‘เครือข่ายนิรโทษกรรม’ บุกสภา! จี้ ‘เหมาเข่งนิรโทษฯ’ รวมคดี ม.112

18 ก.ค. 2567 - 15:51

  • ‘เครือข่ายนิรโทษฯ’ บุกสภา จี้ ‘กมธ.’ รับฟัง 5 ข้อเสนอ ‘นิรโทษกรรม’ ต้องรวมคดี ม.112

  • ขู่หากรัฐบาลปิดประตูพูดคุยเท่ากับบีบให้ต้องลงถนน

  • ชี้ถ้า นิรโทษฯ คนทำรัฐประหารได้ ต้องนิรโทษฯให้นักโทษทางความคิดได้เหมือนกัน

Amnesty_Network_invades_parliament_urges_all_amnesty_contest_to_include_Section_112_cases_SPACEBAR_Hero_9745576d21.jpg

รัฐสภา (18 กรกฎาคม 2567) เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน นำโดย พูนสุข พูนสุขเจริญ (ทนายเมย์) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยตัวแทนประชาชนผู้ถูกดำเนินคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำนวน 12 คน อาทิ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน), ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (มายด์), ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ (ใบปอ) เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เพื่อสนับสนุนให้มีการนิรโทษกรรมประชาชนผู้ร่วมชุมนุมทางการเมือง โดยมี ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โฆษกคณะ กมธ.เป็นผู้รับหนังสือ 

พูนสุข กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยมายื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับประชาชนต่อสภาฯ แล้ว และอยู่ระหว่างรอการพิจารณา ขณะที่ทางสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้ง กมธ.นิรโทษกรรมฯ แต่ผ่านมาเป็นเวลาเกือบ 6 เดือนแล้ว เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้าย ที่ กมธ.นิรโทษกรรมฯ จะมีผลของการศึกษาพิจารณา ว่าจะมีแนวทางอย่างไร แต่เรามีข้อกังวลว่า เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง กมธ.นิรโทษกรรมฯ มีมติว่าจะไม่มีมติ ที่จะรวมเอาความผิดในคดีมาตรา 112 และมาตรา 110 แต่ให้เป็นความเห็นของ กมธ.นิรโทษกรรมฯ แต่ละคน

จากนั้น ณัฎฐธิดา มีวังปลา ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ระบุถึงผลเสียของมาตรา 112 ต่อประชาชน และนิสิตนักศึกษา ว่า เป็นกฎหมายที่ห้ามหมิ่นประมาทแสดงความอาฆาตมากร้ายต่อสถาบันฯ ซึ่งมีข้อกังวล 5 ประเด็น ดังนี้ 1.การตีความกฎหมายมาตรา 112 มาถูกวิจารณ์ว่ากว้างขวางและครอบคลุมเกินไปส่งผลให้การแสดงออก ที่ไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทหรือกลับถูกดำเนินคดีไปด้วย

2.การใช้กฎหมายมาตรา 112 ในทางการเมือง ถูกวิจารณ์ว่าถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือปิดปากฝ่ายตรงข้าม หรือผู้มีความเห็นต่างกับรัฐ 3.การบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 บ่อยครั้งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพของสื่อมวลชน

4.ไม่สอดคล้องกับกฎหมายสากล และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล และ 5.มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ว่าการใช้มาตรา 112 ขาดความโปร่งใสและเป็นธรรม

Amnesty_Network_invades_parliament_urges_all_amnesty_contest_to_include_Section_112_cases_SPACEBAR_Photo01_c8f127efe4.jpg

ธัชพงษ์ แกดำ ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 กล่าวว่า เราสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์และความผิดพลาดได้ การนำมาตรา 112 มาเป็นเครื่องมือต่างๆ รวมถึงนำมาสู่ความขัดแย้งทางการเมืองมาหลายทศวรรษ ส่วนตัวเชื่อว่าทุกฝ่ายที่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา หรือว่ามีความปรารถนาดีต่อสังคม ไม่ว่าจะเสื้อเหลืองเสื้อแดง รุ่นพ่อรุ่นแม่จนกระทั่งรุ่นลูกรุ่นหลานและเพื่อนของเราที่อยู่ในเรือนจำ ต้องลี้ภัย หรือบางคนที่ต้องเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร

