ที่อาคารรัฐสภา ‘ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์’ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะรักษาราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าเอกสารร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ได้มาถึงสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว โดยขั้นตอนต่อจากนี้สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 67 ให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หมายความว่าสภาฯ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 8 เม.ย.67
เมื่อถึงวันพิจารณา 3-5 มกราคม 2567 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักประชุมจะทำหน้าที่ควบคุมเวลา ให้เป็นไปตามที่วิป 4 ฝ่าย ตกลงกัน คือ รัฐบาลได้ 20 ชั่วโมง ฝ่ายค้านได้ 20 ชั่วโมง

ส่วนเอกสารที่เกี่ยวกับรายละเอียดงบประมาณ สภาฯ ได้จัดเตรียมไว้ 425 ชุด ตามจำนวนที่มี สส. แสดงความจำนงต้องการนำเอกสารกลับไปพิจารณา โดย สส. ได้ทยอยให้ทีมงานมารับเอกสารไปบ้างแล้ว ซึ่งเอกสารที่สภาฯ จัดเตรียมไว้มีทั้งแบบรูปเล่มแและอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับเนื้อหาสำคัญใน ‘ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 67’ มีวงเงินจำนวน 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก งบประมาณปี 66 จำนวน 295,000 ล้านบาท และแบ่งรายจ่ายต่างๆ ออกเป็นดังนี้
- รายจ่ายประจำ กำหนดไว้ 2,532,826 ล้านบาท
- รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง กำหนดไว้ 118,361 ล้านบาท
- รายจ่ายลงทุน กำหนดไว้ 717,722 ล้านบาท
- รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ กำหนดไว้ 118,320 ล้านบาท
- งบประมาณรายจ่ายงบกลาง กำหนดไว้ 606,765 ล้านบาท
ส่วนรายได้ปี 67 คาดว่าจะจัดเก็บรายได้ประเภทต่างๆได้จำนวน 3,337,400 ล้านบาท แต่เมื่อหักการลดคืนภาษีต่างๆ จะคงเหลือรายได้สุทธิจำนวน 2,787,000 ล้านบาท และเนื่องจากรายจ่ายสูงกว่ารายได้ จำนวน 693,000 ล้านบาท คาดว่ารัฐบาลจะมีการกู้เงินในวงเงินดังกล่าวเพิ่ม
5 อันดับกระทรวง ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด
- กระทรวงมหาดไทย 353,127 ล้านบาท
- กระทรวงศึกษาธิการ 328,384 ล้านบาท
- กระทรวงการคลัง 327,155 ล้านบาท
- กระทรวงกลาโหม 198,320 ล้านบาท
- กระทรวงคมนาคม 183,635 ล้านบาท
5 อันดับกระทรวง ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด
- กระทรวงพลังงาน 2,834 ล้านบาท
- กระทรวงอุตสาหกรรม 4,559 ล้านบาท
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5,591 ล้านบาท
- กระทรวงพาณิชย์ 6,822 ล้านบาท
- กระทรวงวัฒนธรรม 7,016 ล้านบาท




