‘นิรโทษฯ เหมาเข่ง’ สร้างความขัดแย้งรอบใหม่ อาจทำรัฐบาลไปเร็วกว่าที่คิด

6 มิ.ย. 2567 - 10:43

  • ‘คารม’ ชี้ ‘มาตรา 112’ เปรียบเสมือนรั้วป้องกันสถานบัน

  • มอง ‘นิรโทษฯ เหมาเข่ง’ จะสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ อาจทำรัฐบาลไปเร็วกว่าที่คิด

Amnesty_attached_to_112_case_will_create_conflict_may_bring_down_the_government_SPACEBAR_Hero_0606aa8873.jpg

เป็นอีกคนอีกคนออกมาพูดถึงกรณี ‘นิรโทษกรรม พ่วงคดีมาตรา 112’ ไว้อย่างชัดเจนสำหรับ คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเจ้าตัวระบุว่า ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และเป็นอดีต สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนั้นเป็นคนหนึ่งที่ยืนยันไม่ลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ถูกเสนอเข้ามาเพื่อแก้ไข จนทำให้ถูกกล่าวหาสารพัด    ปัญหาของการพยายามแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มีผลทำให้พรรคการเมืองที่พยายามจะแก้ไข และได้เอามาเป็นนโยบายในการหาเสียงในการเลือกตั้ง จนทำให้ปัจจุบันมีคดีไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ และรอวินิจฉัยในอีกไม่กี่วันที่จะถึง รวมทั้งในขณะนี้ กำลังจะมีการจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อให้ประเทศออกจากความขัดแย้ง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และควรทำ แต่การที่จะนำคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เข้ามารวมในการนิรโทษกรรมด้วย ถ้าไม่ละเอียดรอบครอบ ไม่แยกแยะ อาจทำให้มีความขัดแย้งในสังคม และลุกลาม จนอาจทำให้รัฐบาลอาจอยู่ไม่ได้ ในฐานะที่เคยว่าความในคดี 112 มาก่อน เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น เป็นกฎหมายที่มีไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกรุกล้ำโดยไม่ถูกต้อง ไม่ถูกทำลาย ไม่ถูกบั่นทอน ไม่ถูกกัดเซาะ ในหลายรูปแบบ หลายลักษณะ

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงเป็นเหมือนรั้วที่มีไว้ เพื่อป้องกันสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เป็นแนวเขตให้ทุกคนรู้ ถ้าใครไม่เข้าไปทำลายรั้ว ไปทุบรั้ว หรือเข้าไปรื้อรั้ว คนเหล่านั้นก็ไม่มีความผิดอะไร รั้วก็ยังเป็นรั้ว ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนแต่อย่างใด แม้บางทีอาจเผลอไปยืนพิงรั้วแล้วรั้วเกิดพัง หรือบางทีเผลอไปยืนบนรั้วก็ไม่ผิดอะไร เพราะขาดเจตนาพิเศษที่จะทำลายรั้ว หรือละเมิดกฎหมายนี้ ที่สำคัญ ปัจจุบัน ‘รั้ว’ หรือประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก็เป็นรั้วโปร่ง ๆ ทุกคนมองเห็นสถาบันกษัตริย์ได้ง่าย สัมผัสได้ ใกล้ชิดได้ การพูดและกล่าวถึงโดยสุจริต ก็ไม่ได้มีความผิดอะไร

เพราะฉะนั้น คนที่คิดแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น จึงเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ คือมีเจตนาจะทำลายรั้ว หรือเจตนาไม่ดีต่อสถาบันกษัตริย์ ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง เนื่องจากสถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันหลักของบ้านเมืองและผูกไว้ในหลักการรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุด เพราะฉะนั้น การที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมและพ่วงเอาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปด้วย จึงต้องคิดให้รอบ เพราะเท่ากับไม่เปิดโอกาสให้คนที่ถูกล่าวหา ได้พิสูจน์ตัวเองว่า เขาไม่ได้มีเจตนากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 112 ซึ่งเขามีสิทธิ์ต่อสู้คดีได้ตามกระบวนการยุติธรรม

การจะที่นำเอาคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 เข้าไปรวมในการนิรโทษกรรมด้วย จึงเป็นการ ‘นิรโทษฯ แบบเหมาเข่ง’ จึงไม่น่าจะถูกต้อง เพราะไม่ได้แยกแยะ และอาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดแตกแยกตามมาได้ และจะนำมาซึ่งความขัดแย้งรอบใหม่ และอาจทำให้รัฐบาลไปเร็วกว่าที่คิด แทนที่รัฐบาลจะได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจและปัญหาอื่น ๆ ของบ้านเมือง ที่รออยู่อีกอย่างมากมาย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์