อลงกรณ์ พลบุตร รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผย (29 มิถุนายน 2566) ว่า วันนี้ได้ตัดสินใจลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. ในการประชุมใหญ่พรรควันที่ 9 กรกฎาคมนี้
อลงกรณ์ กล่าวว่า วันนี้พรรค ปชป. ต้องการก้าวใหม่ของตัวเอง และโอกาสใหม่จากประชาชนด้วยการแสดงออกถึงภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและกล้าหาญบนจุดยืนประชาธิปไตยที่ชัดเจน นำประเทศออกจากกับดักความขัดแย้งและวงจรอุบาทว์ด้วยหลักนิติรัฐ และธรรมาภิบาล สู่เอกภาพและศักยภาพใหม่ของประเทศเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของทุกคน โลกเปลี่ยนเร็วและแข่งขันแรงทั้งการเมือง เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองที่ทันสมัยก้าวหน้าทันโลกทันเกมและก้าวใหม่ประชาธิปัตย์คือคำตอบ
“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยวิสัยทัศน์ความรู้และอุดมการณ์ที่มั่นคงกับพรรคประชาธิปัตย์ตลอด 30 ปีรวมทั้งประสบการณ์เป็นรองหัวหน้าพรรค 4 สมัยเป็น ส.ส. 6 สมัย และเป็นรัฐมนตรีมาแล้วจะสามารถนำพรรคสู่ก้าวใหม่ด้วยการปฏิรูปพรรคเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนด้วยแนวทางเสรีนิยมก้าวหน้า ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคและ ส.ส.ของพรรคเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9” อลงกรณ์ กล่าว
อลงกรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อครั้งเป็น ส.ส.และรองหัวหน้าพรรค เคยเสนอให้ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2556 และเคยลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแข่งขันในระบบไพรมารี่ในปี 2561 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง
สำหรับประวัติและผลงาน อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 4 สมัยและอดีต ส.ส.เพชรบุรีและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6 สมัย
จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงจากหลายประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ปอร์ตุเกส ฯลฯ
เป็น ส.ส.สมัยแรกในปี 2535 เป็นเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเลขานุการนายกรัฐมนตรี (ชวน หลีกภัย) ปี 2539-2544 ได้รับฉายา ‘มิสเตอร์เอทานอล’ ปี 2543-2544 ในฐานะประธานโครงการเอทานอลทำให้มีน้ำมันแก๊ซโซฮอลล์จำหน่ายทั่วประเทศ
เป็น ‘ดาวเด่นแห่งปีของรัฐสภา’ ปี 2546 จากผลงานการปราบปรามคอร์รัปชั่น ได้รับรางวัล ‘คนดีสังคมไทย’ และรางวัล ‘บุคคลดีเด่นประจำปี 2548-2549’ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และทำหน้าที่ รมต.เศรษฐกิจอาเซียน ปี 2551-2554
ได้รับการโหวตให้เป็นรัฐมนตรีที่มีผลงานดีเด่น2ปีซ้อน ปี 2552-2553 เป็นรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ปี 2558-2560 เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ที่ประชุมการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชาชาติ (UN-GFHS) ปี2660-2561 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (2562-2566)
เป็นผู้บรรยายพิเศษปริญญาเอก ปริญญาโทและปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เป็นผู้บรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชนเช่น บยส. นธป.วตท. Tepcot สวปอ. นบส. วกส. วพน. วิทยาการตำรวจ สถาบันพระปกเกล้า ฯลฯ มีผลงานเขียนหนังสือ4เล่มด้านต่างประเทศ วิทยาศาสตร์และการเมือง
อลงกรณ์ กล่าวว่า วันนี้พรรค ปชป. ต้องการก้าวใหม่ของตัวเอง และโอกาสใหม่จากประชาชนด้วยการแสดงออกถึงภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและกล้าหาญบนจุดยืนประชาธิปไตยที่ชัดเจน นำประเทศออกจากกับดักความขัดแย้งและวงจรอุบาทว์ด้วยหลักนิติรัฐ และธรรมาภิบาล สู่เอกภาพและศักยภาพใหม่ของประเทศเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของทุกคน โลกเปลี่ยนเร็วและแข่งขันแรงทั้งการเมือง เศรษฐกิจและเทคโนโลยี ประเทศไทยต้องมีพรรคการเมืองที่ทันสมัยก้าวหน้าทันโลกทันเกมและก้าวใหม่ประชาธิปัตย์คือคำตอบ
“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยวิสัยทัศน์ความรู้และอุดมการณ์ที่มั่นคงกับพรรคประชาธิปัตย์ตลอด 30 ปีรวมทั้งประสบการณ์เป็นรองหัวหน้าพรรค 4 สมัยเป็น ส.ส. 6 สมัย และเป็นรัฐมนตรีมาแล้วจะสามารถนำพรรคสู่ก้าวใหม่ด้วยการปฏิรูปพรรคเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนด้วยแนวทางเสรีนิยมก้าวหน้า ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคและ ส.ส.ของพรรคเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9” อลงกรณ์ กล่าว
อลงกรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อครั้งเป็น ส.ส.และรองหัวหน้าพรรค เคยเสนอให้ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2556 และเคยลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแข่งขันในระบบไพรมารี่ในปี 2561 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง
สำหรับประวัติและผลงาน อลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 4 สมัยและอดีต ส.ส.เพชรบุรีและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6 สมัย
จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงจากหลายประเทศเช่นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ปอร์ตุเกส ฯลฯ
เป็น ส.ส.สมัยแรกในปี 2535 เป็นเลขานุการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเลขานุการนายกรัฐมนตรี (ชวน หลีกภัย) ปี 2539-2544 ได้รับฉายา ‘มิสเตอร์เอทานอล’ ปี 2543-2544 ในฐานะประธานโครงการเอทานอลทำให้มีน้ำมันแก๊ซโซฮอลล์จำหน่ายทั่วประเทศ
เป็น ‘ดาวเด่นแห่งปีของรัฐสภา’ ปี 2546 จากผลงานการปราบปรามคอร์รัปชั่น ได้รับรางวัล ‘คนดีสังคมไทย’ และรางวัล ‘บุคคลดีเด่นประจำปี 2548-2549’ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และทำหน้าที่ รมต.เศรษฐกิจอาเซียน ปี 2551-2554
ได้รับการโหวตให้เป็นรัฐมนตรีที่มีผลงานดีเด่น2ปีซ้อน ปี 2552-2553 เป็นรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ปี 2558-2560 เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ที่ประชุมการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ของสหประชาชาติ (UN-GFHS) ปี2660-2561 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (2562-2566)
เป็นผู้บรรยายพิเศษปริญญาเอก ปริญญาโทและปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เป็นผู้บรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชนเช่น บยส. นธป.วตท. Tepcot สวปอ. นบส. วกส. วพน. วิทยาการตำรวจ สถาบันพระปกเกล้า ฯลฯ มีผลงานเขียนหนังสือ4เล่มด้านต่างประเทศ วิทยาศาสตร์และการเมือง



