ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ที่มี ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย จำนวน 5 ฉบับ ที่วุฒิสภา ส่งมาให้สภาฯ แก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ 1. ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถาปนิก (ฉบับที่…) พ.ศ. …, 2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่…) พ.ศ. …, 3. ร่าง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่…) พ.ศ. …, 4. ร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่…) พ.ศ. … และ 5. ร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. …
ทั้งนี้ ประธานสภาฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงสมาชิกที่ลาออกจากการเป็น ส.ส. 2 คนคือ ชัชวาลล์ คงอุดม และ นพดล แก้วสุพัฒน์ ที่ยื่นขอลาออกจาก ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นผลให้สิ้นสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญ จากนั้น มีการปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ใหม่ คือ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมต.กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้รับการเลื่อนให้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง แทนตำแหน่งที่ว่าง ทำให้ปัจจุบันมี ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 437 คน และมีองค์ประชุม 219 คน
ส่วนก่อนเข้าวาระการพิจารณากฎหมาย ปรากฏว่า อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกหารือโดยแสดงความห่วงใย ครูสอนประวัติศาสตร์ ที่โจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี เรื่องเพศวิถี และพูดถึงระบอบอำนาจนิยม อาจถูกลงโทษครูจนเกินเหตุสมควร พร้อมโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อ้างยัดเยียดการสอนวิชาประวัติศาสตร์ โดยอ้าง รมว.ศึกษาธิการ ลงนามเมื่อ 19 ธ.ค. เปลี่ยนแปลงแยกวิชาประวัติศาสตร์ ออกจากสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และให้เน้นย้ำความภูมิใจในความรักชาติ ถือเป็นทัศนคติหลงยุค เป็นทัศนคติของผู้นำยุคล่าอาณานิคม
“รมต.ศึกษาธิการ นายกรัฐมนตรี 8 ปี แปดเปื้อน กำลังเข้าใจผิดถึงหัวใจสำคัญ การศึกษาประวัติศาสตร์ 2 ข้อ ข้อแรก ต้องสอนให้คิดเป็น ไม่ได้ให้หลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่ได้ไตร่ตรอง ไม่ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน หัวใจข้อ 2 ต้องศึกษาชวนให้คิด ไม่ใช่ชวนให้เชื่อ แบบประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมแบบที่ผ่านมา ไม่มีพื้นที่ถกเถียงให้เห็นต่างตามการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ยุคปัจจุบันต้องการตำราเรียนมีเนื้อหาทันสมัย ตรงไปตรงมา ไปไกลเกินกว่าคำว่า รักชาติแล้ว ต้องศึกษาความเป็นมาของชาติ ให้ภูมิใจในสิ่งที่ถูกต้อง ปรับปรุงไม่ทำซ้ำในสิ่งที่เคยผิดพลาด ไม่ใช่หลักสูตรเพื่อควบคุมพลเมืองด้วยเรื่องเล่า ด้วยมุมมองเพียงด้านเดียว อย่างประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมอย่างที่ผ่านมา เป็นการยัดเยียด ต้องให้เด็กรู้ทฤษฎีๆอื่น ว่ามีคำอธิบายอื่นๆ ในเรื่องเดียวกัน มีมุมมองอื่นๆ ในเรื่องเดียวกัน ประวัติศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อมีข้อมูลใหม่ ไม่ใช่หลักสูตรแช่แข็งตายตัว” อมรัตน์ กล่าว
อมรัตน์ ยังเสนอสังคายนาวิชาประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ และหลักสูตรนายร้อย จปร. ปลูกฝังศึกษาเรื่องประชาธิปไตยแบบสากล เปลี่ยนจากรู้คุณแผ่นดิน เป็นรู้คุณภาษีอากรจากราษฎร
ทั้งนี้ ประธานสภาฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงสมาชิกที่ลาออกจากการเป็น ส.ส. 2 คนคือ ชัชวาลล์ คงอุดม และ นพดล แก้วสุพัฒน์ ที่ยื่นขอลาออกจาก ส.ส.พรรคพลังท้องถิ่นไท เป็นผลให้สิ้นสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญ จากนั้น มีการปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ใหม่ คือ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมต.กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้รับการเลื่อนให้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง แทนตำแหน่งที่ว่าง ทำให้ปัจจุบันมี ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 437 คน และมีองค์ประชุม 219 คน
ส่วนก่อนเข้าวาระการพิจารณากฎหมาย ปรากฏว่า อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกหารือโดยแสดงความห่วงใย ครูสอนประวัติศาสตร์ ที่โจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี เรื่องเพศวิถี และพูดถึงระบอบอำนาจนิยม อาจถูกลงโทษครูจนเกินเหตุสมควร พร้อมโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อ้างยัดเยียดการสอนวิชาประวัติศาสตร์ โดยอ้าง รมว.ศึกษาธิการ ลงนามเมื่อ 19 ธ.ค. เปลี่ยนแปลงแยกวิชาประวัติศาสตร์ ออกจากสังคม ศาสนา วัฒนธรรม และให้เน้นย้ำความภูมิใจในความรักชาติ ถือเป็นทัศนคติหลงยุค เป็นทัศนคติของผู้นำยุคล่าอาณานิคม
“รมต.ศึกษาธิการ นายกรัฐมนตรี 8 ปี แปดเปื้อน กำลังเข้าใจผิดถึงหัวใจสำคัญ การศึกษาประวัติศาสตร์ 2 ข้อ ข้อแรก ต้องสอนให้คิดเป็น ไม่ได้ให้หลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่ได้ไตร่ตรอง ไม่ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน หัวใจข้อ 2 ต้องศึกษาชวนให้คิด ไม่ใช่ชวนให้เชื่อ แบบประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมแบบที่ผ่านมา ไม่มีพื้นที่ถกเถียงให้เห็นต่างตามการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ยุคปัจจุบันต้องการตำราเรียนมีเนื้อหาทันสมัย ตรงไปตรงมา ไปไกลเกินกว่าคำว่า รักชาติแล้ว ต้องศึกษาความเป็นมาของชาติ ให้ภูมิใจในสิ่งที่ถูกต้อง ปรับปรุงไม่ทำซ้ำในสิ่งที่เคยผิดพลาด ไม่ใช่หลักสูตรเพื่อควบคุมพลเมืองด้วยเรื่องเล่า ด้วยมุมมองเพียงด้านเดียว อย่างประวัติศาสตร์ราชาชาตินิยมอย่างที่ผ่านมา เป็นการยัดเยียด ต้องให้เด็กรู้ทฤษฎีๆอื่น ว่ามีคำอธิบายอื่นๆ ในเรื่องเดียวกัน มีมุมมองอื่นๆ ในเรื่องเดียวกัน ประวัติศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อมีข้อมูลใหม่ ไม่ใช่หลักสูตรแช่แข็งตายตัว” อมรัตน์ กล่าว
อมรัตน์ ยังเสนอสังคายนาวิชาประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ และหลักสูตรนายร้อย จปร. ปลูกฝังศึกษาเรื่องประชาธิปไตยแบบสากล เปลี่ยนจากรู้คุณแผ่นดิน เป็นรู้คุณภาษีอากรจากราษฎร




