
















มวลชนนับร้อยชีวิต ทั้งชาวปาเลสไตน์และชาวไทย นำโดยสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ บริเวณหน้าที่ตั้งสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีฉนวนกาซา พร้อมคืนดินแดนที่ยึดครองให้ปาเลสไตน์ ภายใต้การดูแลความเรียบร้อยของกองบังคับการตำรวจนครบาล 5
แม้บรรยากาศการชุมนั้นแตกต่างกับบรรยากาศความสะพรึงในสมรภูมิจริงราวฟ้ากับเหว แต่คำปราศรัยก็ดุเดือดไปด้วยการประณามอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้สนับสนุนการโจมตีฉนวนกาซา พร้อมให้กำลังใจกลุ่มที่ต่อสู้อยู่ในพื้นที่ขัดแย้งดังกล่าว

ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำชีอะห์ในประเทศไทย กล่าวปราศรัยบางช่วงบางตอนว่า มุสลิมทั้งหมดเป็นเรือนร่างเดียวกัน มุสลิมที่อยู่ในประเทศไทยต้องเจ็บปวดด้วย เมื่ออิสราเอลได้รับอาวุธจากชาติพันธมิตรเริ่มต้นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ ตั้งแต่ 75 ปี ที่แล้ว โดยอเมริกาให้การสนับสนุนช่วยเหลือชาวยิว เราอยู่ในประเทศไทยไม่สามารถไปจับอาวุธได้ แต่เราทำอะไรได้เราก็จะทำ เราเป็นคนไทยจะไม่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย อย่าปิดกันกับการกดขี่ที่รุนแรงดังกล่าวของอิลสราเอล
“การยอมรับความกดขี่ คือความชั่วที่ร้ายแรงที่สุด ถ้าปัญหาปาเลสไตน์ไม่จบ โลกทั้งโลกต้องเจ็บปวด สหประชาชาติปกป้องสิทธิแค่ชาวยิว พี่น้องกลุ่มฮามาสจึงต้องสู้ถวายชีวิต แรงงานไทยถูกจับ ฮามาสจะไม่ทำอันตรายกับพวกเขา และได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด แม้พวกเขาได้รับการถูกกดขี่ ยังมีความเป็นมนุษย์ต่อสู้ แต่สื่อยังบอกพวกเขาเป็นผู้ก่อการร้าย ขอให้ใช้ความเป็นมนุษย์ตัดสิน วันนี้ จึงมาแสดงสัญลักษญ์ ไม่สนับสนุนการระเบิดสถานทูตอิสราเอล ขอให้ไประเบิดที่อื่น เรามีความเป็นมุสลิม คือความเป็นมนุษย์”
— ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำชีอะห์ในประเทศไทย





