“การให้อภัยและสร้างความมุ่งหมายร่วมมือในการนิรโทษกรรมประชาชนคือหัวใจสำคัญ ไม่ใช่แค่ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือ ความเชื่อใจและให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นประตูที่จะบอกว่าประเทศเราพร้อมก้าวไปข้างหน้าได้ หากเริ่มการพูดคุยกันด้วยการนิรโทษกรรมประชาชน แต่สภาฯ กลับปิดโอกาสนี้ เราจึงต้องเผชิญกับความขัดแย้งตลอดไป” ธัชพงษ์ กล่าว

ด้าน ภัสราวลี (มายด์) กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่า การนิรโทษกรรมในครั้งนี้ จำเป็นต้องรวมมาตรา 112 เข้าไปด้วย เพราะหากไม่รวม ปัญหาความขัดแย้งทางสังคมที่รัฐบาลอยากให้จบลง ก็จะไม่มีวันจบ ความขัดแย้งจะไม่ได้จบลงเพียงเพราะมีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ แต่ต้องให้ประชาชนมีพื้นที่ในการพูดคุย และใช้เสรีภาพได้อย่างเสมอหน้ากัน 

“เรื่องมาตรา 112 เป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน หากรัฐบาลและคณะกรรมาธิการฯ ไม่เหลือพื้นที่ในการพูดคุยเรื่องนี้เลย เท่ากับว่าผลักดันเรื่องนี้ให้ต้องไปคุยกันบนถนน และผลักภาระให้พี่น้องประชาชนไปโดยปริยาย ในเมื่อตอนนี้เราได้รัฐบาลชุดใหม่แล้ว ก็ควรจริงจังกับการคืนความปกติให้เรื่องนี้เสียที”

ขณะที่ ทานตะวัน (ตะวัน) กล่าวย้ำว่า มันมีคนเจ็บปวดจริงๆ จากมาตรา 112 มีคนตายจริงๆ และคนตายทั้งเป็นอยู่ในตอนนี้ เช่น กรณีของ น.ส.เนติพร แม้คุณจะไม่มีพลังวิเศษที่จะสามารถฟื้นคืนชีวิตพวกเขากลับมาให้เราได้ แต่อย่างน้อยๆ คุณก็มีอำนาจที่จะสามารถคืนความยุติธรรมให้กับเขาได้ และแม้ความเจ็บปวดของเราจะไม่ได้ลดลงเลยก็ตาม แต่อย่างน้อยๆ คุณมีอำนาจตรงนั้นอยู่แล้ว และที่สำคัญคือถ้าคุณสามารถนิรโทษกรรมให้พวกที่ทำรัฐประหารได้ เพราะฉะนั้น คุณก็ต้องสามารถนิรโทษกรรมนักโทษทางความคิดได้เหมือนกัน

Amnesty_Network_invades_parliament_urges_all_amnesty_contest_to_include_Section_112_cases_SPACEBAR_Photo02_2ea7b8d0e7.jpg

 ศศินันท์ โฆษกคณะ กมธ. กล่าวว่า ผ่านมา 6 เดือนแล้วสำหรับการพิจารณาของ กมธ.นิรโทษกรรมฯ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการถกเถียงว่าจะลงมติกันหรือไม่ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้ กมธ.นิรโทษกรรมฯ แต่ละท่านได้แสดงความคิดเห็นถึงข้อดีข้อเสีย ซึ่งสามารถติดตามเหตุผลของแต่ละท่านได้ในบันทึกการประชุม 

โดยวันนี้ ก็จะให้ กมธ.นิรโทษกรรมฯ ที่เหลือได้แสดงความเห็น และสิ่งสำคัญคือ ทุกเสียงควรต้องได้รับฟัง ว่ามีเยาวชนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ยังมีความเห็นตรงหรือต่างกับ กมธ.นิรโทษกรรมฯ บางท่าน หวังว่าการเดินทางมาครั้งนี้ของประชาชน จะสามารถส่งเสียงไปยัง กมธ.นิรโทษกรรมฯ ทุกท่านได้อย่างจริงๆ 

โฆษกคณะ กมธ. กล่าวด้วยว่า “รายงานเรื่องนี้ จะไม่ใช่แค่ digital foorprint แต่จะเป็น paper footprint ด้วย ว่า กมธ.นิรโทษกรรมฯ แต่ละท่านมีความเห็นในช่วงเวลาที่สถานการณ์การเมืองเป็นเช่นนี้อย่างไรบ้าง”

Amnesty_Network_invades_parliament_urges_all_amnesty_contest_to_include_Section_112_cases_SPACEBAR_Photo03_cb2fd798a2.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์