‘รมต.ขิง’ เจอจ้องย้าย? แฉถูกวางค่าตัว 200-300 ล้าน

23 ม.ค. 2568 - 14:57

  • ‘เอกนัฏ’ ปัดเลือกปฏิบัติปมปิดโรงงานน้ำตาลที่อุดรฯ

  • แจงเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อ้างการเผาอ้อยลดลงเหลือ 11%

  • แฉถูกวางค่าหัว 200-300 ล้าน เพื่อ ‘ย้ายตำแหน่ง’

  • ลั่นไม่กลัว-ทำหน้าที่รักษาประโยชน์ส่วนรวม

Akanat_Promphan_Clarifies_case_closing_sugar_factory_moving_positions_with_bounties_SPACEBAR_Hero_e9f2899e8f.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณากระทู้ถามสดของ ธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เรื่องการปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี จ.อุดรธานี โดยถาม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ว่า “เป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ที่พบว่า มีรับซื้ออ้อยเผาสูงกว่า จ.อุดรธานี ไม่พบการสั่งปิดโรงงาน เพราะรับซื้ออ้อยเผาเกิน 25% ?”

ด้าน เอกนัฏ ยืนยันว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติแน่นอน และตั้งแต่ทำหน้าที่ รมว.อุตสาหกรรม ไม่ใช่นั่งเฉยๆ ในห้องแอร์ แต่ได้ลงพื้นที่ตรวจจับและจัดระบบใหม่ในภาคอุตสาหกรรม ปัญหากากอุตสาหกรรม สินค้าด้อยคุณภาพนำเข้าประเทศ ซึ่งมีการสั่งปิดและจับ ดำเนินคดีเด็ดขาด

ส่วนกรณีที่มีการวางค่าตัวไว้ว่ามีเงิน 200-300 ล้านบาท เพื่อย้ายรัฐมนตรี ผมไม่กลัว เพราะผมมีหน้าที่ที่ต้องการรักษาประโยชน์ของส่วนรวม

ทั้งนี้ การช่วยเหลืออ้อยสด 120 บาท เสนอเข้า ครม.เมื่อเดือน พ.ย.2567  แต่ขณะนี้ ครม.ยังไม่มีมติ อย่างไรก็ดี แนวทางที่จะดำเนินการนั้นต้องการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ ที่ให้ของเหลืออ้อย เช่น ใบ ชานอ้อย ไปผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย เพื่อให้เกษตรกรตัดใบส่งขายให้โรงงานหากกำหนดราคาที่เป็นธรรม โรงงานจะได้ และเกษตรกรมีรายได้เสริม โดยการวางระบบดังกล่าวจะทำให้ทันก่อนฤดูกาลหน้าที่จะเปิดหีบอ้อย

การปิดโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี เป็นภารกิจของรัฐบาล ช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นปัญหาระดับประเทศ โดยการแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างพรรคการเมืองหรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงใด แต่เป็นภารกิจที่นายกฯ ให้ความสำคัญ ทั้งนี้ เป็นความตั้งใจของผมที่ต้องการให้ลดการเผาอ้อย โดยล่าสุด พบอัตราการเผาอยู่ที่ 11% ที่ถือว่าต่ำที่สุดบางทีการตัดสินใจไม่ง่าย แต่ต้องช่วยกัน โดยแก้ปัญหามีต้นทุนที่ต้องจ่าย สำหรับโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีที่ถูกปิด อุตสาหกรรมจังหวัดเข้าตรวจสอบพบว่า มีการรับซื้ออ้อยสูงสุดปริมาณ 4แสนตัน พบเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ซื้ออ้อยเผา 40% ถือว่าสูงสุด

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

สำหรับมาตรการในปีนี้ชัดเจนตั้งแต่ ต.ค.2567 ได้แจ้งในการประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย มีโรงงานและเกษตรกร เมื่อ ต.ค.2567 มีการขอความร่วมมืองดการเผา เกินวันละ 25% และให้โรงงานรับซื้ออ้อยเผาเกิน 25%  

ทั้งนี้ มีมติ ครม.ที่ส่งมาถึงผม ขอให้กระทรวงฯ เพิ่มมาตรการงดรับอ้อยเผาโดยสิ้นเชิง สำหรับปัญหาการไม่รับซื้ออ้อยเผาที่ จ.อุดรธานี ผมได้ช่วยแก้ปัญหาและทราบว่ามีการเคลียร์อ้อยที่ค้างการรับซื้อทั้งหมดแล้ว ส่วนที่พบว่ามีอ้อยเน่านั้นจะมีมาตรการเยียวยาต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์