จากพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 ในมาตรา 13 ที่บัญญัติไว้ว่า “การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ ต้องมีผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงเป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง และมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น”
เป็นที่ทราบกันว่านี่คือเสียงข้างมากสองชั้น ที่ต้องมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ และเสียงที่เห็นชอบต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ที่มาใช้สิทธิ ถึงจะผ่านความเห็นชอบ
จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เมื่อวางหลักเกณฑ์ไว้รัดกุมแบบนี้แล้ว ทำไมถึงต้องมีการแก้ไขกฎหมายประชามติ เพื่อให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์กันใหม่อีก

ประการแรก หากเพียงต้องการแก้เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น สำหรับเรื่องอื่นๆ ที่ไม่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และการเปิดทางให้ทำประชามติควบคู่ไปพร้อมกับการเลือกตั้งอื่นๆ ได้ อีกทั้งการเข้าชื่อจำนวน 5 หมื่นรายชื่อของประชาชน ให้ใช้ช่องทางออนไลน์ได้นั้น
คำถามคือ แล้วทำไมต้องมาแก้โดยนำไปโยงกับการจัดทำประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีขึ้น เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ย่อมจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่ต้องใช้เกณฑ์ที่มีความเข้มงวดสูงสุดด้วยหรือไม่
ประการที่สอง เกณฑ์เสียงข้างมากสองชั้นที่ถูกมองว่าวางไว้สูงมากไปนั้น ในทางกลับกัน เมื่อต้องการประชามติที่เป็นฉันทานุมัติจากประชาชนในเรื่องสำคัญเฉกเช่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ก็ย่อมเป็นความชอบแล้วมิใช่หรือที่ต้องใช้หลักเกณฑ์ที่เข้มงวด
เพราะหากใช้เกณฑ์ที่ต่ำกว่าหรือเพียงแค่ร้อยละ 25 อย่างที่เป็นข่าว จะเรียกว่าประชามติ ที่เป็นฉันทานุมัติจากประชาชนทั้งประเทศได้อย่างไร

คำว่า ด่านหิน เกณฑ์สูง เสี่ยงตกม้าตาย สูญเสียงบประมาณเปล่า กลัวการคว่ำประชามติ จากการรณรงค์ให้คนนอนอยู่กับบ้านหรือ “โนโหวต” ไม่ให้ออกมาใช้สิทธิ ที่กลัวจะเป็นการเสี่ยงซ้ำ
สารพัดเหตุผลเหล่านี้ จะมีน้ำหนักพอกับการนำมาอธิบายสำหรับนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายประชามติในห้วงเวลานี้หรือไม่
สุดท้ายหากแก้ไขเพื่อเพิ่มโอกาสให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จ แล้วจะเรียกว่าเป็นฉันทานุมัติจากประชาชนได้หรือไม่ เพราะคำว่า “ประชามติ” น่าจะมาจากเสียงสวรรค์ที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในประเทศมากกว่า
ไม่ใช่เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งหรือเพียงแค่ร้อยละ 25 คงไม่สามารถเรียกเป็นประชามติได้อย่างเต็มความภาคภูมิ หรือจะเป็นแค่สร้างเงื่อนไขเพิ่ม ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยุ่งยากเพิ่มขึ้นเท่านั้น




