ถ้าเราใช้เงินเก่าออกมามันจะไม่กระตุ้น แต่ถ้ามีเงินจากข้างนอกเข้ามาจะช่วยกระตุ้นได้บ้าง เพราะฉะนั้น บางส่วนอาจจะมาจากเงินงบประมาณเดิม และบางส่วนอาจจะมาเงินนอกงบประมาณ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าอาจจะต้องออกเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน แนวโน้มเป็นอย่างไร พิชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง
ทั้งนี้ ถ้าเรามองย้อนหลังไป 5 เดือน เงินเฟ้อเรามีปัญหามาก ต่ำมาก ทั้งโลกโต 3-4% แต่ไทยโตเพียง 0.2-0.3 แปลว่ากำลังซื้อเราหด ตอนนี้เรากำลังจะเหมือนจีนที่เงินเฟ้อติดลบอันเนื่องมาจากคนไม่มีปัญญาซื้อ แม้ว่าจะลดราคาของแล้วก็ไม่มีคนซื้อ ตรงนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหา
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าไม่ว่าการดำเนินการจะออกมาแบบไหน การอัดฉีดเงินเข้าระบบเป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องมองอะไรที่มันใหญ่ๆ กว้างๆ โดยเฉพาะทำแล้วเกิดผลทันที และเกิดผลใหญ่ๆ คือ คิดใหญ่ ทำเป็น นี่คือหลักการของพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่า การทำงานของคณะที่ปรึกษานายกฯ จะทำให้นายกฯ เบาใจ และสามารถขับเคลื่อนนโยบายของพรรคไปได้อย่างราบรื่นใช่หรือไม่ พิชัย กล่าวว่า เราทำงานกันอย่างเต็มที่ เพราะทุกคนมีความรู้ความสามารถ แต่ต้องรอดูว่านายกฯ จะให้การบ้านพวกเราอย่างไร
“เราก็จะดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลให้ประสบความสำเร็จ ต่อไปนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น เพราะนายกฯ ก็วิ่งตะลอนเพื่อจะหานักลงทุนมาลงทุนในประเทศไทย 9 ปีที่ผ่านมาการลงทุนไทยเกือบหายไปหมดเลย การส่งออกของเราแพ้เวียดนามหลุดลุ่ย เวียดนามชนะเราถึง 50% นายกฯ อุตส่าห์เสียสละไปต่างประเทศเพื่อหานักลงทุนเข้ามา ถือว่าถูกต้องและต้องเร่งทำในเรื่องนี้ ตอนนี้สัญญาณเศรษฐกิจค่อนข้างดี แต่เศรษฐกิจโลกยังไม่เอื้ออำนวย เราต้องมาคิดดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อจะฝ่าฟันไปให้ได้”
ด้านนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ทีมที่ปรึกษานายกฯ รู้จักกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาปรึกษาหารือกันมาตลอด ไม่ต้องกังวลเรื่องความร่วมมือหรือความเป็นปึกแผ่น
ขณะที่ พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวยืนยันว่า เรา 3 คน คุ้นเคยกันมานานมากแล้ว วันนี้ได้นัดแนะกันเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และดูห้องทำงาน พวกเราจะติดตามสถานการณ์ต่างๆ ส่วนเรื่องงานคงจะชัดเจนหลังจากนายกฯ เดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้ว โดยจะมีการรายงานตัวกับนายกฯ และรับมอบนโยบายว่าจะให้ทำอะไรแค่ไหน อย่างไร
อย่างไรก็ตาม ถือว่าได้รับเกียรติอย่างสูงที่นายกฯ แต่งตั้งให้มาเป็นที่ปรึกษา โดยที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมี 5 คน คุ้นเคยกันดี




